ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2551 ผมและครอบครัวได้รับบัตรเชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานในงานฉลองมงคลสมรสของเพื่อนเก่า - เพื่อนแก่ท่านหนึ่ง ผมไปถึงก่อนเวลาที่พิธีจะเริ่มพอประมาณ ระหว่างนั้นภรรยาผมก็พาลูกสาวตัวเล็กออกไปดูน้ำพุ สระว่ายน้ำ เพื่อเบี่ยงเบนความงอแงของเธอ ที่เกิดจากความไม่คุนชินสถานที่ซักเท่าไร
ระหว่างนั้นภรรยาผมก็คว้ากล้องถ้ายรูปของเธอออกมาเก็บภาพลูกสาวไปด้วยในระหว่างที่พาชมสถานทีต่างๆในบริเวณรงแรม จนกระทั่งประมาณ 1 ทุ่มมีญาติผู้น้องของผมพร้อมครอบครัวเดินทางมาถึง เราเลยนั่งคุยกันสักพักหนึ่งบริเวณด้านล่างที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกอาคาร พอใกล้เวลาพิธีเราก็ลุกพากันไปหาที่นั่งในห้องพิธี
จนพิธีดำเนินไปสักพัก ภรรยาผมเริ่มค้นหากล้องถ่ายรูปของเธอในกระเป๋าสัมภาระของลูก หัวใจตกวูบเมื่อหามันไม่เจอ เธอฝากลูกสาวไว้กับญาติที่นั่งโต๊ะเดียวกัน แล้วรีบจ้ำลงไปด้านล่างของโรงแรมที่เรานั่งเมื่อก่อนหน้านี้
เธอรีบไปถามพนักงาน แต่ไม่ทันได้อธิบายเท่าไหร่ พนักงานก็ถามเธอแทนว่ากล้องยี่ห้ออะไร สีอะไร รูปพรรณลักษณะเป็นอย่างไร
จนในที่สุด พนักงานท่านนั้นก็ขอบัตรประจำตัวประชาชนของเธอไปถ่ายสำเนาเก็บไว้เป้นหลักฐาน และพร้อมกับนำเอากล้องถ่ายรูปที่เก็บได้มาคืนให้เธอ และทราบว่าแม่บ้านเป็นคนเจอที่บริเวณเก้าอี้ที่เรานั่งกันก่อนหน้านี้ แต่เสียดายที่ภรรยาผมมัวแต่ดีใจจนลืมถามชื่อแม่บ้านท่านนั้น
บันทึกจึงตั้งใจมาขอขอบคุณความดีของ "แม่บ้าน" และพนักงานโรงแรม ที่ทำให้ภรรยาผมรู้สึกประทับใจโรงแรมแห่งนี้มากครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
คนไทยด้วยกัน..มีน้ำใจ..ชื่นชมคนดีด้วยค่ะ
อยากรู้ความหมายของพนักงานโรงแรมค่ะ