โกร่งจับมือสุชาติค้าน กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ย พร้อมเรียกร้อง ผู้ว่าฯ ธปท. หากปรับขึ้นต้องชี้แจงให้ชัดว่า มีจุดประสงค์อะไร สภาพัฒน์แจงเศรษฐกิจไตรมาสสองชะลอ แต่ปรับเพิ่มประมาณการทั้งปีเป็น 5.2-5.7% หนุน 6 มาตรการ รัฐบาลเชื่อเอาเงินเฟ้ออยู่ แนะรัฐบาล 4 ข้อ

โกร่งจับมือสุชาติค้าน กนง. ปรับขึ้นดอกเบี้ย พร้อมเรียกร้อง ผู้ว่าฯ  ธปท. หากปรับขึ้นต้องชี้แจงให้ชัดว่า   มีจุดประสงค์อะไร สภาพัฒน์แจงเศรษฐกิจไตรมาสสองชะลอ แต่ปรับเพิ่มประมาณการทั้งปีเป็น 5.2-5.7%หนุน  6 มาตรการ รัฐบาลเชื่อเอาเงินเฟ้ออยู่ แนะรัฐบาล 4 ข้อ

นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่คณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกนั้น ในความเห็นส่วนตัวของตนแล้วไม่เห็นด้วย แต่คงไม่สามารถให้ความเห็นอื่นได้ เนื่องจากขณะนี้ตนเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อาจทำให้เข้าใจผิดว่าไปกดดันทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ไม่มีความเป็นอิสระ  "ตนเองอยากให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาชี้แจงรายละเอียดด้วยว่า การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกนั้นมีจุดประสงค์อะไร ทำไมต้องขึ้น และขึ้นเพื่ออะไร" นายวีรพงษ์กล่าว

นายสุชาติ  ธาดาธำรงเวช  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า ตนเห็นว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)  ที่จะมีการประชุมในวันที่  27  ส.ค.  ไม่ควรปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก ทั้งนี้เห็นว่า  การบริหารจัดการเศรษฐกิจนั้น
ธปท.ต้องใช้ความรู้และทฤษฎีที่ถูกต้องพอสมควร โดยที่ผ่านมาตนกับนายวีรพงษ์ ต่างเห็นตรงกันว่าภาวะเศรษฐกิจ
ในขณะนี้ไม่ใช่ผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ แต่เป็นเรื่องสินค้าแพงที่ผู้ประกอบการต้องปรับขึ้นราคา แต่ปัจจุบัน เงินในระบบก็ไม่ได้มีอยู่มาก  ทั้งนี้หากขึ้นดอกเบี้ยก็จะยิ่งส่งผลกระทบหนักขึ้น โดยผู้ประกอบการจะมีภาระเพิ่มขึ้น   ก็อาจจะลดต้นทุนด้วยการลดกำลังผลิตและปลดคนงาน ขณะที่ประชาชนจะมีต้นทุนเรื่องการผ่อนชำระสูงขึ้น ทั้งบ้าน-รถยนต์และอื่น ๆ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันต้องจ่ายเรื่องอาหารขนส่งและค่าครองชีพอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว

นายอำพน  กิตติอำพน  เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.ได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้เป็น 5.2-5.7% จากประมาณการเดิมเมื่อเดือน พ.ค.ที่ 4.5-5.5%  โดยล่าสุด ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวได้5.3% ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ 6% เป็นผลมาจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นมากในไตรมาสที่ 2 ส่งผลทำให้      ครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 5.7%  ซึ่ง สศช.มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังจีดีพีน่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า  5%  "ตอนแรก สศช.ประมาณการคงไว้ที่ 4.5-5.5% มาตลอด พอเห็นอัตราเงินเฟ้อก็เริ่มไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้ที่ปรับเพิ่ม ก็เพราะเราเห็นโอกาส ทั้งราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง และการที่รัฐบาลมีมาตรการต่าง ๆ ทั้ง 6 มาตรการ  6  เดือน  ที่จะช่วยไม่ให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นไปถึง 2 หลัก และมาตรการภาษีก่อนหน้านี้ รวมถึงหากสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนลงทุนเพิ่มได้ น่าจะทำให้การบริโภคและการลงทุนเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4" นายอำพนกล่าว

นายอำพน กล่าวด้วยว่า สศช.ได้เสนอ 4 แนวทางในการดูแลบริหารเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดย     นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรมว.คลัง ได้รับทราบแนวทางดังกล่าวแล้ว ซึ่งประกอบด้วย 1.การเร่งเบิกจ่าย ในไตรมาส 4     2.การดูแลราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับสูง   3.การกำกับดูแล 6 มาตรการ 6 เดือนให้เกิดผล และ  4.สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนด้วยการเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กต์

                                                                                                             

                                                                                                              ไทยโพสต์  27  กรกฎาคม  2551