จิ้งจก

                                 จิ้งจกผู้น่าสงสาร....

 

                                                                                                             ราส์ส กิโลหก

 

                         "จิ้งจก เปลี่ยนสี"   เราคงได้ยินคำแบบนี้บ่อยๆเพื่อเปรียบเทียบถึง ความหมายจากการกระทำของคน.. แสดงว่าจิ้งจกเป็น สัตว์ ที่ดังไม่เบามีชื่อเสียงพอสมควร..

 

                        บางคนบอกว่าจิ้งจกเป็นพวกเดียวกับจระเข้.   มองดูเผินๆก็น่าใช่.. ! แต่เจ้าจิ้งจกมันคงเป็นโรคกลัวน้ำ ..จึง ไม่อยากอยู่กับจระเข้ . หันมาคบกับตุ๊กแก..  เหตุเพราะถ้ามีจิ้งจกก็ต้องมีตุ๊กแกกลายเป็นฝาแฝด.  มันคงจับมือสาบานเป็นพันธมิตรกัน.. เพราะไม่เคยเห็นตุ๊กแกทำร้ายจิ้งจก.  เห็นแต่จิ้งจกไล่กัดกันเอง..

 

                      คนเราคุ้นเคยกับจิ้งจก มาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่ามนุษย์จะไปสร้างบ้านแห่งหนตำบลไหน. ก็จะหนีเจ้าจิ้งจกและตุ๊กแกไม่พ้น. มันจึงเหมือนเป็นสัตว์คู่บ้านไปโดยอัตโนมัติ.

 

                     ผมไม่รู้ว่าจิ้งจกมีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง ? และที่พวกมันมั่วนิ่ม.  เข้ามาอยู่ที่บ้านเราโดยไม่ได้รับอนุญาต. มันทำอะไรให้เราบ้าง ?

 

                    ถ้าสังเกตให้ดี สีของจิ้งจกจะเปลี่ยนไปตามที่อยู่อาศัย ถ้าอยู่ตามต้นไม้ในป่าสีจะออกดำ. แต่ถ้าอยู่ในบ้านคนที่มีแสงไฟฟ้าสว่างๆ..ตัวจิ้งจกจะออกเป็นสีขาวนวล.ทั้งที่เป็นพันธ์เดียวกัน..ผมยังสงสัยว่าถ้าจิ้งจกไปอยู่ในในคลับที่มีแสงไฟสลับหลายๆสี. มันจะเปลี่ยนสีได้หรือเปล่า ? ถ้าเปลี่ยนได้คงเป็นจิ้งจก..ที่โก้ไม่เบาและคงคุยกับจิ้งจกตัวอื่นๆที่อาศัยอยู่ตามบ้านธรรมดาว่า..ข้าคือจิ้งจกเพลย์บอย..

 

                   เพื่อนผมคนหนึ่ง. ภรรยาเก่าคงเบื่อที่แกกินแต่เหล้าเลยขอกลับบ้านเก่าก่อนกำหนด. แต่เพื่อนผมมีบุญ. พี่สาวของเมียเก่า ไม่อยากให้ไปเร่ร่อนที่ไหน.และกลัวผีสางนางไม้คาบเอาไปกิน. เลยส่งลูกสาวซึ่งมีฐานะเป็นหลานเมียเก่า...(อาจจะงง !นิดๆ) ให้มาเป็นเมียสืบทอดตำแหน่งแทนน้าสาวที่จากไป.  เพื่อนผมตาลุกวาวรีบตะครุบทันทีเพราะหลานเมียเก่าอายุน้อยกว่า 18 ปียังสาว ซิงๆ. เหมือนได้ออกรถป้ายแดงไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์ .

 

                   มันหน้าบานยิ้มไม่หุบ. ใครๆได้น้องเมียก็คุยโต. แต่นี่เด็ดกว่าเพราะได้หลานเมีย..เพื่อนๆพากันอิจฉาตาร้อนในความมีบุญของเพื่อนเรา..แต่ต่อมาไม่นานเพื่อนผมก็ยิ้มไม่ออก..มันพึ่งรู้ตัวว่ารถป้ายแดงคันนี้ไม่จ่ายเงินดาวน์ก็จริง..แต่ต้องส่งค่างวดตลอดชีวิต..!!!และที่สำคัญหมดสิทธิ์ไปออกรถคันใหม่..

 

                 ตอนมาอยู่ด้วยกันใหม่ๆ.ก็ภาษาข้าวใหม่ปลามัน..อายุต่างกันตั้ง 18 ปี.   เวลาส่วนใหญ่จึงอยู่แต่ในห้องมากกว่าอยู่นอกห้อง .ไม่ค่อยเจอแสงเดือนแสงตะวัน..  ตัวเพื่อนผมจึงซีดไปตามสีของห้อง..กลายเป็น "เสี่ยจก"

 

         เอ้า  !! ทีนี้มาเข้าเรื่องจิ้งจกเสียที..

 

        

       อันบ้านที่อยู่อาศัยของคนเรานั้น. แน่นอนต้องมีประตูและหน้าต่าง.จะมีมากหรือน้อยแล้วแต่ขนาดของบ้าน.และหน้าต่างที่นิยมติดตั้งกันจะเป็นหน้าต่างแบบที่เรียกทับศัพท์ว่า "วิทโก้" คือเป็นบานพับด้านเดียวปิดเปิดโดยโยกเข้าโยกออก. บานหน้าต่างเหล่านี้ใช้ร่วมกันกับวงกบ.  เวลาปิดบานหน้าต่างมันจะประกบกันสนิทกับวงกบ  เพื่อกันฝนและกันลมไม่ให้เข้ามาในตัวบ้านได้..

 

         จุดต่างๆทุกพื้นที่ของวงกบ. คือจุดตายของจิ้งจก. เพราะจิ้งจกเจ้ากรรมเหล่านี้. ชอบไปแอบอยู่ตามขอบๆของวงกบ. เพราะช่วงที่เราเปิดดันบานหน้าต่างออกไปลักษณะเปิดหน้าต่าง. พื้นที่ขอบวงกบก็ว่าง. พอเราปิดบานหน้าต่างเข้ามาก็นึกภาพเอาแล้วกัน. มันเหมือนที่หนีบกล้วยปิ้ง..

 

       ผมเคยเดินสำรวจตามหน้าต่างรอบๆบ้าน. จะเห็นซากจิ้งจกเคราะห์ร้ายเหล่านี้. ติดคาอยู่ตามขอบวงกบ. หลายๆลักษณะ. โดนทับครึ่งตัวบ้าง. ทับช่วงหัวโผล่แต่ตัวหางสั่นดิกๆ..หรือบางทีทับที่ตัวโผล่หัวออกมาขออะไรกินก็มี.   ที่สำคัญเฉพาะตำแหน่งที่เป็นบานพับถ้าทับทั้งตัว. จะแบนแตดแต๋..เหมือนสติ๊กเกอร์ที่แปะขอบของวงกบ. สวยไปอีกแบบ.

 

       ตอนหลังเห็นมากๆเข้าเกิดความสังเวช. ก่อนปิดหน้าต่างทุกครั้งผมต้องคอยไล่คอยดู. ไม่ให้จิ้งจกเข้าไปยืนจุ้ยอยู่ที่ขอบวงกบ. ขี้เกียจดูจิ้งจกเล่นยิมนาสติก. มันเป็นบาปเป็นกรรมที่ไม่ได้ตั้งใจ.

 

      ถ้ามันตายไปทันทีก็คงไม่คิดอะไรมาก.  แต่นี่โดนไปครึ่งตัวดันยังไม่ตาย. ตะเกียกตะกายอยู่นานกว่าจะตาย. แทบไม่อยากเดินผ่านไปเห็น. โรงพยาบาลสัตว์ก็ไม่รับรักษาจิ้งจกซะด้วย...!!!!