|
วิธีการสื่อสารของสัตว์
..............ถึงแม้ว่าสัตว์ไม่สามารถพูดได้เช่นเดียวกับมนุษย์
แต่สัตว์สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ด้วยวิธีต่าง ๆ หลายวิธี
การที่สัตว์แต่ละชนิดจะใช้วิธีการใด วิธีการหนึ่งติดต่อสื่อสารกันนั้น
ส่วนหนึ่งขึ้นกับอวัยวะที่ใช้ในการส่งข่าวสาร
และอีกส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับอวัยวะที่ใช้ในการรับข่าวสาร
ซึ่งอวัยวะทั้ง 2 ประการนี้สัตว์แต่ละชนิดมีไม่เหมือนกัน
ดังนั้นวิธีการสื่อสารที่สัตว์แต่ละชนิดใช้จึงแตกต่างกันออกไป
สัตว์เลี้ยงซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงที่มีการพัฒนาการต่าง ๆ
ทางด้านกายภาพมากพอที่จะใช้สื่อสารระหว่างกันได้มากกว่า 1
วิธี
..............
การสื่อสารทางเสียง
.............การส่งสัญญาณเสียงนับว่าเป็นวิธีการสื่อสารทางไกลที่มีความสำคัญมาก
สัตว์มักจะส่งเสียงร้องเรียกหากันเมื่อถูกแยกออกจากฝูง
หรือเมื่อแม่และลูกถูกแยกจากกัน
ในกรณีของแม่และลูกสัตว์การสื่อสารทางเสียงนับว่ามีความสำคัญในการสร้างและรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างกัน
เช่น แม่สุกรจะส่งเสียงเรียกลูกมาดูดนมเมื่อถึงเวลาให้นม
หรือแม่ไก่จะส่งเสียงร้องเรียกให้ลูกให้หลบมาซุกใต้ปีกเมื่อเห็นศัตรูเข้ามาใกล้
เป็นต้น สัตว์บางชนิดมีการใช้เสียงแสดงอาณาเขต เช่น
สุนัขจะเห่าขับไล่เมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาบริเวณบ้าน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังพบว่า เสียงมีส่วนช่วยในการผสมพันธุ์ของสัตว์หลายชนิด
เช่น สุนัขป่าส่งเสียงหอนเรียกหาคู่ในฤดูผสมพันธุ์
หรือเสียงของพ่อสุกรสามารถกระตุ้นให้แม่สุกรที่กำลังเป็นสัดแสดงอาการยืนนิ่งเพื่อรับการผสมพันธุ์
เป็นต้น
.............สัตว์บางชนิดมีความสามารถในการใช้เสียงความถี่สูงเป็นเครื่องช่วยในการหาทิศทาง
เช่น ค้างคาว และปลาโลมา เป็นต้น
วิธีการใช้เสียงเพื่อหาทิศทางนี้เรียกว่า Echolocation
แต่อย่างไรก็ตาม
ไม่พบว่ามีสัตว์เลี้ยงชนิดใดที่มีความสามารถด้านนี้เลย
.............. การสื่อสารทางกลิ่น
.............สัตว์หลายชนิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ใช้กลิ่นเป็นเครื่องมือในการหาอาหาร หาคู่ผสมพันธุ์ เตือนภัย
หรือกำหนดอาณาเขตุ
สารเคมีที่สัตว์ขับออกมานอกร่างกายแล้วมีผลต่อพฤติกรรมหรือสรีรวิทยาของสัตว์ตัวอื่นๆ
ใน Species เดียวกัน เรียกว่า "Pheromone"
ซึ่งโดยปกติจะถูกขับออกมาจากต่อมกลิ่นที่มีหน้าที่โดยเฉพาะ
Pheromone นี้อาจจะถูกขับออกสู่อากาศรอบๆ ตัว
หรือป้ายทิ้งไว้ตามสิ่งต่าง ๆ เช่น พื้นดิน ต้นไม้ มูล หรือปัสสาวะ
เป็นต้น
.............กลิ่นที่สัตว์ขับออกมานี้
ส่วนมากจะมีผลกระตุ้นให้ผู้รับแสดงอาการตอบสนองทางพฤติกรรมออกมาอย่างทันทีทันใด
เช่น กลิ่นของ Muskone (5 ? - androst 16 -ene - 3 - one)
ขับออกมาจาก preputial gland ของพ่อสุกร
มีผลในการกระตุ้นให้แม่สุกรที่กำลังเป็นสัดแสดงอาการยืนนิ่งในท่ารับการผสมพันธุ์
นอกจากนี้กลิ่นของสารจำพวก Hydroxysteroids
จากต่อม Submaxillary gland
ของพ่อสุกรที่ถูกขับออกมาในน้ำลายเมื่อกำลังมีความตื่นตัว
ทางเพศอย่างเต็มที่ ก็มีผลในการกระตุ้นแม่สุกรในทำนองเดียวกัน
ในปัจจุบันได้มีการใช้สารเหล่านี้ในการตรวจสัดแม่สุกรได้อย่างแม่นยำ
แพะและแกะตัวเมียสามารถแยกลูกของมันเองจากลูกของตัวอื่นได้โดยการดมกลิ่นจากตัวลูก
แต่ยังไม่เป็นที่ทราบว่าสารเคมีตัวไหนเป็นต้นกำเนิดของกลิ่นนี้
.............นอกจากกลิ่นจะมีผลในการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมได้โดยตรงแล้ว
ยังมีผลในการทำให้เกิดพฤติกรรมโดยทางอ้อมได้อีก
โดยการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีระวิทยาของตัวรับ
ให้สัตว์นั้นมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น
การมีพ่อแกะอยู่ร่วมในฝูงแกะตัวเมียจะมีอัตราการเป็นสัดมากขึ้นในช่วงต้นหรือช่วงปลายของฤดูผสมพันธุ์
ผลของการกระตุ้นนี้จะมีผลมากขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนพ่อแกะตัวใหม่เรื่อยๆ
แทนที่จะใช้พ่อแกะตัวเดิมตลอดเวลา
เชื่อว่าผงการกระตุ้นโดยพ่อแกะนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากกลิ่น
แต่ยังไม่ทราบถึงสารเคมีที่เป็นตัวการของกลิ่นนี้
ปรากฏการณ์เช่นเดียวกันนี้สามารถพบได้ในหนูที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนทั่วไป
โดยที่ปัสสาวะของหนูตัวผู้สามารถกระตุ้นให้หนูตัวเมียสามารถเป็นสัดพร้อมกันได้
สารเคมีที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้คือ
สารที่ได้จากการสลายตัวของฮอร์โมนแอนโดรเจน
หรือผลผลิตของเนื้อเยื่อที่ผลิตฮอร์โมนแอนโดเจน
ทั้งนี้เพราะผลในการกระตุ้นปัสสาวะจะหมดไปเมื่อหนูตัวผู้นั้นถูกตอน
และสามารถทำให้เกิดผลเช่นนี้ได้อีกเมื่อฉีดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้กับหนูตัวผู้นั้น
.............ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด
มีการใช้มูลปัสสาวะเป็นเครื่องหมายแสดงอาณาเขตหรือทางเดิน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
พฤติกรรมทิ้งเครื่องหมายของสุนัขโดยการปัสสาวะทิ้งไว้ตามจุดต่าง ๆ
เป็นระยะ ๆ ตัวอย่างอื่น ๆ เช่น
ฮิปโปโปเตมัสทิ้งเครื่องหมายโดยการโบกหางอย่างแรงและเร็วเมื่อถ่ายมูล
เพื่อหว่านมูลทั่งอาณาเขตของมัน
ในกระต่ายมีการปัสสาวะรดสมาชิกทุกตัวในครอบครัวเพื่อที่จะได้จดจำกันได้
นอกจากนี้มูลของกระต่ายที่มี Pheromone
จากต่อมรอบทวารหนัก (Anal gland) เคลือบอยู่
ก็ถูกใช้เป็นเครื่องแสดงอาณาเขตได้ กระต่ายยังมีป้าย Pheromone
จากต่อมใต้คาง ไว้ในที่ต่างๆ เช่น ทางเข้ารู ตัวเมียและลูกๆ
เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
ขนาดต่อมใต้คางและใต้ทวารหนักนี้ขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนของเพศผู้
โดยที่ตัวผู้มีต่อมเหล่านี้โตกว่าในตัวเมียและตัวที่มีฐานะทางสังคมสูงจะมีต่อมเหล่านี้โตกว่าตัวที่มีฐานะทางสังคมต่ำ
..............
การสื่อสารการแสดงท่าทาง
.............การแสดงท่าทางเป็นการสื่อสารที่ใช้ได้ดีมากในระยะใกล้
ดังนั้นจึงนับว่าเป็นการสื่อสารที่มีความสำคัญมากในสัตว์เลี้ยง
การสื่อสารแบบนี้อาจทำได้โดยการเปลี่ยนแปลงรูปทรง เปลี่ยนท่าทาง
หรือเปลี่ยนสี
แต่เนื่องจากสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดตาบอดสี
ดังนั้นการสื่อสารโดยการเปลี่ยนรูปทรงหรือเปลี่ยนท่าทาง
จึงมีความสำคัญมากกว่าการเปลี่ยนสี ในการกระตุ้นพฤติกรรมการขัดแย้ง
และพฤติกรรมทางเพศของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้
.............สัตว์จำพวกนกนับว่ามีการสื่อสารแบบนี้อย่างเด่นชัดมาก
เช่น ในการเกี้ยวพาราสีก่อนการผสมพันธุ์ของไก่
ไก่ตัวผู้จะมีการรำป้อตีปีกไปรอบๆ ตัวเมีย
เพื่อกระตุ้นให้ตัวเมียนอนหมอบลงรับการผสมพันธุ์
หรือในการเกี้ยวพาราสีของห่านจีน
ตัวผู้จะเดินแยกตัวไปออกจากฝูงไปยังแหล่งน้ำเป็นสัญญาณให้ตัวเมียเดินเข้าไปหา
แล้วต่างยืนหันหน้าเข้าหากัน ยืดคอออกเต็มที่
ทั้งสองตัวต่างก็ยกหัวสลับกันหลายครั้ง
หลังจากนั้นก็จะมายืนขนานกันมีการขยับหัวขึ้นลงพร้อมๆกันอีกหลายครั้งก่อนที่ตัวเมียจะนอนหมอบให้ตัวผู้ขึ้นผสมพันธุ์
ในผึ้งก็จะมีการสื่อสารโดยการแสดงท่าทางที่น่าสนใจยิ่ง กล่าวคือ
เมื่อผึ้งงานตัวหนึ่งไปพบแหล่งอาหารมันจะบินกลับมารังแล้วแสดงการเต้นรำในแบบที่จำเพาะ
เป็นการบอกให้ผึ้งตัวอื่นๆรู้ถึงแหล่งอาหาร
และระยะทางจากรังไปยังแหล่งของอาหารนั้นด้วย
การกระพริบแสงของหิ่งห้อยตัวผู้เพื่อดึงดูดให้ตัวเมียมาร่วมผสมพันธุ์
ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการสื่อสารโดยการแสดงท่าทาง
ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมการสื่อสารแบบนี้ไม่ค่อยเด่นชัดนักแต่ก็พอมีให้สังเกตเห็นได้บ้าง
เช่น เมื่อสุนัขแสดงท่าทางข่มขู่
ขนจะพองขึ้นทำให้มันเหมือนมีขนาดโตขึ้นและดูน่าเกรงขามขึ้น
หรือการแสดงพฤติกรรมการข่มขู่ของโคตัวผู้
ซึ่งจะก้มลงชี้เขาไปยังคู่ตัวสู้ และใช้เท้าหน้าตะกุยดินสาดหลัง
หรือใช้ไหล่ถูดิน เป็นต้น
|
แสดงความคิดกันหน่อยเร็ว พวกเรา
สนุกดีค่ะให้ความรู้ดีมาก ออมขอขอบคุณค่ะ
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของแกะ พฤติกรรมการดื่มกินม,พฤติกรรมการดูดนม,พฤติกรรมการเคี้ยวเอื้อง ทางเพศ การเป็นแม่ การขับถ่าย การขัดแย้งและพฤติกรรมการตรวจสอบ ขอบคุณร่วงหน้าครับ
บ้า
สุดยอดครับอาจารย์ผมขอฝากตัวเป็นศิษร์ด้วยน่ะครับ คนที่ว่าอาจารย์บ้าคนนั้นแหละคนบ้า ขอแสดงความนับถืออาจารย์ครับ