โพลกับห้องสมุดเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้จริงหรือ

มีโอกาสได้ฟัง รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ รองอธิการบดีฝ่ายศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เจ้าสำนักแห่งสวนดุสิตโพล มาเป็นวิทยากรบรรยายในการประชุมวิชาการประจำปี ที่สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3-5 กันยายน 2551 ณ โรงแรมราชเทวี

นับเป็นเรื่องใหม่ที่ห้องสมุดที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลหันมาให้ความสนใจด้วยว่าอาจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหน่วยงาน ด้วยการก้าวสู่การเป็นสำนักโพล หากห้องสมุดเป็นตัวแทนสถาบันทำหน้าที่สำรวจประชามติหรือความคิดเห็นสาธารรณะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับชุมชนในด้านการบริการชุมชน และในอนาคตหากหน่วยของการทำโพลเข้มเข็ง อาจจะแยกออกมาเป็นหน่วยงานที่รับทำโพลให้กับหน่วยงานเอกชนภายในภูมิภาคโดยเฉพาะ เป็นช่องทางการหารายได้เลี้ยงตนเองที่ดีประการหนึ่ง ดังคำกล่าวของอาจารย์สุขุมที่ว่า "โพลทำให้ห้องสมุดเป็นมากกว่าห้องสมุด" หรือ "นำมาใช้ในการบริหารงานห้องสมุด"

สิ่งที่ท่านอาจารย์สุขุมพูดถึงคือ ศักยภาพซึ่งเกิดมาจากความรู้ความสามารถของบรรณารักษ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการข้อมูล และศักยภาพของหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษา ประมวลความคิดของอาจารย์แล้ว ท่านต้องการจะเสริมสร้างความมั่นใจว่าหากห้องสมุดใดจะเรียนรู้และก้าวสู่ความเป็นเจ้าสำนักโพลนั้นไม่ใช่เรื่องยาก

บรรณารักษ์อย่างเราๆ จึงได้รับแนวทางมาคิดตาม  เริ่มจากทำความเข้าใจกับโพลก่อนว่ามีความแตกต่างจากการวิจัยเชิงสำรวจ ว่า

  • ปริมาณข้อคำถามซึ่งโพลจะตรงประเด็นและมีน้อยกว่า
  • โพลไม่ต้องมีการอ้างอิงวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • กลุ่มตัวอย่างของโพลอาจต้องมีจำนวนมากกว่า ประมาณ 600-1,500 คน ซึ่งต้องเป็นตัวแทนประชากรที่ดีด้วย 
  • ระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูลของโพลต้องสั้นเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ส่วนใหญ่ใช้เวลา 2-3 วัน
  • โพลมีการประมวลผลต้องรวดเร็ว อาจจะต้องมีการบันทึกข้อมูลจากสถานีต่างๆ ภายหลังการบันทึกข้อมูลก็สามารถวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดได้ภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง
  • เอกสารปฐมภูมิต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานหากมีการอ้างอิง (~10 ปี)

และรู้จักกับโพลให้มากขึ้น ด้วยว่า

"โพล" เป็นเครื่องมือในการรวบรวมความคิดเห็นของผูเกี่ยวข้องที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

และการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้วย เช่น การหยั่งเสียงผู้นำสหรัฐ เป็นต้น ซึ่งสัปดาห์นี้ผลที่ได้แตกต่างจากสัปดาห์ที่ผ่านมาแบบพลิกโผ

ราคาในการทำโพลถูกกว่าการใช้แบบสอบถามในการวิจัยเชิงสำรวจ

ว่าไปแล้วแนวทางที่ห้องสมุดจะนำโพลมาใช้ประโยชน์จึงมีได้ 2 แบบ

1. ใช้ในการจัดการสารสนเทศที่เกี่ยวข้องห้องสมุด เพื่อเป็นข้อมูลต่อการบริหารจัดการและการสะท้อนแนวคิดของผู้ใช้บริการต่อการดำเนินงานห้องสมุด  ซึ่งหากห้องสมุดเลือกวิธีนี้อาจต้องคำนึงถึงลักษณะคำตอบที่ได้จากวิธีการใช้โพลในการรวบรวมข้อมูลว่าเหมาะสมแล้วหรือยังที่เลือกใช้วิธีการนี้ จำนวนประชากรที่จะเป็นผู้ตอบโพล ผู้ทำหน้าที่รวบรวมโพลซึ่งต้องทำด้อย่างรวดเร็ว หากใช้เวลานาน สิ่งนั้นคงไม่ใช่โพลแล้ว

2. หากห้องสมุดจะก้าวสู่เจ้าสำนักโพล คงต้องเป็นนโยบายที่ชัดเจน มีการเตรียมผู้รับผิดชอบ มีการจัดองค์กรและอัตรากำลังที่เหมาะสม และมีอัตราการเรียกเก็บค่าดำเนินการเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน และมีเครือข่ายที่ดีเพื่อช่วยต่อการเก็บรวบรวมข้อมูล

สำหรับ tips เล้กๆ ที่ได้จากการให้ความรู้ของอาจารย์สุขุม ท่านว่า

หากจะโพลอย่าเริ่มต้นด้วยคำว่า "ปัญหา" เช่น

  • ท่านมีปัญหาในการใช้บริการ.........ของห้องสมุดในระดับใด เพราะจะทำให้ห้องสมุดมีบทบาทเชิงรับ ที่จะรอคำตอบจากโพล และนำไปแก้ปัญหาต่อไป

แต่ควรจะเป็นการตั้งคำถามเชิงบวก เช่น

  • ท่านคาดหวังจากบริการ...................ของห้องสมุดระดับใด เพื่อเปลี่ยนฐานะเป็นเชิงรุก

    เรื่องราวของโพลคงเป็นเรื่องใหม่ หากบรรณารักษ์จะเปลี่ยนแปลงจากผู้ตอบโพลและผู้บริการ มาเป็นผู้จัดการโพล....แต่คงไม่ใช้เรื่องที่ยากจนเกินไป....เพียงแต่วันนี้บทบาทหน้าที่ของบรรณารักษ์และห้องสมุดถูกวางไว้ตำแหน่งใดเท่านั้น