จากกรณีกรมทางหลวงเปิดประกวดราคางานก่อสร้างขยายช่องจราจรจาก 4 ช่องจราจรเป็น 8 ช่องจราจร พร้อมปรับปรุงผิวทางเดิมบนทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 ตอนบางปะอิน-บางพลี ระยะทาง 42 กม. วงเงิน 6.1 พันล้านบาท แบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 9 ตอน 9 สัญญา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการคิดราคากลางสูงเกินจริง และกีดกันการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาบางราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดกลุ่มเครือข่ายข้าราชการกระทรวงคมนาคมและกลุ่มผู้รับเหมางานของกรมทางหลวง ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา เพื่อให้มีการตรวจสอบกรณีดังกล่าว
หนังสือร้องเรียนได้ตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดราคากลาง ว่า กรณีงานก่อสร้างทางสายบางปะอิน-บางพลี ส่วนที่ 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.บางปะอิน ทางสำนักงานก่อสร้างทางที่ 1 ของกรมทางหลวง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ได้เสนอราคางานทรายถม โดยเสนอแหล่งวัสดุมาจาก จ.ชลบุรี ทั้งที่ อ.บางบาล จ.อยุธยา ก็มีแหล่งที่สามารถจัดหาได้
ซึ่งจะสามารถลดราคากลางลงได้ 11,812,800 บาท ขณะที่งานรองพื้นทาง งานพื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ งานแอสฟัลท์คอนกรีต สำนักก่อสร้างทางที่ 1 ยังระบุแหล่งวัสดุจาก จ.ชลบุรี ขณะที่สามารถหาได้จากแหล่งที่ใกล้กว่า เช่น จ.สระบุรี จ.อยุธยา ทั้งหมดจะสามารถลดราคากลางลงได้ถึง 405 ล้านบาท
ขณะที่ในการกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) เปิดให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษเท่านั้นที่สามารถ เข้าร่วมประมูลได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในงานก่อสร้างลักษณะคล้ายกัน เช่น เส้นทางสายบางปะอิน-นครสวรรค์, ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ชลบุรี, ทางหลวงพิเศษสายที่ 9 ช่วงรามอินทรา-วัดสลุต ไม่เคยกำหนดเงื่อนไขให้เฉพาะผู้รับเหมาพิเศษเพียงกลุ่มเดียว ดังนั้นหากเปิดให้ผู้รับเหมาชั้นที่ 1 เข้าร่วมการประมูลได้ จะทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา น่าจะสามารถงบฯ ทั้งหมดประมาณ 1,000-1,155 ล้านบาท
มติชน 5 กันยายน 2551