หลังจากคราวที่แล้ว ผมได้ฝาก กลอน ของเพื่อนผมไว้ ผมชอบกลอนเขามาก อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งผมรู้จักชีวิตเขาดี จึงทำให้เข้าใจความหมายของกลอนทุกบทของเขาได้อย่างลึกซึ้ง

เพื่อนผมคนนี้เป็นนักคณิตศาสตร์/ นักวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่เขาหลงไหลในปรัชญาและการแต่งกลอน กลอนของเขาออกมาจากชีวิตจริงของเขาทุกเรื่อง เขามีผลงานไม่มากนัก แต่หลายผลงานของเขาส่งไปตีพิมพ์แล้วทางสำนักพิมพ์ก็รับตีพิมพ์ให้ทันที

ดังที่ผมบอกไป เขาหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ตอนแรกดูเหมือนจะรักเขาด้วย ทำให้เขาคาดหวังไว้มากมาย แต่ท้ายสุดผู้หญิงก็ไปลงเอยกับอีกคนหนึ่ง .... เขาเสียใจมาก .... กลอนเหล่านี้เป็นกลอนที่เขาเขียนไว้ในช่วงระยะเวลาที่เขาต้องการตัดใจ

ตัวเขาตอนนั้น เป็นตามที่กลอนเขียนไว้จริงๆครับ แต่คงไม่เหมาะที่ผมจะเล่าละเอียด เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่กลอนเขาแฝง อารมณ์ ไว้เยอะมาก

กลอนนี้ พอแปลแล้วจะไม่เป็นกลอน แต่ผมเขียนคำแปลเผื่อไว้ เพื่อให้ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจความหมาย

Story of A Madman

The lightening strikes,
making awful sounds.
Look at the madman,
he knows no bounds.

ฟ้าผ่า ....
ส่งเสียงน่าหวาดกลัว
คนบ้าคนหนึ่ง
ไม่สามารถควบคุมตนเองได้

With eyes closed shut,
and hands on his ears.
He's crying so loud,
without any tears.

ตาสองข้างปิด
มือสองข้างยกขึ้นสูง
ร้องครางเสียงดัง
แต่ไม่มีน้ำตา

He feels no fear,
he senses no danger.
For him, everyone 'round
is just like a stranger.
เขาไม่กลัวอะไรเลย
เขาไม่รู้สึกถึงอันตราย
สำหรับเขาแล้ว ทุกคนรอบๆ
เป็นเพียงคนแปลกหน้า
Running through the crowd,
hurting everyone in his way,
he was never so ruthless,
what happened to him today?
เขาวิ่ง ไปหาฝูงคน
ชนทุกคนที่ขวางเขา
เขาไม่เคยทำหยาบคายแบบนี้มาก่อน
เกิดอะไรขึ้น?
Somebody stop him there,
alas, too late to call.
He is running so fast,
straight into the wall.
ใครช่วยหยุดเขาที
สายไปแล้ว?
เขาวิ่งเร็วมาก
วิ่งตรงไปหากำแพง
The madman vanished,
his madness is there.
I am afraid to see,
it drives me where?
เขาหายไป
เหลือไว้แต่ความบ้าของเขา
ฉันกลัวเหลือเกิน ไม่อยากรับรู้
ตอนนี้ฉันอยู่ไหน

 

กลอนนี้เขาเขียนหลังจากตอนที่เขาทำเรื่องบ้าๆลงไปเยอะ แล้วมารู้สึกตัวได้ทีหลัง ... ก็สายไปแล้ว