เรื่อง  เพลงไทยให้สาระ

 

                คนไทยมีความผูกพันกับเพลงมาตั้งแต่อดีต จนปัจจุบันเพลงก็ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เพียงแต่ลักษณะของเพลงจะต่างไปจากอดีตเพราะอิทธิพลและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ  ในวิถีชีวิตของเราเกิดมาจะได้ยินเพลงกล่อมเด็ก โตขึ้นมาก็เป็นเพลงเด็กเล่น พอเข้าสู่วัยรุ่นก็จะเป็นเพลงเกี้ยวพาราสีกัน  หรือเพลงที่ใช้เวลาประกอบการงานต่าง ๆ  บางคนใช้เพลงเพื่อประกอบอาชีพ  เพลงเมื่อฟังแล้วจะเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เกิดจินตนาการ มองเห็นภาพและเกิดความซาบซึ้งยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้สูงขึ้น

                ดิฉันสอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ ปีที่ 6 ในการพูดเพื่อนำเสนอ  ปัญหาคือนักเรียนจะออกเสียง ร ไม่ชัด การพูดไม่ชัดถ้อยชัดคำ นักเรียนจะติดนิสัยพูดเร็ว รัว ไม่มีจังหวะในการพูด ขาดลีลาน้ำเสียงไม่น่าฟัง  ดิฉันวิเคราะห์หาปัญหาพบว่านักเรียนน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากการได้รับฟังในชีวิตประจำวัน จากครอบครัว จากการสอนของครู จากสื่อ จากเพลงในปัจจุบันที่นักเรียนชอบฟังมีลีลาน้ำเสียงไม่ชัดเจน กระแทกกระทั้น

                ดิฉันจึงนำเพลงเก่า ๆ ที่มีลีลา น้ำเสียงที่ไพเราะน่าฟัง ชัดถ้อยชัดคำ และขณะร้องจะเน้นเรื่องการออกเสียงคำควบกล้ำให้ชัดเจน แรก ๆ เมื่อเห็นเนื้อร้อง นักเรียนจะต่อต้านว่าครูทำไมใช้เพลงเก่าไม่นำเพลงใหม่ ๆ มาสอน แต่เมื่อได้รับฟังท่วงทำนอง คำร้อง โดยเฉพาะเพลงที่เกี่ยวกับความรักแล้วนักเรียนจะชื่นชอบ  และจะฝึกร้องเองด้วยความพึงพอใจ เพลงแรกที่ดิฉันนำมาให้นักเรียนร้องเพื่อฝึกออกเสียง ร คือเพลง  รักเอย   เพลงรักเอ๋ย  มีเนื้อร้อง ดังนี้

เพลงรักเอย

                รักเอยจริงหรือที่ว่าหวาน หรือทรมานใจคน  ความรักร้อยเล่ห์กล รักเอยลวงล่อใจคน หลอกจนตายใจ  รักนี่มีสุขทุกข์เคล้าไป ใครหยั่งถึงเจ้าได้ คงไม่ช้ำฤดี

                รักเอยรักที่ปรารถนารักมาประดับชีวี  หวั่นในฤทัยเหลือที่เกรงรักลวงฤดี รักแล้วขยี้ใจ

                ขืนห้ามความรักคงไม่ได้ กลัวหมองไหม้ใจสิ้นสุขเอย

 

  เพลงรักเอ๋ยรักข้า
สวลี ผกาพันธ์

รักเอ๋ย  รักข้า  คิดยิ่งเหมือนพา  กังวลอุราหวนไห้  เดี๋ยวรักก็ชื่นฉ่ำใจ  เดี๋ยวรักก็จากไปไกลไม่เคยสดใสจีรัง

รักเอ๋ย  รักข้า   ครั้งแรกรักมา  เหมือนดังผกาสะพรั่ง  ดูรักเจ้าช่างจริงจัง   แสนชื่นชุ่มฉ่ำประดัง  แทรกมนต์ที่ขลังอาจินต์

รักเอย รักจงอย่าเฉยแรมไกล   รักโปรดเห็นดวงใจหวนไห้ถวิล   น้ำตาร่วงริน  ท่วมฟ้า ท่วมดินไม่อยากจะกินจะนอน

รักเอ๋ย  รักข้า   เคล้าด้วยน้ำตา  เหมือนน้ำผึ้งพาใจอ่อน   บางครั้งรักเจ้ารุ่มร้อน เดี๋ยวรัก ก็จากก็จรอกเอ๋ยสะท้อนดวงใจ

          ถ้านักเรียนห้องที่มีนักเรียนชาย หญิง ก็ใช้เพลง ข้องจิต ให้เขาร้องโต้ตอบกัน ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้

เพลงข้องจิต

ช.     รักเอยรักเคยชื่นเชยชูใจ  บัดนี้รักหางร้างไกลให้คะนึง  รักเป็นอย่างไรใฝ่ถึง ข้ายังคะนึงข้อจิตไม่วาย

รักแรมร้างราจะพาใจนาง  ชื่นชืดจืดจางห่วงนางไม่หาย ทิ้งให้ครวญคิดข้องจิตเศร้าอยู่ไม่วาย  แม้ชีพวายไม่คลายรักนาง

ญ.    ฟังถ้อยคำพร่ำฝากลมมา  โอ้อนิจจาข้องจิตกลัวผิดใจจัง  จิตน้องเฝ้าปองหนึ่ง

รักไม่ร้าง  ใจน้องนางรักไม่จางไม่ห่างเลย

          เมื่อนักเรียนชื่นชอบและถามถึงผู้แต่งและคนร้อง   ดิฉันก็จะใช้ กุศโลบายให้ไปค้นหาเอง  จากเว็ปไซต์  เพื่อฝึกค้นหาสิ่งที่อยากรู้ด้วยตนเอง และเป็นการประเมินผลว่านักเรียนสนใจจริงหรือไม่ ปรากฏว่านักเรียนก็ไปค้นหาและได้เพลงเก่า ๆ มาอีกหลายเพลง นำมาร้องให้ครูฟังบ้าง ให้ครูร้องให้ฟังบ้าง  และดิฉันก็เชื่อมโยงไปยังเรื่องอื่น ๆ ใช้เพลงนำเข้า สู่บทเรียน ใช้เพลงประกอบเนื้อหา ใช้สอนเรื่องการฟัง การคิด วิเคราะห์  เช่นเพลงอุทยานดอกไม้นำไปใช้เชื่อมโยงกับดอกไม้ในวรรณคดี  หรือการสอนเกี่ยวกับโวหารภาพพจน์ซึ่งนักเรียนจะต้องวิเคราะห์โวหารภาพพจน์ก็ใช้เพลงเป็นสื่อในการคิดวิเคราะห์  การสอนการแต่งคำประพันธ์ก็ใช้เพลงเป็นแนวทางเพื่อให้เกิดจินตนาการและสื่อสารออกมาเป็นภาษาได้งดงามและไพเราะ

                การใช้เพลงเพื่อให้นักเรียนทำงานได้อย่างมีความสุข โรงเรียนของดิฉันได้มีนโยบายให้ครูแต่ละคนมีห้องใช้สอนคนละห้องจึง เป็นโอกาสดีสะดวกที่ดิฉันจะเปิดเพลงสุนทราภรณ์   หรือเพลงบรรเลงเบา ๆ ขณะนักเรียนทำกิจกรรม นักเรียนจะทำงานอย่างมีความสุข นักเรียนบางคนชอบขอให้เปิดให้ดังดิฉันให้เหตุผลว่านักเรียนจะขาดสมาธิเพราะเสียงดัง อีกอย่างรบกวนห้องข้างเคียง การเปิดเพลงให้ฟังนี้เพื่อให้ผ่อนคลายไม่ต้องการให้ฟังรู้เรื่องฉะนั้นนักเรียนไม่ต้องไปใส่ใจกับเพลง ให้เอาใจใส่ที่งาน แรก ๆ นักเรียนรับไม่ได้กับการเปิดเพลงเบา ๆ เพราะนักเรียนที่เป็นวัยรุ่นมักจะชอบเปิดเพลงเสียงดังมาก  ดิฉันดีใจที่นักเรียนมีความสุขในการเรียน  แต่ต้องดูเนื้อหาและกิจกรรมให้สอดคล้องกับการที่เราจะใช้เพลง

                ผลที่ได้จากการใช้เพลงในการสอนภาษาไทยทำให้นักเรียนตระหนักถึงการออกเสียงให้ชัดเจนโดยเฉพาะ    บางครั้งเดินสวนกับนักเรียนที่สอนนักเรียนจะทักทายด้วยการสวัสดีแล้วจะต่อด้วยว่า ครูขา  รักเอย โดยออกเสียงชัดเจนดิฉันก็ดีใจว่าทำให้นักเรียนตระหนักถึงการออกเสียง ร ได้ชัดเจน