ลองอ่านแล้วคิดตามว่า เพราะอย่างนี้ ใช่หรือเปล่าที่เรา ต้องมาเป็น blogger
ไปอ่านใน blog แห่งหนึ่งน่าสนใจ เขากล่าวถึง เรื่องราวว่า "เราเขียน blog ไปเพื่ออะไรกันแน่" ผมคิดว่า นี่หละเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายต่อหลายคน เสพติดblog กันงอมแงม
จะจริงหรือไม่ ลองอ่านดูนะครับ
- Anticipate Reciprocity : การที่นายA.ได้ให้ข้อมูลความรู้กับสังคมออนไลน์ หนึ่งๆ มีแรงจูงใจมาจาก การที่นายA.ก็ต้องการได้รับข้อมูลอื่นๆกลับคือนมาด้วย เช่น นายA.คอยตอบกระทู้ที่คนอื่นตั้งอยู่บ่อยๆ เวลาA.ตั้งกระทู้ถามบ้าง ก็ย่อมมีคนสนใจที่จะมาตอบเป็นธรรมดา
- Increased Recognition : ความต้องการมีชื่อเสียง และเป็นที่จดจำ ของสังคมออนไลน์นั้นๆ เช่น การให้คะแนน ให้ดาว สำหรับคนที่ตอบกระทู้เก่งๆ หรือการขึ้นHot Post สำหรับเอ็นทรี่ที่เขียนได้น่าสนใจ
- Sense of efficacy : ความรู้สึกดีใจ ภูมิใจ ที่เวลาเราทำอะไรแล้ว คนในสังคมให้ความสนใจ เช่น ตั้งกระทู้แล้วมีคนมาโพสต์ตอบเยอะๆ หรือเขียนบลอกแล้วมีคนมาคอมเม้นต์หรือมีPage Viewเยอะๆ
- Sense of Community : การมีปฏิสัมพันธ์ หรือการแลกเปลี่ยนความรู้ในสังคมนั้นๆ หรือการมีอิทธิพลต่อความคิดของคนในสังคมด้วยกัน รวมไปถึง การรวมตัวกันเพื่อแสดงออกบางอย่าง เช่น ความเห็นทางการเมือง, ดารา/ศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ, คอสเพลย์, การ์ตูน, พูดคุย-วิจารณ์หนัง, พูดคุย-วิจารณ์เพลง ฯลฯ
ลองอ่านแล้วคิดตามว่า เพราะอย่างนี้ใช่หรือเปล่าที่เรา ต้องมาเป็น blogger
อ้างอิงจาก : http://watchi.exteen.com/20080220/blog
ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้สานต่อความรู้ ได้ระบายอะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่างครับ ขอบคุณครับ
ได้รู้จักพี่เอก งัย คะ แล้วก็มีแก๊งค์หน้าตาดี อีก คริคริ
ตอนนี้พี่กำลังเขียนบทความวิชาการเรื่องการนำบล๊อกมาใช้ประโยชน์ในวิชาชีพ
กำลังจะยกตัวอย่าง G2K
พอดีเห็นบันทึกคุณเอก...
พอดีเล้ย...ปั่นบทความเสร็จแน่แท้ทีเดียว
สวัสดีครับ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
ผมมองว่า ประเด็นทั้งหมดของครูโย่งเข้ากับ Sense of Community แล้วโยงไปถึงความสุขด้วย
พี่กำลังวิเคราะห์ตัวเองแบบ ซิกมันด์ ฟรอยด์ อยู่เหรอครับ :)
สวัสดีครับ คุณเอก :)
แหม วันนี้เพิ่งนั่งตอบแบบสอบถาม ปริญญาโท รัฐประศานศาสตร์ มอเชิงดอยมาพอดี เรื่อง การจัดการความรู้ในมหาวิทยาลัย
แบบนี้ต้องเลียนแบบการตอบแบบสอบถามหน่อยครับ
จงเรียงลำดับตามพฤติกรรมของท่าน
1. Anticipate Reciprocity
4. Sense of Community
3. Sense of efficacy
แหม ส่วนข้อที่เหลือ 2. Increased Recognition ไม่ต้องการเลยแฮะ คุณเอก
แวะมาเยี่ยมครับ :)
น้องกวิน
ผมไม่ได้วิเคราะห์อะไรหรอกครับ พอดีผม เห็นว่า เขาแบ่งกลุ่มได้ชัดเจนดี และเป็นประโยชน์การเทียบเคียง อาการติด blog เลยนำมาแลกเปลี่ยนกันครับ
สำหรับผม ผมได้พัฒนาตัวเองครับ
ใครก็ตามที่ได้รู้จักตัวตนผม ก็บอกว่า ผมกับเรื่องที่ผมนำเสนอนั้น คือตัวตนของผมจริงๆ...
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมเป็น bloger เก่า แต่ไม่แก่ ที่นี่นะครับผม
และจะเป็น user ที่น่ารัก(ษา) ของ gotoknow ไปนานๆครับ
ข้อนี้น่าจะใกล้เคียงนะค่ะ
Sense of Community : การมีปฏิสัมพันธ์ หรือการแลกเปลี่ยนความรู้ในสังคมนั้นๆ หรือการมีอิทธิพลต่อความคิดของคนในสังคมด้วยกัน รวมไปถึง การรวมตัวกันเพื่อแสดงออกบางอย่าง เช่น ความเห็นทางการเมือง ฯลฯ
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องการที่อยู่ ต้องการความรัก ต้องการกำลังใจ และต้องการมีตัวตน และพรรคพวก ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนา อย่างสร้างสรรค์ได้
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ คุณ คนพลัดถิ่น เป็นกำลังใจให้เขียนบันทึกดีๆต่อไปครับผม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญา
น้องพอลล่า
หากนับว่า bloger ท่านใดที่ "ปากหวาน"ที่สุด ก็ยกให้พอลล่านี่หละ ที่ทำให้พี่เอกเคลิ้บเคลิ้ม
พี่ tuk-a-toon
ดีใจจังครับ ที่มีส่วนช่วยให้พี่ทำงานสำเร็จ
เย้...
ไม่ได้ปากหวานหรอกค่ะ
ก็พี่เอกน่ะ .... ใช้ภาษาได้ดีต่างหากคะ อ่านแล้วอบอุ่นดีค่ะ เหมือนพี่น้องจริงๆ ยังแอบนินทาพี่กํบพี่โย่งเลยค่ะ... อิอิ.... นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งค่ะ ..
พี่เขียนเพราะอยากเขียนค่ะ
บางครั้งยังบอกกับตัวเองว่า.. เราเขียนไว้อ่านเองก็ได้
เขียนสิ่งที่เราประทับใจ กลับมาอ่านอีกครั้ง เรายังจำความสุขที่ผ่านมาได้ไม่ลืม
สรุปว่า..พี่เขียนเพื่อบำบัดตัวเอง
ถ้าทำให้คนอื่นได้ประโยชน์ด้วย...ก็เป็นกำไรค่ะ
น้องสาวคนสวย paula ที่ปรึกษา~natadee
gotoknow มีส่วนในการช่วยฝึกปรือภาษาครับ ทำให้เราพัฒนาทักษะด้านนี้ไปเรื่อยๆ จากการเขียนครับ
พี่เกศนี บุณยวัฒนางกุล
เห็นด้วยที่พี่ เน้นคำว่า "การบริหารเวลาที่เหมาะสม" ผมเองใช้เวลาเช้า และหลังเลือกงานเขียน blog เพื่อถอดบทเรียนตัวเอง แต่ก็ใช้เวลาเยอะในการตอบข้อคิดเห็นของกัลยาณมิตร
ที่สำคัญประการหนึ่ง คือ แหล่งอ้างอิง บันทึกที่เราเขียนใช้เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการได้
ผมเองเมื่อแลกเปลี่ยนกับ นศ. ก็ให้โจทย์และ นศ.ก็อ่านใน blog นี่หละครับ
พี่นกNU 11 ครับ
ผมตามเข้าไปอ่านบันทึกพี่แล้ว ตรงนั้นคือ Sense of Community พร้อมกับความรัก ปรารถนาดีที่เจอตัวเป็นๆกันได้ เรียกว่าปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง
พี่แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
เขียนเพราะบำบัดตัวเอง
น่าสนใจคำศัพท์นี้มากครับ เป็นการคลายเครียดอย่างหนึ่ง และการคลายเครียดนี้ยังให้ประโยชน์มากมาย
ขอบคุณครับ
มาอีกแล้วค่ะ ...อิอิ มาทักทาย พี่เอก ไงคะ ฝึกๆๆๆ ภาษาต้องเขียนให้ถูกก่อน ใช่ไหมคะ (พยายามใช้คำที่ถูกต้อง คำว่า"รัย" งัย ไร อ่ะ ... จะเลิกใช้ แย้ววววว ...อ้อ แล้ววววว ต่างหาก คะ)