วันที่ 3 กันยายน 2551 เวลา 13.00 น.ได้มีโอกาสเข้าประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดงานประเพณีปลอดเหล้าเบียร์จังหวัดน่าน ณ เทศบาลเมืองน่านโดยมี ผวจ.น่านนั่งเป็นประธาน ท้องถิ่นจังหวัดทำหน้าที่ประสานงานให้มีการประชุมร่วมกัน ระหว่างเทศบาลและ อบต.ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งเรือทั่วทั้ง จว.ในปีนี รวม 8 สนาม ส่วนใหญ่ทางเทศบาลและ อบตใได้เตรียมการในการจัดการแข่งเรือตามประเพณีที่เคยทำกันมาแล้ว แต่สิ่งที่ ผวจ.ต้องการเน้นย้าคือการแข่งเรือจะต้องปลอดเหล้า เบียร์ มีข้อตกลงร่วมระหว่าง ผู้จัดการแข่งเรือ และสนง. เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ซึ่งได้สนับสนุนงบฯทดแทนการรับงบฯโฆษณาจากบริษัทเหล้า เบียร์ นับได้ว่าจว.น่านได้งดรับสปอนเซอร์จากบริษัทหล้าวมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ 2 มีการทำข้อตกลงร่วมกันทั้ง จว.ว่างานแข่งเรือจะไม่รับสปอนเซอร์จากเหล้า เบียร์ ที่ประชุมได้วางแนวทางในการบังคับใช้ กม.ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 ซึ่งจวงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับ จว.ไปแล้ว มีการประชุม 2 ครั้งและ ผวจ.สั่งให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับอำเภอ เพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุมในทุกพื้นที่ต่อไป การบังคับใช้ กม.ในงานแข่งเรือทุกสนามนับได้ว่าปีนี้มีมาตรการทาง กม.ที่มีการเสริมแรง ป้องปรามทั้งการห้ามขาย จำกัดวิธีการขาย การห้ามขายให้เด็ก/คนเมาขาดสติ สถานที่ห้ามดื่ม การจำกัดการโฆษณา ทั้งนี้แต่ละสนามต้องมีคณะทำงานตรวจประเมินการบังคับใช้ ก.ม.ด้วย
ข้อสังเกตุ การให้งบฯสนับสนุนของ สสส. อาจมีเป้าหมายที่ไม่ครงกันนัก เจ้าภาพก็หวังเอางบฯไปจัดการแข่งขันที่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ขณะที่ สสส.ต้องการกระตุ้นจิตสำนึกให้ท้องถิ่น รัฐ และประชาชนร่วมกันสร้างกระแสการรณรงค์ลดการดื่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและจริงจัง ในการดำเนินงาน ทาง สสส. หรือหน่วยงานยที่เกี่ยวข้องควรมีการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานที่ชัดเจน เพราะจากที่ฟังแล้วพบว่า งบฯส่วนใหญ่ได้นำไปใช้ในการจัดงาน ส่วนการรณรงค์ที่ต้องอาศัยความจริงจังขอฟรีๆจากส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ ผู้ประสานงานควรกำหนดเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการให้ชัดเจน และมี MOU ให้ผู้รับโครงการดำเนินงาน มิเช่นนั้นงบฯที่ให้จะไม่ได้สนองตอบเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงเพียงแต่ได้งบจาก สสส.ทดแทนงบฯอื่นเท่านั้น
ข้อคิดเห็น การขับเคลื่อนทางสังคม ในประเด็นที่ซับซ้อนและฝังลึกเกี่ยวกับการดื่มในงายนประเพณีแข่งเรือ ควรอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนให้มากขึ้น เช่นให้ชุมชนเรือแข่งได้พัฒนาโครงการในการจัดกิจกรรมลด ละ เลิก การดื่มในชุมชนด้วย โดยมีเป้าหมายทั้งฝีพาย กรรมการ กองเชียร์ เยาวชน กลุ่มแม่บ้าน กรรมการหม๋บ้านชุมชน โดยให้ชุมชนมีเวทีพูดคุย สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยจากการดื่มอย่างถูกต้อง พร้อมหาแนวทางร่วมกันในการออกแบบกิจกรรมต่างๆ มีมาตรการชุมชน ทั้งในชุมชน ร้านค้า การเข้าค่ายฝึกซ้อมฝีพาย การเชียร์ การปลูกฝังค่านิยมของเยาวชนในการฟื้นฟูประเพณีแข่งเรือ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ และลดพฤติกรรมเสี่ยง มีความรับผิดชอบต่อส่งคม ชุมชนเรือแข่งต้องแสดงศักยภาพของตน กล้าที่จะแสดงต่อสาธารณะว่าเรือแข่งของชุมชนตนเอง เป็นเรือแข่งปลอดเหล้าสมดังทิศทางรณรงค์ที่ว่า "ชาวน่านภูมิใจ๋ แข่งเรือยิ่งใหญ่ปลอดเหล้า เบียร์" เน้นย้ำในพิธีเปิด การแสดงสัญญลักษณ์ การกำหนดเขตห้ามเมา และมีการตอกย้ำ ประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง การสนับสนุนชุมชนจะทำให้เกิดความรู้สึกการเป็นเจ้าของและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เร็วขึ้นมากกว่าการ ปชส.แนวกว้างและบังคับใช้ กม. ชาวเรือหลายพื้นที่ได้เรียกร้องให้ สสส.สนับสนุนการขับเคลื่อนในชุมชน ให้ประสานสอดคล้องกันจะเกิดพลังที่เข้มแข็งมากขึ้น นอกจากนี้ทางชุมชนจได้ขยายผลการงดดื่มเหล้าเบียร์ในประเพณีอื่นๆต่อไป
กลยุทธ์การทำงาน ประกอบด้วย
1.การสร้างกระแสแนวกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ ความถี่ และห้วงเวลาที่ตรงกันให้เข้มข้นผ่านสื่อวิทยุ นักจัดรายการวิทยุ นสพ. ทีวี ป้ายโฆษณา การพากย์เรือแข่ง พิธีกรในสนามฯลฯ
2.กระตุ้นจิตสำนึกของผู้นำทั้งรัฐ ท้องถิ่น และประชาชนในอันที่จะปลูกฝังค่านิยมที่ดี โดยเฉพาะการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนไม่ดื่มให้เด็กเห็น ไม่เมาให้เด็กดู
3.มีการบังคับใช้ ก.ม.อย่างจริงจัง ผู้ฝ่าฝืนควรได้รับการลงโทษโดยให้บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ
4.มีการประเมินผลและเฝ้าระวังการฝ่าฝืน ก.ม. มีการจัดกระบวนการสังเคราะห์สรุปบทเรียนหลังสิ้นสุดโครงการ
5.หน่วยงาน องค์กรต้องประกาศนโยบายสนับสนุนอย่างชัดเจน
6.สร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้มีการจัดการควบคุมป้องกันการดื่มอย่างบูรณาการทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ชมรม ชุมชน