คนที่ประสบความสำเร็จ ต้องมีความยอดเยี่ยมเรื่องความอดทน

          เชื่อว่าสิบกว่าวันที่ผ่านมา พวกเราคงใจจดใจจ่อกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิค ต่างลุ้น ต่างเชียร์ว่า คนไทยจะได้กี่เหรียญหนอ จนช่วงท้าย ๆ เราก็ยิ้มแย้มกับ 2 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน จัดอยู่ในลำดับที่ 31 ของโลก และเป็นที่หนึ่งของอาเชี่ยน ครับ เป็นความพยายามสูงสุดของนักกีฬาไทยทุกคน  นอกเหนือจากเหรียญรางวัลที่เราได้มาแล้ว กีฬาโอลิมปิคยังมีอีกหลายแง่มุมที่เราต้องมามองกัน เท่าที่ผมเห็น ผมเห็นในหลายมิติ ดังนี้

          1.  ถ้ามองกันอย่างตรงไปตรงมา ผมว่ากีฬาโอลิมปิค ยังเห็นเค้าลางของการเมืองเข้ามาสอดแทรก การตัดสินของกรรมการยังมีการโน้มเอียงหรือเข้าข้างประเทศในเครือเดียวกันหรือซีกเดียวกัน เช่นการกดแต้มของนักมวย หรือการให้คะแนนของยิมนาสติก เป็นต้น เรื่องนี้พวกเราคงทราบกันดี

         2.  ชนิดของกีฬาก็เป็นตัวบ่งบอกถึงลักษณะความสัมพันธ์ของคนในประเทศนั้น ๆ ไม่รู้นะ ผมมีความรู้สึกว่าประเทศใหนมีความสามัคคีของคนในชาติสูง การเล่นกีฬาเป็นทีม มักจะประสบความสำเร็จ ตรงกันข้ามถ้าความสามัคคีน้อยจะมาเด่นกีฬาเฉพาะบุคคล

         3.  หันมามองทัพนักกีฬาไทย เชื่อว่าเยาวชนไทยส่วนใหญ่ คงมีสมจิต จงจอหอ เป็นฮีโร่ในหัวใจ น้อง ๆ ทุกคนอยากเป็นเหมือนสมจิต แต่คงไม่มีการถามว่าจะเป็นเหมือนสมจิต จะใช้ระยะเวลาเท่าไร และเราอดทนไหวมั้ย  ตรงนี้สำคัญมาก เกือบทุกคนอยากประสบความสำเร็จโดยไม่คำนึงถึงความอดทน  อย่าลืมนะว่า สมจิต ใช้เวลารอคอยเหรียญรางวัลเหรียญนี้มา 12 ปีคาดว่าเขาคงสูญเสียเหงื่อในการฝึกซ้อมไปหลายร้อยกิโล อย่าลืมนะครับว่า คนที่ประสบความสำเร็จที่ปราศจากความอดทนมีน้อยนัก

          ต้องขอขอบพระคุณทัพนักกีฬาไทย ที่ช่วยให้คนไทยมีความสุข แม้นจะชั่วขณะก็ตาม และแล้วพวกเราก็กลับมาสู่วังวนแห่งความวุ่นวายอีกต่อไป  ขอให้พวกเราอดทนนะครับ เชื่อว่าทุกอย่างในสยามประเทศต้องดีขึ้นในที่สุด  ขึ้นอยู่ที่ว่า คุณอดทนได้มากน้อยเพียงใด