
Einstein เคยพูดไว้ว่า
"Peace cannot be kept by force. It can only be achieved by understanding"
(สันติภาพ ไม่มีทางได้มาจากความรุนแรงที่ปราศจากความเข้าใจ)
แม้นี่เป็นคำพูดที่เน้นเรื่องของสันติภาพโดยรวม แต่ผมกลับรู้สึกว่าคำพูดนี้ของ Einstein สามารถประยุกต์ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ... ในความคิดของผม Einstein นอกจากจะเป็นนักฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งแล้ว เขายังเป็นนักปรัชญาระดับปรมาจารย์อีกด้วย คำพูดคมๆของเขาบางประโยค สามารถอธิบายปรากฏการณ์ในชีวิตได้เป็นอย่างดี
ผมจะลองวิเคราะห์คำพูดนี้เทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน (และอดีต) ดูนะครับ
-
รัฐประหาร: การรัฐประหารเมื่อเกือบสองปีก่อน เป็นที่คาดหวังในกลุ่มประชาชนที่ "รักชาติ" ว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดี และเป็นการกำจัดนักการเมืองที่โกงกิน .... และประเทศจะสงบสุข .... แต่เปล่าเลย.... มาจนถึงปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าผลดีของการรัฐประหารในครั้งนั้นเกือบจะเป็นศูนย์ ท้ายสุดเป็นเพียงการใช้กำลังที่ปราศจากความเข้าใจเท่านั้น
ความผิดพลาด: พวกเขา (ผู้สนับสนุนรัฐประหาร) ลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไป ว่าการใช้กำลัง ไม่สามารถเปลี่ยน "ความคิด" ของคนได้ กลุ่มฐานเสียงเก่าของอดีตนายกฯยังคงอยู่ และพวกเขาเหล่านี้ยังคงเชื่อมั่นในตัวบุคคลที่เขารักไม่มีเปลี่ยนแปลง .... "ความเข้าใจ" ของพวกเขายังเหมือนเดิม
สิ่งที่ควรจะำำทำ: หากกลุ่มพันธมิตรในครั้งนั้นต้องการความสงบสุขอย่างแท้จริง ควรมุ่งเน้นการให้ความเข้าใจกับประชาชน หากพวกเขาเชื่อว่าอดีตนายกฯเป็นมหันตภัยสำหรับประเทศจริง พวกเขาต้องหาหลักฐานมากกว่านี้ หาทางทำให้ประชาชนที่เหลือเชื่อมั่นในแบบเดียวกับพวกเขา .... การสนับสนุนทหารออกมาถือปืนบังคับ มันเปลี่ยนใจคนไม่ได้หรอกครับ
"นี่เป็นผลของการใช้กำลังโดยปราศจากการปรับความเข้าใจ"
จริงอยู่ที่ว่า ตอนนั้นพวกเขาคิดว่า "ประเทศรอไม่ได้อีกแล้ว" หารู้ไม่ว่าความใจร้อนของพวกเขายิ่งกลับนำไปสู่ความล้มเหลวอย่างแท้จริง และเสียเวลาไปเปล่าๆถึงสองปี หากตอนนั้นพวกเขาเลือกกลยุทธ์อีกแบบ คือ "ปรับความเข้าใจ" ที่เป็นวิธีที่ช้าหน่อย แต่ยั่งยืน ผลอาจจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ก็ได้ครับ
-
รัฐบาลปัจจุบัน: รัฐบาลปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็น "ไฟ" กระตุ้นที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของความวุ่นวายในปัจจุบัน พวกเขาดึงดันจะกระทำหลายสิ่งที่ประชาชนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง "ไม่เข้าใจ"
ความผิดพลาด: การดึงดันเริ่มแก้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งเข้าใจว่า "ดี" จนนำไปสู่ชนวนการต่อต้านที่รุนแรงของพันธมิตร และทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่โตจนถึงปัจจุบันนี้
สิ่งที่ควรจะทำ: หากรัฐบาลเชื่อว่ารัฐธรรมนูญไม่ดี จำเป็นต้องแก้ ควรเริ่มจากการพยายามให้ความเข้าใจเรื่องของรัฐธรรมนูญกับบุคคลทั่วไปเสียก่อน ไม่ใช่เริ่มจากการทำลับๆล่อๆมีลับลมคมใน ดูไม่โปร่งใสเอาซะเลยครับ
นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการ
"พยายามใช้อำนาจรัฐบาลกระทำสิ่งที่ประชาชนไม่เข้าใจ"
ให้สังเกตดูนะครับ ว่ารัฐบาลคุณทักษิณในสมัยก่อน ก็เดินเกมผิดพลาดด้วยวิธีแบบเดียวกัน พยายามดึงดันทำในสิ่งที่ประชาชนยังไม่เข้าใจถึง ข้อดีข้อเสีย อย่างละเอียด ที่เห็นชัดที่สุดคือความพยายามแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จนนำไปสู่การต่อต้านอย่างหนัก
-
พันธมิตร: สถานการณ์ตอนนี้น่าเป็นห่วง พันธมิตรเริ่มเดินรอยเดียวกันกับกรณีรัฐประหาร คือเลือกหนทางของ "ความรุนแรงที่ปราศจากความเข้าใจ" แม้ว่าท้ายสุดแล้วอาจจะได้ชัยชนะ แต่ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจะสามารถเปลี่ยน "ความคิด" เดิมของประชาชนได้หรือเปล่า? ผมเชื่อว่า หากเลือกตั้งใหม่ ผลคงเหมือนเดิม? เพราะประชาชนยังเข้าใจเหมือนเดิม
สรุปแล้วนะครับ ในความเห็นของผมเอง สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ก็ดี สิ่งที่พันธมิตรทำอยู่ก็ดี ล้วนแต่เป็นประชาธิปไตยที่ไม่ยั่งยืืน และก่อให้เกิดความแตกแยก รัฐบาลแม้จะผ่านการเลือกตั้งชนะมา แต่ไม่สามารถได้ความเชื่อใจจากประชาชนบางกลุ่มได้ และการเริ่มดึงดันแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ชี้แจงสาเหตุให้ชัดเจนเสียก่อน ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัย .... ผมคาดว่าหากรัฐบาลมีการแสดงให้เห็นถึงการศึกษาผลกระทบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะประกาศว่าต้องการแก้ไข ผู้คนคงยอมรับได้มากกว่านี้ (แม้ตัวผมเองไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้นัก ผมยังเคลือบแคลงสงสัยสิ่งที่รัฐบาลต้องการทำ)
ส่วนสิ่งที่พันธมิตรทำอยู่ที่หวังผล "ชัยชนะ" โดยใช้กำลังเข้าผลักดัน แม้เขาชนะจริงๆ วัฎจักรเดิมๆก็จะกลับมาหลอกหลอนพวกเขาอีก เพราะในระบอบประชาธิปไตยนั้น "กำลัง" ที่เคยใช้ได้ผลในสมัยก่อน มันใช้ไม่ได้อีกแล้ว .... การรัฐประหารที่ผ่านมาก็เป็นบทเรียนที่เห็นได้ัชัด
ผมเองเคยแอบคาดหวังนิดๆกับ "การเมืองใหม่" ของพันธมิตร ว่าอาจจะออกมาในรูปแบบที่ดี เป็นการเมืองที่เน้นการให้ความเข้าใจกับประชาชน เป็นการเมืองที่สนับสนุนการมองสถานการณ์จากทั้งสองด้าน แต่มาถึงตอนนี้แล้ว คงไม่ได้ออกมาเป็นแบบนั้นเสียแล้ว
ผมได้แต่คาดหวังว่า "การเมืองใหม่" ที่แท้จริง ที่เป็นการเมืองของ "ความเข้าใจ" จะมาเผยโฉมให้พวกเราได้เห็นสักวัน
สวัสดีค่ะ
เป็นเหมือนครูอ้อย ไหมคะ การเมืองของเรานี่
สวัสดีค่ะ
* สร้างความคาดหวังไว้สูง
* เมื่อผิดหวังตกจากที่สูง
* เมื่อรู้สึกเจ็บก็หงุดหงิด
* จนพาลโกรธ
* แรงดึงดูดของโลก
สวัสดีครับ,
ผมผิดหวังกับทั้งสองฝ่ายสองขั้วเลยล่ะครับ ฝ่ายหนึ่งหวังพึ่งแต่กำลัง ยั่วยุการรัฐประหาร อีกฝ่ายไม่ค่อยพยายามทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งสองฝ่ายต่างเดินเกมในทิศทางที่ออกห่างจาก "การปรับความเข้าใจ"
ผมเลยนั่งอยู่บ้านเฉยๆเขียนด่ามันทั้งสองฝ่ายนี่แหละครับ สนุกดี ไม่เครียด :)
สวัสดีครับ
ขอเข้ามาศึกษาแนวคิดที่ดีๆ ครับ
อ่านแล้วคงต้องขออนุญาตนำไปอ้างอิง
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ small man,
ขอบคุณครับที่สนใจ นำไปใช้ได้ตามสบายเลยครับ :)
สวัสดีครับครูโย่ง,
ตามความเห็นของผมนะครับ ประโยคนี้ประโยคเดียวของ Einstein นี่ทำให้ผมจัดแกเป็นนักปรัชญาได้เลยนะครับ ระดับน้องๆโสเครติสเลยครับ (นี่ก็เวอร์ไปหน่อย :P )
แต่ความหมายมันลึกซึ้งมาก และเหมาะกับ "ประชาธิปไตย" เป็นอย่างดี
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม
สวัสดีครับคุณ naree,
ผมดีใจนะครับ ที่มีหลายท่านเห็นด้วยกับผมที่ว่า ความสงบสุขที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากความเข้าใจ ...