ไปกรุงเทพก็เจอพันธมิตรปิดทำเนียบ ภูเก็ตก็เจอพันธมิตรปิดสนามบิน ที่หาดใหญ่พันธมิตรก็ปิดสนามบินเหมือนกัน

        ผม พ่อครูบา และลุงเอก กับนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๑ เดินทางไปศึกษาสถานการณ์ภาคใต้ที่ปัตตานีส่วนหนึ่ง นราธิวาสส่วนหนึ่ง แล้วมารวมกันที่ยะลาเพื่อร่วมมหกรรมสันติวิธีที่สถาบันราชภัฏและศึกษาดูงานตามจุดต่างๆ จากนั้นพวกเราบางส่วนเดินทางไปนราธิวาสเพื่อขึ้นเครื่องกลับ กทม. อีกส่วนหนึ่งเดินทางไปที่ อ.หาดใหญ่เพื่อขึ้นเครื่องกลับ กทม. ผม พ่อครูบา ลุงเอกและหลวงพี่ติ๊ก พักกันที่หาดใหญ่

พอไปถึงเราไปทานอาหารเย็นกับพันธมิตร gotoknow (ไม่ใช่ พธม.อิอิ....)ที่หาดใหญ่ น้องเม้ง และคุณเมตตา blgger ที่มอ.และผอ.กองการเจ้าหน้าที่,อาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เจ้าของตำรับไบโอดีเซลร้อยเปอร์เซนต์กับคณะมาร่วมด้วย เลยเอาภาพมาให้ดูบรรยากาศ

        ที่หาดใหญ่ ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดที่พักให้หลวงพี่ติ๊กที่หอพักมหาวิทยาลัย และจัดให้ผม พ่อครูบาและลุงเอก พักที่วิณี บูติก รีสอร์ท สวยมากขอบอก....ไม่เชื่อก็ดูภาพเหล่านี้ได้  

(ทำให้หลวงพี่ติ๊กของผมสงสัยว่า อาตมานอนโรงแรมมาตั้งหลายโรงแรมแล้ว ทำไมให้อาตมาไปอยู่หอ...อิอิ หลวงพี่อยากจะได้คุยหัวข้อในการที่เราจะขึ้นเวทีพูดคุยวันรุ่งขึ้น)

 ที่นั่น น้าอึ่งอ๊อบ น้องแป๊ด ไปพักร่วมกับพวกเราด้วย เท่านั้นยังไม่พอ พี่หมอเจ๊จากกระบี่ก็ตามมาสมทบด้วย แต่ทั้งหมดไปรุมอยู่ที่ห้องพ่อครูบา ทราบว่าพ่อครูบาเจ้าของห้องหลับก่อน ในขณะแขกยังเมามันกับการโม้สะบั้นหั่นแหลก ส่วนผมทำการบ้านให้หลวงพี่ติ๊กเพราะท่านถูกเชิญไปคุยกับนักกฎหมายหน้าใหม่ จะพูดถึงการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ขอให้ผมหาตัวอย่างให้ ผมก็เลยนั่งพิมพ์คดีตัวอย่างจำนวน ๓ คดีให้ท่านนำไปบรรยายเลยไม่ได้ไปคุยด้วย แถมพิมพ์เสร็จก็เกือบตีหนึ่ง แถมเพลียจากการเดินทางจึงหลับ......

        เช้าขึ้นมาเราไปบรรยายหัวข้อ ติดโช้คอัพให้กับความขัดแย้ง ที่ห้องประชุมของ มอ. แต่พอขึ้นเวที พ่อครูบาฉาย powerpoint เรื่องติดโช้คอัพให้กับหัวใจ แฮ่....เริ่มต้นก็ทำท่าจะพูดกันคนละเรื่องแล้ว ผมจะเล่าในเรื่องนี้โดยเฉพาะแต่ขอบอกว่า ฮากันระเบิดระเบ้อ อย่าลืมติดตาม อิอิ

        เสร็จแล้วเราไปทานอาหารเที่ยงกันที่ร้านอาหารเรือนไม้ปุณณกัณต์ ไปถึงเราก็ถูก surprise โดย อ.ธวัชชัย,น้องมะปราง ,น้องใหม่ที่เข้ามาร่วมงานกับ usablelab, ต้นกล้า( อิอิ เล่นตัดผมจนผมจำไม่ได้ ขึ้นรถกลับมาแล้วถามกันในรถว่าไม่เจอน้องต้นกล้าไม่รู้ไปไหน ลุงเอกก็บอกว่าก็เขาอยู่ด้วยไง ผมก็ตอบว่าไม่เห็นใครผมยาวสักคน ลุงเอกบอกว่าน้องต้นกล้าร้อนเลยตัดผมสั้นไปแล้ว อิอิ) คุณอัมพร  เจอหน้ากันเรากอดกันมั่วไปหมด อิอิ เสียดายที่กอดไม่ครบ..

        จากนั้นเราร่ำลาแยกย้ายกันไปซื้อของฝากที่ตลาดกิมหยง แล้วไปสนามบินหาดใหญ่ส่งลุงเอก พ่อครูบา น้าอึ่งอ๊อบและหลวงพี่ติ๊ก กลับกทม. ไปถึงได้พักหนึ่งก็มีผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่งชุดลูกเสือมากับลูกเสืออีกคนหนึ่ง หอบถุงมาพวงหนึ่ง ผมจำไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่แล้วเราก็ร้องอ๋อ...เพราะเธอครูน้องครูแอนที่รู้ว่าพวกเราจะกลับ กทม.จึงอุตส่าห์หอบไก่ทอดเทพาอันขึ้นชื่อ ขับรถจากเทพามา ๗๐ กิโลเมตร เพื่อเอาไก่ทอดมาฝากพวกเราคนละกล่อง และไก่ทอดเจ้านี้อร่อยมาก ขอบอก...

        ส่งทีมกลับ กทม.เรียบร้อยแล้ว ผมคุยกับคุณแป๊ดว่าผมชอบกินชาชัก มีหรือคุณแป๊ดจะอยู่เฉยๆ พาผมไปดื่มชาชักทันทีที่ร้าย กู ดื่มชาอย่างเดียวมันไม่อร่อย มันจึงต้องสั่ง โรตีทิชชู่ ,มะตะบะ, โรตีน้ำแกง, กะโป๊ะ อร่อยหายอยาก...อิอิ

        ผมออกจากหาดใหญ่ทุ่มครึ่ง ถึงภูเก็ตตีสองกว่า ตื่นมาเขียนบันทึกนี้ก็สายแล้ว อิอิ อดใจรอสักนิดจะมาเล่าให้ฟังว่าไปเห็น ไปเจออะไรมาบ้างที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสาระที่ได้จากการเสวนาที่มหกรรมสันติวิธีมีอะไรบ้าง ผมจะมาเล่าให้ฟัง โปรดติดตามตอนต่อไป อิอิ