บทคัดย่องานวิจัย

 

 

บทนำ

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

 

การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์  มุ่งเน้นที่จะพัฒนานักเรียนทั้งในด้านกระบวนการคิด  ลงมือปฏิบัติ  เพื่อค้นคว้าหาความรู้  สร้างความรู้ด้วยตนเอง  การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการเท่านั้น  ผู้เรียนสามารถเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากแหล่งเรียนรู้และจากการทำกิจกรรมที่หลากหลาย  ทั้งกิจกรรมในห้องเรียนและกิจกรรมนอกห้องเรียน  ที่จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้ร่วมกันคิด  ร่วมกันปฏิบัติ  และร่วมกันเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมในชุมชน  (สสวท  :  42)  ซึ่งสอดคล้องกับ  พรบ.การศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2542  มาตรา  24  (ข้อ3)  จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้  คิดเป็น  ทำเป็น  รักการอ่าน  และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง  และ  (ข้อ6)  จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา  ทุกสถานที่

สภาพการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน  ครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเรียนการสอน  นั่นคือ  ครูจะเป็นผู้เสนอบทเรียน  ซักถาม  โต้ตอบกับนักเรียนในกิจกรรมต่างๆในชั้นเรียน  วิธีการนี้มุ่งให้ผู้เรียนทุกคนเกิดการเรียนรู้  ส่วนนักเรียนนั้นมีบทบาทเป็นผู้รับฟังและค้นคว้าหาความรู้  ตามที่ครูได้เสนอแนวทางให้ตามเนื้อหาของบทเรียนทำให้นักเรียนที่เรียนช้าหรือมีพื้นฐานการเรียนต่ำไม่รู้เรื่องไม่สามารถตามครูทัน  สอนไม่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  ผลที่ได้รับในการสอบทุกครั้งจะมีนักเรียนจำนวนหนึ่งสอบไม่ผ่าน  ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพื้นฐานความรู้ไม่เพียงพอและมีความถนัดทางการเรียนต่ำ  เนื่องจากเรียนตามที่ครูสอนไม่ทัน  และไม่เข้าใจ  ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น  ควรใช้วิธีสอนที่เร้าความสนใจของผู้เรียนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของครูให้เหมาะสมสมกับเนื้อหาสำหรับการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อหา   สุวิทย์  มูลคำ  และอรทัย  มูลคำ  (2550 : 134)กล่าวว่า  การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ  เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จัดให้ผู้เรียนได้ร่วมมือและช่วยเหลือกันในการเรียนรู้โดยแบ่งกลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถต่างกันออกไปเป็นกลุ่มเล็กๆ  ซึ่งเป็นลักษณะการรวมกลุ่มอย่างมีโครงสร้างที่ชัดเจน  มีการทำงานร่วมกัน  มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น