ลดอัตราการสูญเสียผลผลิตของอ้อย จากโรคใบขาว


โรคใบขาว, อ้อย,

 

หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 3 กรกฎาคม 2551  ได้ลงข่าวประเภทบทความเกี่ยวกับปัญหาการระบาดของโรคใบขาวที่เกิดขึ้นในไร่อ้อยของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งโรคใบขาวนี้ได้นำมาซึ่งความสูญเสียโอกาสและรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตอ้อยของเกษตรกรให้ลดต่ำลงมาจากระดับปรกติเป็นอย่างมาก โรคใบขาวนี้จะเข้าไปทำลายระบบการเจริญเติบโตของอ้อย ส่งผลให้ต้นเตี้ยแคระแกร็นชะงักงัน แตกกอเป็นพุ่มเตี้ย ๆ คล้ายพุ่มของตะไคร้ ไม่ย่างปล้อง ใบเล็กเซียวซีดขาว ส่งผลทำให้ผลผลิตของอ้อยลดน้อยถอยลงเป็นไปตามลำดับความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้นายอลงกรณ์ กรณ์ทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร ต้องออกมาควบคุมดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชนิดรวมทั้งหาวิธีแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อลดความรุนแรงของการระบาดของโรคใบขาวในไร่อ้อยให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะสถานการณ์ดังกล่าวนี้จะส่งผลทำให้ผลผลิตอ้อยของประเทศไทยโดยรวมลดน้อยถอยลงซึ่งถือว่าไม่เป็นผลดีต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย เพราะจะทำให้พลังงานทางเลือกนั้นจะผลิตได้น้อยตามลงไปด้วย ซึ่งจะส่งผลทำให้ดูว่าสวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมให้ประชาชนใช้พลังงานทดแทนจากพืชมากขึ้น โดยเฉพาะอ้อยนั้นถือได้ว่าเป็นพืชที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่จะนำไปผลิตเป็นพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ เอทานอล เป็นต้น

โรคใบขาวมีสาเหตุมาจากเชื้อมัยโคพลาสมา ปัจจุบันเรียก ฟัยโตพลาสมา ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ไม่มีผนังเซลล์ มีแต่เพียงเยื่อหุ้มเซลล์ การระบาดก็จะไม่เหมือนกับจุลินทรีย์ในกลุ่มของพวกเชื้อรา เพราะจะต้องอาศัยพาหะเป็นตัวนำพาไป นั่นก็คือเพลี้ยจักจั่นสีน้ำตาลโดยวิธีการดูดกินน้ำเลี้ยงจากอ้อยหรือพืชพาหะอื่น ๆ ที่มีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาศัยอยู่ แล้วนำไปปล่อยแพร่ระบาดต่อไปตามพืชต่าง ๆ ก่อให้เกิดปัญหาแก่พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย

วิธีการแก้ปัญหาแบบประหยัดเกษตรกรชาวไร่อ้อยควรตรวจดูความเป็นกรด - ด่างของดินให้มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของอ้อย คือปรับปรุงให้มีสภาพเป็นกรด  อ่อน ๆ เพื่อที่อ้อยจะได้ดูดใช้แร่ธาตุอาหารในดินขึ้นมาใช้ได้อย่างเต็มที่  ควรมีการไถระเบิดดินดานหรือใช้สารละลายดินดาน ALS29 ราดรดหลังฝนตกใหม่ เพื่อทำให้ดินโปร่งร่วนซุยช่วยทำให้รากหาอาหารในดินได้ลึกและกว้างไกลมากขึ้น  สร้างความแข็งแกร่งให้กับผนังเซลล์ของอ้อย โดยการใช้หินแร่ภูเขาไฟเช่น ภูไมท์, ภูไมท์ซัลเฟต, สเม็คไทต์ และไคลน็อพติโลไลท์ เพื่อป้องกันมิให้เพลี้ยเข้ามาดูดกินน้ำเลี้ยงแก่อ้อยได้ง่าย โดยเฉพาะเพลี้ยจั๊กจั่นสีน้ำตาลซึ่งจะเป็นตัวพาหะสำคัญในการนำโรคใบขาวมาสู่อ้อยและนำมาซึ่งปัญหาต่างตามมาภายหลังมากมาย

มนตรี   บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ   www.thaigreenagro.com

หมายเลขบันทึก: 208064เขียนเมื่อ 12 กันยายน 2008 11:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มิถุนายน 2012 08:28 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี