วันนี้ ผมตรวจคนไข้ในตึกชายเสร็จตอน 8 โมงเช้า แล้วก็ไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอสว.ที่บ้านลีซอ ต.ทุ่งกระเชาะ พร้อมกับทีมงานจากรพ.บ้านตากและสสอ.บ้านตาก ซึ่งหมู่บ้านนี้ทางขึ้นอยู่ที่ตำบลท้องฟ้า แต่ตัวหมู่บ้านอยู่ที่ ต.ทุ่งกระเชาะ โดยต้องเดินทางผ่านอีก 3 ตำบลคือตากออก ตากตก เกาะตะเภา

                ออกหน่วยแพทย์วันนี้ น้องขิม ลูกสาวขอตามไปด้วย ซึ่งดูท่าทางตื่นเต้นมาก การเดินทางในช่วงหน้าแล้งจะสะดวกมากกว่าหน้าฝนแต่ถนนหนทางก็ขรุขระโยกเยกน่าดูเช่นกัน ตอนนหน้าฝนปีก่อนทีมงานของช่อง 11 เคยตามไปดูกิจกรรมด้วยยังบอกว่า ไม่เคยเดินทางลำบากอย่างนี้มาก่อนเลย

                บ้านนี้ชื่อจริงว่าบ้านห้วยทู่ ชาวบ้านเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าลีซอ เราจึงมักเรียกว่าบ้านลีซอ เราจะออกหน่วยแพทย์ที่นี่เกือบทุกปีเพราะเป็นหมู่บ้านที่อยู่ไกลและเดินทางลำบากมากที่สุด มีชาวบ้านประมาณ 33 หลังคาเรือน ประชากรประมาณ 80 คน ผมเข้าไปหมู่บ้านนี้จนคุ้นเคยกับชาวบ้านมากและถูกต่อว่าเรื่อยๆเพราะยังไม่เคยไปนอนค้างที่นี่เลย ยิ่งช่วงปีใหม่ของเขาก็จะถูกคะยั้นคะยอให้ไปร่วมงานแต่ผมก็มีเหตุต้องติดภารกิจต่างๆอยู่เรื่อย

                การเดินทางวันนี้ นอกจากลูกสาวแล้ว ยังมีนักศึกษาเภสชั มช.อีก 2 คน และนักศึกษาแพทย์ มช.อีก 1 คน ร่วมทีมไปด้วย โดยเรามีบริการทั้งด้านการรักษาพยาบาล ทันตกรรมและการส่งเสริมป้องกันโรค มีทีมงานของตำรวจภูธรและตชด.เข้าไปด้วย เนื่องจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆ จึงใช้เวลาไม่นานนักในการให้บริการ ประมาณเที่ยงวันก็เสร็จสิ้นภารกิจ

                 ในการตรวจรักษาโรคนั้นก็จะเป็นโรคง่ายๆ ที่พบบ่อยๆเช่นไข้หวัด เวียนหัว ปวดกล้ามเนื้อ ผื่นคัน ปวดท้อง ซึ่งเมื่อก่อนตอนทำค่ายอาสา ผมจะชอบออกหน่วยตรวจรักษามาก แต่พอทำค่ายไปนานๆก็เริ่มรู้สึกว่าเหมือนไปแจกของไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก ตอนหลบังๆจึงไม่ค่อยอยากไปออกหน่วย เหมือนกับไปแจกยา บางคนป่วยมาตั้งนานก็ขอยาไปเก็บไว้ แต่พอทำงานไปได้สักพัก ก็เริ่มคิดได้ว่า หากเรามองในบริบทของเรา การเอายาไปเก็บไว้เฉยๆดูจะไม่ได้จำเป้นนักเพราะเราอยู่ในเมือง เจ็บป่วยก็มีรถราไปหาหมอได้ง่าย เราจึงมองว่าไม่จำเป็น แต่ในส่วนของชาวบ้านที่เขาอยู่ห่างไกล จะลงจากดอยเข้าไปตรวจไปหาหมอจะค่อนข้างลำบากมาก เมื่อมีคนนำยาไปให้เขาๆก็จะต้องขอเก็บเอาไว้ก่อนเมื่อถึงคราวจำเป็นจะได้นำมาใช้ได้ ในช่วงหลังๆมานี่ ผมก็จะเห็นความสำคัญของการออกหน่วยแพทย์มากขึ้นและผมก็ได้พูดในประเด็นนี้ให้น้องนักศึกษาแพทย์ได้ฟังด้วย

                 เราเดินทางกลับออกมาเพื่อมารับประทานอาหารที่ร้านข้างนอกเพราะเคยเอาข้าวขึ้นไปด้วย แต่ระหว่างเดินทางก็จะดูแลลำบากเพราะรถจะโยกไปโยกมา เคยมีครั้งหนึ่งขึ้นไปถึงต้มจืดเหลือแต่ส่วนที่เป็นผักกับหมูส่วนน้ำหกไปจนหมดแล้ว ตอนเดินทางกลับน้องๆขอแวะถ่ายรูปที่ริมลำธารก่อน น้องขิมชอบมากที่ได้เล่นน้ำลำธาร กว่าจะได้กินข้าวกลางวันก็ประมาณบ่ายโมงครึ่ง แล้วก็รีบเดินทางกลับโรงพยาบาลเพื่อประชุมร่วมกับผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนตากในเรื่องการเปิดหลักสูตรแพทย์แผนไทยประยุกต์และต้อนรับพร้อมทั้งปฐมนิเทศนิสิตแพทย์ปี 4 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เสร็จแล้วก็มีสัมภาษณ์ผู้สมัครมาทำงานในตำแหน่งนักรังสีแพทย์และพูดคุยกับช่วงควบคุมงานก่อสร้างแฟลตของโรงพยาบาล เสร็จประมาณ 5 โมงกว่าๆ