|
... เป็นที่ทราบกันดีว่า ผงชูรสมักจะตกเป็นฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีคนเข้าไปกินอาหารนอกบ้านแล้วมีอาการปวดหัว หน้าแดง หรือมีอาการอื่นๆ ทำให้ผงชูรสตกเป็นผู้ต้องหาของกลุ่มอาการ "ภัตตาคารอาหารจีน (Chinese restaurant syndrome)" เรื่องนี้ทำให้บริษัทผงชูรสจากญี่ปุ่นแห่งหนึ่งต้องโฆษณาย้ำๆ ว่า "ทำจากธรรมชาติ" เพื่อแก้ข้อกล่าวหานี้ ทว่า... คนอีกไม่น้อยก็ยังพูดเรื่องแพ้ผงชูรสมาจนติดปากแล้ว ... สาเหตุหนึ่งอาจเป็นผลจากธรรมชาติของคนเราที่จะ "สบายใจ" มากขึ้น ถ้าได้โทษคนอื่นไว้ก่อน วันนี้มีข้อมูลจากเว็บไซต์อาจารย์นายแพทย์เมียคินมาฝากครับ ... เรามาเริ่มด้วยข่าวดีสำหรับพวกเราที่ชอบผงชูรสก่อน คือ ท่านอาจารย์หมอเมียคินไปค้นคว้าเจาะลึกมาแล้วพบว่า ไม่มีผลงานวิจัยอย่างเป็นระบบที่พบว่า ผงชูรสทำให้เกิดกลุ่มอาการ "ภัตตาคารอาหารจีน" อย่างว่าเลย ทีนี้ข่าวดีย่อมมาคู่กับข่าวร้าย (อีกแล้ว)... ข่าวร้ายที่ว่า คือ มีการวิจัยพบว่า การกินผงชูรสอาจเสริมความอ้วนได้ ... การศึกษาในนกยูงสายพันธุ์จีนทำโดยแบ่งนกยูงเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้กินอาหารผสมผงชูรสมาก กลุ่มที่ 2 ให้กินอาหารผสมผงชูรสมากกว่า(กลุ่มแรก) และกลุ่มที่ 3 ให้กินอาหารผสมผงชูรสมากที่สุด ผลการศึกษาพบว่า นกยูงกลุ่มที่กินอาหารผสมผงชูรสมากที่สุดอ้วนมากกว่ากลุ่มที่เหลือ ... ท่านอาจารย์ดอกเตอร์คา เฮ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ต แคโรไลนา สหรัฐฯ หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่า สาเหตุน่าจะเป็นจากผงชูรสทำให้อาหารอร่อยขึ้นจริงๆ ยิ่งอร่อยขึ้นก็ทำให้สัตว์ทดลองกินมากขึ้นนั่นเอง ... อาจารย์หมอเมียคินกล่าวว่า ถึงคนเราจะไม่กินผงชูรสเลยก็ยังหนีผงชูรสไม่พ้นอยู่ดี เนื่องจากร่างกายคนเราเปลี่ยนโปรตีนตัวหนึ่งที่ชื่อ "กรดกลูตามิค (glutamic acid)" เป็นสารกลูตาเมต (glutamate) ซึ่งเป็นตัวเดียวกับผงชูรสที่เรากินเข้าไปได้ ทางเลือกที่น่าจะดีสำหรับผงชูรสคือ "น้อยไว้ละดี" หรือใช้แต่น้อย เนื่องจากผงชูรสมีเกลือโซเดียมเล็กน้อย การได้รับเกลือโซเดียมมากเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคความดันเลือดสูงเพิ่มขึ้น ... ทางเลือกที่น่าจะดีอีกอย่างหนึ่งคือ ควรหัดกินของอร่อยช้าๆ โดยนั่งลงกิน เคี้ยวช้าๆ หาเรื่องให้เวลาผ่านไปจนครบ 20 นาที เช่น กินผลไม้ไม่หวานจัด (เช่น ชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง แก้วมังกร ฯลฯ) ไปเล็กน้อย ฯลฯ เพื่อช่วยให้ร่างกายรับรู้ความอิ่ม จะได้ไม่กินมากเกิน ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ...
...
ที่มา ...
...
...
|

ที่สยองเรื่องการใช้ผงชูรสนี่เห็นกับตามาแล้วค่ะ ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นใกล้บ้านสมัยเด็ก ใส่ผงชูรสทีละหนึ่งกระบวยใหญ่ น่ากลัวสุดๆ และที่มาเจอแบบน่ากลัวอีกทีก็ที่ประเทศลาว "ไคแผ่น" หรือสาหร่ายตากแห้งที่ขายกันทั่วไปนั้นมีเครื่องปรุงอยู่แค่อย่างเดียวคือผงชูรส วิธีทำก็แค่เอาสาหร่ายไปคลุกผงชูรส แล้วก็เอาไปตากแห้ง จากนั้นก็บรรจุซองขาย สยองอย่างแรง กินกันเข้าไปได้อย่างไร (ที่ลาวนิยมกินผงชูรสมากเลยค่ะ เป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ทีเดียว ทำไข่เจียวยังใส่ พอเราบอกว่าขอไม่ใส่กลับถูกมองเป็นเรื่องแปลก)
ขอขอบคุณอาจารย์ Little Jazz...
คนไทยส่วนใหญ่คงจะมองเมืองไทยว่า เป็นเมืองแห่ง “สารเคมี” และอาจจะมองประเทศอื่นที่อยู่แบบธรรมชาติ หรือเดิมๆ มากกว่าเมืองไทยว่า เป็นเมือง “บริสุทธิ์” ปราศจากสารเคมี
ประสบการณ์จากคนไทยที่รู้จัก หรือเคยไปบ้านชาวพม่าทำให้ได้ทราบว่า ทางพม่าก็ใช้ผงชูรสมาก (ไทยเรียก “พี่” หรือ “เพ่” เลย)
การทำให้ภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่มีสุขภาพดี (healthy regions) จะทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างมากมาย
ข้อมูลจากอาจารย์ทั้ง 2 มีประโยชน์มากครับ
ผมต้องเรียนในฐานะผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับผงชูรสนะครับว่า ผงชูรสไม่ได้เป็นภัยร้ายแรงแต่อย่างใด เราสามารถบริโภคได้ตามปกติ มีหน่วยงานทั่วโลกให้การรองรับ ดังนั้นอาหารใส่ผงชูรสไม่ได้น่าสยดสยองอย่างที่คิดครับ แต่สิ่งที่อ.พูดถูกมากๆคือ ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะไม่ใช้พร่ำเพรื่อ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
ต้องขอเรียนอีกอย่างหนึ่งว่าคนรู้เรื่องผงชูรสมีน้อยกว่าผู้ไม่รู้และผู้ไม่รู้จริง
ส่วนใหญ่เรารับข้อมูลจากข่าวลือทั้งนั้น
เวลาเรากินอะไรแล้วรู้สึกแปลกๆก็โทษผงชูรสไว้ก่อน ทั้งๆที่ในอาหารมีสารเคมีตั้งมากมาย
บางคนบอกว่าแพ้ กินแล้วหิวน้ำ แต่กินเกลือหรือน้ำตาลมากๆแล้วหิวน้ำกลับเป็นเรื่องปกติ
จะทำอย่างไรให้คนในสังคมใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลจากสื่อ รู้จักหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินว่าอะไรถูกอะไรผิด
ผมแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับผงชูรสที่นี้นะครับ มี reference ที่น่าเชื่อถือ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%AA
ขอบคุณอาจารย์มากๆ ครับที่ทำเพื่อสังคมโดยการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง
ขอขอบคุณ... คุณ MSGfact สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ออกจะสุดโต่งเกินไป