เซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต
เซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต
 

จากรายงานการสำรวจของหน่วยงานริเริ่มโอเพ่นเน็ต (OpenNet) หรือ อินเทอร์เน็ตเปิดได้ พบว่าเมื่อปีที่แล้วมีกลุ่มประเทศส่วนใหญ่ประมาณสองในสามจาก 40 ประเทศมักจะมีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องปกติ
   
 ผู้เชี่ยวชาญก็ได้ศึกษากรณีตัวอย่างล่าสุดของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและจอร์เจียล่าสุด รัฐบาลของทั้งสองประเทศ ก็ได้จัดการกลั่นกรองและตัดตอน รวมทั้งดึงบางเว็บไซต์ออก ซึ่งเราเรียกว่าการเซ็นเซอร์ หรือ censorship นั่นเอง
   
 เจ้าหน้าที่รัฐบาลของจอร์เจียขณะนี้ทำหน้าที่ปิดกั้นหรือที่เรียกว่า บล็อกหรือ block ข่าวสารในอินเทอร์เน็ตที่มาจากรัสเซียเพราะกลัวการโฆษณาชวนเชื่อ และทางรัสเซียก็ตอบโต้เช่นเดียวกัน ถ้าหากไม่ไว้วางใจกันแล้วสงครามเว็บไซต์ก็เกิดขึ้น หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า สงครามไซเบอร์ หรือ Cyber Warfare
 
คุณแอนโดร คิกนาดซี ของจอร์เจีย ก็ได้ พยายามเปิดเวทีออนไลน์ที่จะรวบรวมผู้สนับสนุนเพื่อช่วยประเทศให้พ้นจากความล่มจม แต่ก็โวยว่าเว็บไซต์ได้ถูกถอดออก ซึ่งก็อธิบายได้ว่าสงครามไซเบอร์ก็เกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่เฉพาะสงครามชิงพรมแดน สิ่งเหล่านี้มาจากรัฐบาลของประเทศทั้งหลายที่กลัวข้อมูลข่าวสารที่อาจจะเป็นอันตรายต่อรัฐของตน รวมกระทั่งการหวาดระแวงกันกลัวเรื่องการสมคบคิดกัน ในทางที่ไม่ดี หรือที่ภาษาอังกฤษมักจะเรียก ทฤษฎีสมคบคิด หรือ Conspiracy Theories
   
รอน ไดเบิร์ท ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการพลเมือง ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตแห่งมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศแคนาดา ได้กล่าวว่า รัฐบาลมีความพยายามอย่างมากในการใช้วิธีที่แยบยลในการกำจัดและปรับเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศสำหรับพลเมืองประเทศของรัฐบาลนั้น เพื่อให้พลเมืองรับรู้ข้อมูลที่รัฐบาลต้องการ คุณไดเบิร์ท ได้ยกตัวอย่างของรัฐบาลเกาหลีใต้ มักจะปิดกั้นหรือบล็อกข้อมูลที่มาจากประเทศเกาหลีเหนือด้วยเหตุผลหลายประการ
  
เอียน บราวน์ นักวิจัยแห่งสถาบันอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด กล่าวว่า ในประเทศยุโรปทั้งหลายรวมกระทั่งประเทศอังกฤษ ก็มีการเซ็นเซอร์เว็บที่เป็นภาพโป๊ลามกอนาจาร และเว็บที่มาจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายเช่นกัน ทางกูเกิ้ลก็มักจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนในเรื่องข้อมูลข่าวสารที่มาจากไต้หวันและกับทิเบต
  
คุณบราวน์กล่าวอีกว่าที่ประเทศจีนมีทหารจีนประมาณ 100,000 คน ที่ได้ถูกนำมาดูแลเรื่องสงครามไซเบอร์โดยเฉพาะ และสื่อทางตะวันตกมักจะคุยอ้างว่า ประเทศที่ไม่ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตก็คือประเทศที่มีประชาธิปไตยสูงมากคือ สหรัฐอเมริกาและอินเดีย
    
โจนาธาน ซิทเทรน ผู้ก่อตั้ง โอเพ่นเน็ต แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า ยิ่งปิดกั้นก็จะยิ่งมีคนคิดซอฟต์แวร์ที่จะเปิดให้ได้ เช่นกรณี ไซฟอน หรือ Psiphon จะใช้ระบบของตัวแทนในเว็บที่ช่วยให้บุคคลสามารถที่จะทำเว็บใหม่แทนได้เมื่อเว็บเก่าถูกถอดออก
   
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามไซเบอร์เท่านั้น.


รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล
[email protected]

http://www.dailynews.co.th/