มาช้ำสุดๆ เพราะถนัดซ้าย

วันนี้ผู้เขียนรู้สึกระทมขมขืนใจพอประมาณ สาเหตุเพราะประสบกับสิ่งไม่ได้ดังใจหลายอย่างซ้ำๆ ติดต่อกัน... เริ่มเรื่องตั้งแต่เมื่อคืน ผู้เขียนเข้านอนหรือจำวัดก็ตีสี่กว่าแล้ว พอเคลิ้มๆ คล้ายๆ จะหลับ ก็สะดุ้งตื่นเพราะความคิดบางอย่าง พอกำหนดใจจะหลับก็ได้ยินเสียงเคาะระฆังทำวัตรเช้า ทำให้ผู้เขียนต้องสะดุ้งอีกครั้ง ก็นอนฟังเสียงระฆังเคลิ้มๆ ว่าจะหลับให้ได้สักหน่อยก็ยังดี...

นอกประเด็นเรื่องทำวัตรเช้า เข้าพรรษาปีนี้ ผู้เขียนไม่ได้ลงทำวัตร เพราะผู้เขียนบอกว่าให้เคาะระฆังเวลา 05.15 น. .... ฝ่ายพระ-เณรอีก ๔-๕ รูป บอกว่า่จะไปบิณฑบาตไม่ทัน ขอเลื่อนเป็นเวลา 04.45 น. พวกเค้าต่อรองว่าจะทำวัตรกันเอง ผู้เขียนไม่ต้องลงก็ได้ (มีพระบวช ๒-๔ พรรษา อยู่สองสามรูปซึ่งพอจะทำวัตรสวดมนต์เองได้แล้ว) ผู้เขียนจึงปล่อยปละให้พวกเค้าทำกันเอง... ปกติผู้เขียนจะไม่รู้สึกตื่นตอนเคาะระฆัง แต่ใกล้รุ่งวันนี้ ได้ยิน และพอได้ยินทำให้ความคิดแล่นขึ้นและรู้สึกตื่นขึ้นมาอีกคราว กว่าจะข่มใจเพื่อจะให้หลับได้ก็ต้องใช้เวลาอีกนิดหนึ่ง...

นอนเคลิ้มๆ ทำท่าจะหลับสนิท ก็ต้องสะดุ้งตื่นอีกครั้ง เพราะเสียงโทรทัศน์ดังขึ้นมา ผู้เขียนใช้โทรทัศน์เป็นนาฬิกาปลุก และมักจะตั้งเวลาไว้ที่ 05.50 น. เพื่อจะออกบิณฑบาตในเวลาประมาณหกโมงเช้า (แต่บางวันก็ปิดโทรทัศน์แล้วนอนต่อ...) สำหรับเช้าวันนี้ ครั้งแรกที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรทัศน์ ก็ถูกความเกียจคร้านเข้ามาครอบงำว่า อย่าไปดีกว่า.... แต่ผู้เขียนเพิ่งเริ่มต้นบิณฑบาตได้เพียงสองเช้า หลังจากหยุดไปสิบกว่าวันเพราะไปช่วยงานศพท่านอาจารย์เจ้าอาวาสที่วัดคอหงส์ (เสร็จงานก็ขี้เกียจอีกหลายวันกว่าจะได้เริ่มต้น) ดังนั้น จึงรวบรวมกำลังใจข่มความเกียจคร้านแล้วก็ลุกขึ้นล้างหน้า ห่มจีวรออกไปบิณฑบาต....

กลับจากบิณฑบาตก็ฉันข้าวแล้วก็เก็บข้าวกล่องเล็กๆ กับแอปเปิ้ลเขียวหนึ่งลูกไว้ในย่าม เพื่อจะได้ฉันกับกาแฟตอนเพล ส่วนที่เหลือก็ใส่ถาดวางไว้หน้าห้อง เผื่อหลวงพี่อีกรูปตื่นมาจะได้ฉันหรือให้ใครไปก็ตามอัธยาศัยของท่าน... กลับเข้าห้องแล้วก็เปิดโทรทัศน์ดูข่าว เปิดคอมฯ ดูบันทึกว่าใครเข้ามาอ่านหรือให้ความเห็นอะไรบ้าง ประมาณตีแปดกว่าๆ ก็จำวัด แล้วจะตื่นอีกครั้งประมาณตีสิบเอ็ดกว่าๆ เพื่อฉันเพล หรือบางครั้งขี้เกียจลุกก็นอนต่อ ส่วนอาหารที่เก็บไว้เพลก็จะให้เด็กหรือให้หมาแมวไปตามระเบียบ...

ก็นอนทำท่าเคลิ้มๆ คล้ายๆ จะหลับสนิทก็สะดุ้งตื่นอีกครั้ง เพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา จะหลับต่อก็ไม่ได้ เพราะเสียงรบกวน จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ (เป็นมือถือชาร์ตไฟอยู่ที่ปลั้ก จึงต้องลุกขึ้น)... พอจะรับสายเสียงสัญญาณก็เงียบลง ลองกดดูเห็นชื่อโยมแม่จึงจะโทรกลับไป สัญญาณเรียกซ้ำเข้ามา ปรากฎว่าผู้เขียนดูชื่อผิด ผู้ที่โทรมามิใช่โยมแม่ แต่เป็นคุณโอ๊ะ เพื่อนรุ่นน้องเพิ่งบวชพรรษาแรกอยู่ที่นคร โทรมาคุยตามความคิดถึง บอกว่ายังจำสวดมนต์ไม่ค่อยได้เลย (ครั้งก่อนผู้เขียนบอกว่าให้ขยันท่องสวดมนต์)... ก็คุยกันนิดหน่อยแล้ววางสายไป แต่ผู้เขียนประสาทตื่นเสียแล้ว...

ดูเวลาก็ตีเก้ากว่าๆ จึงล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เปิดโทรทัศน์นอนฟังเสียงเล่นๆ ก็ไม่หลับ จึงลุกขึ้นมาเปิดคอมฯ อีกครั้ง กะว่าค่อยนอนหลังฉันเพลเสร็จ... สิบเอ็ดกว่าๆ ได้เวลาเพล ผู้เขียนก็ไปล้วงข้าวกล่องกับแอปเปิ้ลเขียวในย่ามมาฉันในห้อง เพื่อจะได้ดูข่าวช่องสามไปด้วย คำแรกที่ข้าวเข้าปากก็รู้ได้ทันที ไอ้หย่า ! ข้าวดิบ ! (เป็นข้าวราดหน้าด้วยผัดเผ็ดลูกชิ้นนิดหนึ่งและมีไข่ดาวหนึ่งฟองกับแตงกวาอีกชิ้น)... รู้สึกในใจว่า วันนี้ มันเซ็งจริงๆ !

เมื่อเจอข้าวดิบจึงฉันเฉพาะผัดเผ็ดลูกชิ้นกับไข่ดาวและแตงกวา ส่วนข้าวก็ทิ้งไว้... หยิบมีดปลายแหลมขึ้นมา เพื่อจะปอกเปลือกแอปเปิ้ล ไอ้หย่า ! เจออีกแล้ว.... มีดมีคมเฉียงด้านเดียว มีดชนิดนี้ใช้สำหรับคนถนัดขวาเท่านั้น ไม่ใช่มีดมีคมกึ่งกลางซึ่งคนถนัดซ้ายก็สามารถใช้ได้ รู้สึกช้ำใจสุดๆ ก็ตอนนี้เอง

มีดเล่มนี้ คุณโยมConductor ถวายมาจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ผู้เขียนก็วางไว้ในห้องเพื่อใช้ตัดใบจากหรืออะไรเล็กๆ น้อยๆ ยังไม่เคยใช้ปอกเปลือกผลไม้เลย... นอกห้องมีมีดคมกึ่งกลางซึ่งสามารถใช้ปอกได้ แต่ผู้เขียนขี้เกียจลุกขึ้นไปเอา จึงต้องปอกวิธีพิเศษ โดยวางมีดจากด้านนอกตัวแล้วลากเข้ามาหาตัวเรา (ซึ่งปกติการปอกผลไม้จะวางมีดจากด้านในตัวแล้วลากออกไป) ก็ทุลักทุเลพอสมควรกว่าจะได้ฉันแอปเปิ้ลลูกนั้น...

.........

สำหรับคนถนัดขวาอาจไม่เคยรู้สึำกช้ำในเรื่องทำนองนี้ แต่สำหรับคนถนัดซ้ายจะรู้สึกผิดปกติมาตลอดตั้งแต่เล็กๆ เพราะสิ่งของหรืออุปกรณ์เกือบทุกอย่าง ตลอดถึงธรรมเนียมหรือระเบียบอีกหลายๆ อย่าง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อคนถนัดขวาเท่านั้น ดังนั้น คนถนัดซ้ายจึงจะมีปมเรื่องนี้ทุกคน และถ้าบังเอิญจำเป็นต้องมาเจอในขณะที่ อารมณ์บ่จอย ! ดังเช่นผู้เขียนวันนี้ คิดว่าคนถนัดซ้ายคงจะเข้าอกเข้าใจเรื่องนี้ดีแน่...

ตอนเป็นวัยรุ่น เคยอ่านพบว่า มีสวนอาหารแห่งหนึ่งในต่างประเทศ (จำประเทศไม่ได้) เป็นสวรรค์ของคนถนัดซ้าย เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง จัดทำขึ้นเพื่อคนถนัดซ้ายเท่านั้น เช่น ที่เปิดกระป๋อง หรือคันโยกชักโครกในห้องน้ำ เป็นต้น... ผู้เขียนเคยฝันว่า อนาคตถ้าเป็นไปได้ จะจัดสร้างสวนอาหารทำนองนี้ จัดให้เป็นชมรมเพื่อคนถนัดซ้ายแห่งประเทศไทยไปเลย (ประมาณนั้น 5 5 5...)

ตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงขณะนี้ ผู้เขียนได้นอนหรือจำวัด สามเคลิ้มเท่านั้น (มิได้หลับสนิทเลย) เมื่อมาโดนมีดปลายแหลมด้านเดียวเพื่อคนถนัดขวาเท่านั้น จึงช้ำใจสุดๆ ถึงกับไม่อยากจะนอนเลย ค่อยนอนตอนง่วงสุดๆ ตอนเย็นๆ หรือกลางคืนโน้นแหละ...

  • จิรํ วฑฺฒนฺตุ วฑฺฒนฺตุ วามคาหิโน
  • ขอคนถนัดซ้ายทั้งหลาย จงเจริญ จงเจริญ ยาวนานเทอญ...