ช่วงนี้ยังคงป่วยกายอยู่ รู้สึกว่าโรคเก่าไปโรคใหม่มาไม่หยุดหย่อน วันสองวันนี้ก็ไข้ขึ้นมาอีกแล้วและมีอาการเจ็บต่อมน้ำเหลืองใต้คออย่างแรง ทั้งๆที่กินยาแก้หูอักเสบมา 1 เซ็ต ยาฆ่าเชื้อ Murine typhus ครบเซ็ตเมื่อวาน วันนี้เลยถึงมือหมออีกครั้ง ปรากฎว่าคราวนี้เห็นชัดค่ะ ในคอมีหนองอักเสบจริงๆ เป็น nasopharyngitis คราวนี้ได้ตรวจชุดใหญ่อีกครั้งก่อนจะเริ่มยาแบบหมัดเด็ดจริงๆ ทั้งเพาะเชื้อจากหนองในคอและเพาะเชื้อในเลือดด้วย โดนไป 2 รูข้างละแขน กำลังหวังว่ายาคราวนี้จะสู้กับเชื้อล่าสุดนี้ได้เสียที สงสัยว่าเขาจะแอบอยู่ในต่อมน้ำเหลืองมาตั้งแต่ตอนเจ็บหูเมื่อต้นเดือนแน่ๆเลย ค่อยๆจู่โจมเราแบบไม่กระโตกกระตาก

ถึงแม้จะป่วยกาย ก็ยังพยายามปั่นจักรยานออกกำลังทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมง แต่จะไม่ฝืนถ้าร่างกายไม่ไหวจริงๆ แต่เรียกได้ว่าตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมาน่าจะละเว้นไปไม่เกิน 10 วัน เป็นความตั้งใจที่จะทำอะไรเพื่อร่างกาย เพราะเราใช้เขาอย่างหนักเสมอ ก่อนที่จะปั่นก็จะทำท่ายืดร่างกายเป็นการวอร์มอัพสักแป๊บนึงด้วย สิ่งที่เห็นผลชัดเจนคือ รู้สึกว่าหัวใจแข็งแรงขึ้น ขึ้นบันไดหลายๆขั้นได้โดยไม่หอบ จากที่เคยเป็นมาเมื่อก่อน

วันนี้บันทึกอมตะ "งาน" ของครอบครัว ของน้องแอมแปร์ที่รัก-คุณดอกไม้ทะเล  วนกลับมาอยู่ต้นๆในศูนย์รวมข้อมูลอีกครั้ง ก็เลยทำให้นึกได้ถึงข้อดีข้อนี้ที่เขียนเป็นชื่อบันทึก เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าอาการแบบที่ว่า เดินไปตรงไหนแล้วก็คิดไม่ออกว่าจะมาทำอะไรนั้น หายไปอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว จะมีบ้างเมื่อไม่ได้คุมสติ จับความคิดตัวเองเท่านั้น ต่างจากเมื่อก่อนที่คิดอยู่แท้ๆวางแผนไว้อย่างดี แต่พอจะทำจริงๆก็รู้แต่ว่าจะทำอะไรสักอย่าง แต่นึกเท่าไหร่ คิดเทียบ คิดย้อนยังไงก็จำไม่ได้

ยืนยันจริงๆค่ะว่า การออกกำลังกายเป็นประจำนั้น ทำให้เซลล์สมองได้รับเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่เราต้องการการบำรุงในเรื่องความจำ ดังที่มีการวิจัยทดลองเขาทำกันเป็นเรื่องเป็นราวมาแล้วทั้งในหนูและในคน นอกจากเลือดได้ไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้ดีทั่วร่างกายในเวลาที่เราออกกำลังกายแล้ว เขายังว่ากันว่า การออกกำลังช่วยลดการสูญเสียของเนื้อเยื่อของสมองอีกด้วย ซึ่งขบวนการต่างๆเหล่านี้นั้นเป็นไปตามธรรมชาติของคนในวัย 40 ปีขึ้นไปที่ไม่ใช่แต่สมอง แต่อะไรๆก็เสื่อมถอยไปตามอายุขัยของมัน แต่การที่เราช่วยเหลือร่างกายด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่ช่วยทำนุบำรุงเขา และกินอาหารแต่พอประมาณไม่ให้อวัยวะต่างๆในการกำจัดของเสียต้องทำงานหนักเกินไป จะทำให้เรามีอายุขัยเพิ่มขึ้นแต่ร่างกายเสื่อมถอยในอัตราที่ลดลง เริ่มกันได้ตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ เขาว่ากันว่า ออกกำลังกายแบบไหนก็ได้ ขอเพียงให้สม่ำเสมอและการออกกำลังกายแบบที่ดีต่อหัวใจนั้นมักจะดีต่อสมองด้วยเสมอ  

สรุปว่า ได้พิสูจน์แล้วค่ะว่า การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมง ลดอาการหลงลืมได้อย่างชัดเจน ใครทำแล้วเห็นผลเหมือนกันช่วยมายืนยันกันด้วยนะคะ