หายใจลำบากเกือบไม่(เข้าและ)ออกจากOvarian Hyperstimulation Syndrome

สิ่งหนึ่งที่เราจำได้แม่นอีกเรื่องว่านาย หรือ "แม่ของลูก"นั่นแหละ   มีความอดทนสูง และ ตั้งมั่น สู้ไม่ถอยเช่นกันในเรื่องลูก ก็คือ

ครั้งหนึ่งของการทำเด็กหลอดแก้ว  ไม่นับว่านายต้องพ่นยาเข้าทางจมูกมาก่อนหน้าวันนัดผ่าตัดเก็บไข่เป็นเดือน เกิดอาการตะครั่นตะครอ (บางทีนายก็บอกว่าร้อน ๆ หนาว ๆ หงุดหงิดเหมือนคนโรคจิตนิด ๆ ...ซึ่งบางวันมันไม่นิดนะ คนข้าง ๆ อย่างเราต้องคอยระมัดระวังตัว ไม่พูดอะไรให้ผิดหู)

ครั้งนั้น ที่เราจำไม่ลืมเลือน ก็เพราะหลังจากเก็บไข่ ย้ายไข่มาประคบประหงมในจานทดลอง

นำน้ำเชื้อจากพระเอก..ก็..เราไง  ใส่ลงไป

เมื่อเกิดการปฎิสนธิ  ซึ่ง โอ้โฮ ครั้งนั้นน่ะ ประสบผลสำเร็จอย่างมาก(ทางแล็บ)  เห็นอาจารย์อุทานกับนายว่า ได้ตัวอ่อน ตั้ง 9-10 ตัวอ่อน

เรายัง(แอบ)กลัวในใจว่า เอาล่ะวา เกิดได้แฝดเก้า จะว่าไง

เหมาซื้อหวยกันล่ะสิ

ปรากฎว่าหลังจากกรรมวิธีย้ายตัวอ่อนมาฝากฝังไว้ในอุทร
นายนอนมาบนรถเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด
หน้าตาเมื่อฟื้น ยังสดใสดีในช่วงเช้าไปจนสาย

ตกหัวค่ำ นายผุดลุกผุดนั่ง คลื่นไส้ แต่ไม่ถึงกับอาเจียน
กินไม่ได้ สักพักก็ไอ ไอ และไอ
แล้วก็บ่นแต่ว่าแน่นท้องจัง ท้องอืดจัง

ปวดฉี่บ่อย ๆ เราจึงมาช่วยประคองเข้าห้องน้ำ

ค่ำลง กระสับกระส่ายมากขึ้น บ่นแต่ว่าเมื่อไหร่จะสองทุ่มเสียที  จะโทรปรึกษาอาจารย์

เราต้องกระตุ้นว่า โทรเลยดีกว่า อย่ารอ
นายบอกว่า เอาน่ะ ให้พี่เขากินข้าวกินปลาให้เรียบร้อยก่อน

พอสองทุ่ม โทรหนึ่งครั้งยังไม่มีคนรับสาย  นายก็ดูแย่ลงทุกที ๆ
บ่นว่าหายใจแน่นจัง อึดอัด แล้วก็เปิดให้ดูท้องที่ป่องขึ้นมามาก
นายบอกว่าไม่เป็นไร คลื่นไส้เพราะยาที่โดนฉีดให้หลับระหว่างผ่าตัดล่ะมั้ง

สองทุ่มครึ่ง นายเริ่มนอนราบไม่ได้ ยังไอ และกระสับกระส่าย

เราต้องโทรเองเลย

พี่อาจารย์บอกว่าเดี๋ยวรีบมาดู

ระหว่างรอพี่อาจารย์ นายสติดีมากเลยนะ เรียกเราไปใกล้ ๆ แล้วบอกว่าสงสัยมีผลแทรกซ้อน Ovarian Hyperstimulation syndrome แล้วก็ขอโทรศัพท์คืนจากเราเพื่อโทรไปหาเพื่อนอาจารย์อีกคน รุ่นเดียวกัน

เพื่อนนายบอกว่า นั่งขึ้นมาตรง ๆ ดม อ็อกซิเจนก่อน แล้วพยายามอย่ากินน้ำ

นายก็กดกริ่งขอจากพยาบาล น้องพยาบาลก็รีบกันใหญ่เลย
เราเริ่มกังวล

เมื่ออาจารย์รุ่นพี่มา  เห็นเอาเทปสายวัดมาวัดท้อง(พุง)นายจดไว้  ไขเตียงให้นั่งสูง ๆ สั่งพยาบาลให้เข้ามาดูนายบ่อย ๆ  ให้ดมอ็อกซิเจน และ..อะไรต่อมิอะไรบ้างนะ  อ้องดน้ำ แทงน้ำเกลือ แค่ให้ไหลช้ามาก ๆ แทบไม่เห็นหยดน้ำเกลือ แล้วก็อธิบายอะไรยืดยาว นายได้แต่ยิ้ม ผงกหัว "ค่ะ ค่ะ"

อาจารย์เน้นก่อนออกจากห้องพักกับนายและเราว่า  "ตามพี่ได้ตลอด"

คืนนั้นทั้งคืน นายไม่ได้นอนเลย เพราะเราผู้เฝ้าเมื่อตื่นหลังจากเผลอหลับ ตื่นมาคราใด นายก็จะยิ้มเซียว ๆ ให้ แถมให้เราคอยวัดพุง จดเป็นเซ็นติเมตร

ตัวเลขสุดท้ายก่อนที่พุงนายจะค่อย ๆ ยุบลงและอาการดีขึ้นในตอนสาย ๆ ก็คือ..34 เซ็นติเมตร อ้อ นิ้วหรอก

โอ้ อ้วนอะไรขนาดนั้น 
ดีว่าพอตกเย็นของอีกวันพุงนายจึงยุบลง

 

**นายมาอธิบายให้ฟังเมื่อพี่อาจารย์อนุญาตให้กลับบ้านว่า

น้ำมันลอดออกมานอกเส้นเลือดเล็ก ๆ มาสู่บริเวณที่เรียกว่า ช่องว่างThird space และ ช่องว่างระหว่างผนังสองชั้นของปอด ของพุงฯลฯ

อันตรายพอสมควร แต่ไม่เป็นไรเพราะไง ๆ เราก็นอนอยู่ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว

เรารู้ว่านายไม่อยากให้เรากังวล
จากครั้งนั้น เรายังไม่ได้พบปาฎิหาริย์ แต่นายก็บอกว่า

ไม่เป็นไร พักสักพักค่อยลองใหม่**

 

เนี่ยเมื่อคิดถึงขึ้นมาได้ จึงมาจดไว้ก่อน

ไว้ให้เจ้าเด็กได้อ่านเมื่อโตกว่านี้