เช้านี้พาอิลฮามและเตาฟิกไปส่งคุณปู่กับคุณย่าที่คิวรถตู้ เพื่อเดินทางกลับสตูล เป็นที่น่ายินดีครับ รอบนี้อยู่ได้นานถึงสามอาทิตย์ อยู่นานจนพี่ๆ หลายคนต้องโทรมาถามว่า ไม่เบื่อหรือ? คำตอบจากพ่อผมคือ ไม่เป็นไร รอบนี้ทำใจตั้งแต่ก่อนมาแล้วว่าจะต้องอยู่นาน ฮือ

ก่อนจะกลับ ก็ต้องเตรียมตัวลูกๆ ของผมให้รับรู้ก่อนครับ เนื่องจากครั้งก่อนคุณปู่กลับไปทำธุระสองวัน เตาฟิกบ่นหาตลอด รอบนี้ปู่เลยบอกไว้ล่วงหน้าว่าปู่จะกลับแล้วนะ แต่ดูท่าว่าเตาฟิกจะทำใจไม่ได้ แค่คุณปู่คุณย่าลงรถก็ร้องให้จะตามไปด้วย แต่อิลฮามให้สลามปู่กับย่าแล้วก็นั่งนิ่งครับ มาร้องก็ตอนที่ถึงโรงเรียนแล้ว ฮิฮิ เข้าใจว่ามาส่งปู่กับย่าอย่างเดียว ไม่นึกว่าต้องไปโรงเรียนด้วย ฮาฮาฮา เมื่อวานดูเหมือนอิลฮามจะเต็มใจไปครับ ไม่ร้อง ไม่อิดออด แต่วันนี้ไม่ยอมไปตั้งแต่เช้า สงสัยเป็นเพราะเมื่อวานได้แผลมาแผลหนึ่งจากโรงเรียน เห็นบอกว่าเพื่อนทำ

ระหว่างขับรถไปส่งพ่อกับแม่ ได้คำตอบมาอย่างหนึ่งว่า ทำไมคนจึงไม่ค่อยใช้บริการสะพานลอย เพื่อข้ามถนน? คำตอบที่ได้คือ สงสัยจะเป็นเพราะชื่อของมันนั่นแหละครับ สะพานมันลอย เลยขึ้นยาก แถมกลัวลงไม่ได้ด้วย ฮาฮาฮา วิธีแก้ง่ายๆ คือ เปลี่ยนชื่อมันเสียเลย ฮาฮาฮา

อีกคำตอบหนึ่งได้มาจาก วิธีการหยุดร้องของเตาฟิกที่เขย่าอาบีย์ แล้วบอกว่า "อาบีย์...อม อม อม" เลยได้คำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมเด็กจึงชอบลูกอบ คำตอบก็เพราะชื่อมันอีกนั่นแหละครับ มันชื่อ ลูกอม ไม่ใช่แม่อม หรือพ่ออม งานนี้คงต้องเปลี่ยนชื่อกันอีกอย่างหนึ่ง อันนี้กรณีเดียวกันกับอมยิ้ม เพราะก่อนพ่อแม่จะซื้อให้ก็มักจะต้องร้องก่อน แต่พอซื้อให้แล้วก็พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ฮือออออ น่าหมั่นใส้จริงๆ ลูกฉัน

ประเด็นลูกอมนี้ ประเด็นใหญ่ครับ วันก่อนพาอิลฮามและเตาฟิกไปหาหมอฟัน แค่เปิดประตูคลีนิก ก็โดนทักเลยครับ แหม่ ถือลูกอมมาเย้ยหมอเลยเหรอ ฮิฮิ ผมลืมปลดอาวุธลูกๆ ออกก่อน ในมือของแต่ละคนจึงมีลูกอมคนละเม็ด หมอก็ชอบห้ามเด็กไม่ให้กินลูกอม แต่ผมไม่แน่ใจว่า มีพ่อแม่คนไหนทำได้บ้าง ไอ้กระผมนะยอมแพ้ไปนานแล้วครับ ที่พอจะต่อสู้ได้หน่อยคือ ถ้าอมลูกอมก็ต้องแปรงฟันด้วยเท่านั้นเอง

ส่วนข้างล่างนี้ถูกลบแล้วนะครับ