'สุชาติ' รมช.คลังคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยของบอร์ดนโยบายการเงินแบงก์ชาติ อ้างเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ผู้ประกอบการย่ำแย่ คนตกงาน ระบุไทยเป็นชาติกำลังพัฒนา ต้องการเติบโตการดูแลเศรษฐกิจเป็นเรื่องซับซ้อนต้องดูให้ลึกซึ้ง
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมช.คลัง กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกแล้วควรตรึงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.5% การจัดการระบบเศรษฐกิจต้องใช้ความรู้ที่ถูกต้อง เข้าใจระบบทฤษฎีที่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าใครก็ออกมาแสดงความคิดเห็น แล้วนำมาหารเฉลี่ยว่าควรจะเป็นแบบใดส่วนตัวมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อน่าจะอยู่ในระดับที่สูงแล้ว การขึ้นดอกเบี้ยต่อไป จะทำให้คนที่มีรายได้เท่าเดิมมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ อาจต้องลดการผลิต ทำให้คนตกงาน
ทั้งนี้ที่ผ่านมาทำงานด้านนี้มา 30 ปี นายวีรพงษ์ รามางกูร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ทำงานมานาน 40 ปี เห็นตรงกันว่าภาวะขณะนี้ไม่ใช่ผลกระทบเงินเฟ้อ แต่เป็นเรื่องสินค้าแพง ผู้ประกอบการต้องปรับราคา
แต่เงินในระบบไม่มาก ยิ่งขึ้นดอกเบี้ยก็จะกระทบหนัก ผู้ประกอบการจะมีภาระเพิ่มขึ้น ขอให้ใช้ทฤษฎีที่เหมาะสมมากกว่าใช้ความเห็นของกรมต่าง ๆ "วิชาบริหารระบบเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจง่าย ๆ ผมและอาจารย์วีรพงษ์ ใช้เวลาศึกษา 30 กว่าปี วันนี้เราก็ยังเห็นเป็นเรื่องสลับซับซ้อน ส่วนดร.โอฬาร ไชยประวัติใช้เวลา 60 กว่าปีก็ยังไม่แน่ใจทั้งหมดเลย ดังนั้นใครที่ออกมาบอกว่ารู้อย่างนั้นอย่างนี้ ก็ไม่น่าจะเก่งจริง" นายสุชาติกล่าว
รมช.คลังกล่าวว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นทฤษฎีของประเทศพัฒนาแล้ว และกลัวว่าจะเศรษฐกิจจะเติบโตมากเกินไป แต่ไทยเป็นระบบเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา ต้องการเติบโต การสร้างความเจริญเติบโตก็ไม่ได้กดดันเงินเฟ้อ การบริหารด้านเศรษฐกิจต้องใช้ความรู้ทฤษฎีที่ถูกต้องลึกซึ้งเพราะว่าบางสถาบันที่มีอิสระก็ทำความเสียหายให้ประเทศหลายครั้ง เช่นเดือนธันวาคม 2549 มีการออกมาตรการกันสำรอง 30% ส่วนตัวเข้าใจไม่ใช่มาตรการที่ถูกต้อง แล้วก็ทำให้ความเชื่อมั่นของประเทศหายไป การทำงานของหน่วยงานอิสระถือเป็นเรื่องน่าห่วง "ภาวะเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องการเลือกข้าง แต่ระบบเศรษฐกิจต้องดูให้ลึกซึ้ง ไม่เช่นนั้นคนที่มีความรู้ก็จะหมดกำลังใจไม่กล้าเข้าทำงานที่ผ่านมาใช่ว่าสถาบันอิสระจะทำงานถูกต้องเสมอไป เช่น กรณีวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 40 การออกมาตรการกันสำรอง 30% เมื่อเดือน ธันวาคม 2549 เสียหายถึง 8แสนล้านบาท" นายสุชาติกล่าว
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุด 3 จะเน้นเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน และปรับปรุงโครงสร้างการให้บริการพื้นฐาน เป็นมาตรการระยะยาวซึ่ง รมว.คลังจะเป็นคนประกาศเอง ส่วนเรื่องการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการประชุม
แนวหน้า ข่าวหุ้น ผู้จัดการรายวัน 27 กรกฎาคม 2551