อย่าไปพัฒนาแต่ในเรื่องรูป ไปสร้างอะไร ไปซื้ออะไร ไปทำอะไร ที่เป็นรูปธรรม เช่น ไปสร้างสนาม ไปสร้างถนน สร้างทาง อะไรก็แล้วแต่ ท่านสร้างรูปด้วย ต้องพัฒนาตัวนามไปด้วย นามทีท่านพูดถึง ก็คือ จิตสำนึก เจตคติ ทัศนคติทั้งหลาย ความร่วมมือทั้งหลาย

 

เรื่องนี้ก็มาจาก การประชุมวิชาการ ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 3 "ภาคีรวมจิต ท้องถิ่นร่วมใจ สร้างเสริมคนไทยสุขภาพดี" 23-25 กค.51 ค่ะ ที่ ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ละค่ะ ในวันแรกมีการประกาศความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และกรมอนามัย ในการส่งเสริมและพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับท้องถิ่น ของแกนนำ ภาคี พันธมิตร การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ในการอภิปราย ของ 4 หน่วยงานนี้ ท่านอธิบดีกรมอนามัย นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ได้สรุปประเด็นในการอภิปรายไว้อย่างน่าสนใจว่า

  • เรื่องของมลพิษเป็นเรื่องที่สำคัญ และคิดว่าทางพวกเราโดยเฉพาะทางท้องถิ่น ก็น่าที่จะรับทราบ ในต่างประเทศเขาใช้คำขวัญเลยว่า "ต้องแปลงขยะให้เป็นวัตถุดิบ คือ เปลี่ยน waste ให้เป็น resource" ดังที่ท่านสุพัฒน์ได้ให้ข้อมูลว่า ขยะที่แท้จริง เป็นขุมสมบัติ เราต้องแปลงขยะให้เป็นขุมสมบัติ เพราะว่าในนั้นมีของที่เราสามารถนำกลับมาใช้ได้ ตั้งร้อยละ 80
  • เรื่องของท้องถิ่น ประเด็นก็คือ "อย่ารู้เฉยๆ ... รู้แล้ว ทำ" ทำไมต้องทำ ทำเพราะว่าท่าน โดยเฉพาะทางท้องถิ่นทั้งหลาย ท่านขานอาสากับสังคมที่จะเข้ามาปฏิบัติ ที่จะตอบสนองกับการแก้ปัญหา ความต้องการของชุมชน และสังคมของท่าน ท่านต้องทำ เพราะว่าเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่เขียนไว้ ทั้งเรื่องของความรับผิดชอบที่ปรากฎใน พรบ. กระจายอำนาจและบริหารทรัพยากร โดยเรื่องงบประมาณที่กระจายไปให้ท่าน
  • แล้วบทบาทหน้าที่ท่านอธิบดีสมพร ย้ำว่า เมื่อก่อนถ้าเราเปรียบเทียบเหมือนการเล่นรักบี้ สมัยก่อนท้องถิ่นอยู่แถวที่ 4 แถว 1 คือ รัฐบาล แถว 2 คือ กระทรวง ทบวง กรม แถว 3 คือ จังหวัด แล้วก็จะเป็นแถว 4 คือ ท้องถิ่น แต่ขณะนี้ไม่ใช่แล้ว ท่านมาอยู่แถว 2 แล้ว ท่านมาอยู่แถวเดียวกับกระทรวง ทบวง กรมแล้ว เพราะฉะนั้น บทบาทของท่านเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล ท่านมีความเป็นตัวของตัวเอง และมองว่าเป็นกลุ่มเจ้าของพื้นที่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ท่านอธิบดีพยายามย้ำว่า อย่าทำตัวเป็นแถว 4 เหมือนเดิมนะ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็อย่าคิดเหมือนเดิม ว่า อบต. อบจ. หรือเทศบาล อยู่แถว 4 เหมือนเดิมนะ ขณะนี้ท่านเหล่านี้มาอยู่แถว 2 แล้ว ไม่ได้ไปอยู่แถว 4 แล้วนะครับ
  • แล้วในเรื่องของที่จะต้องมีจุดเปลี่ยนตรงนี้ ท่านก็ได้พูดว่า อย่าไปพัฒนาแต่ในเรื่องรูป ไปสร้างอะไร ไปซื้ออะไร ไปทำอะไร ที่เป็นรูปธรรม เช่น ไปสร้างสนาม ไปสร้างถนน สร้างทาง อะไรก็แล้วแต่ ท่านสร้างรูปด้วย ต้องพัฒนาตัวนามไปด้วย นามทีท่านพูดถึง ก็คือ จิตสำนึก เจตคติ ทัศนคติทั้งหลาย ความร่วมมือทั้งหลาย
  • ท่านบอกว่า ถ้ารูปตรงนี้เกิดจนกระทั่งเป็นวินัยที่ดี ท่านไม่ไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ไปทำลายคุณภาพของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ท่านไม่ไปทำลายสุขภาพของตัวท่านเองแล้ว ถ่าท่านทำจนเป็นวินัยที่ดีแล้ว ปัญหาต่างๆ ก็จะหมดไป และถ้าท่านมีนามที่ดี มีจิตที่ดี ในการที่จะเข้าไปร่วมมือ ร่วมมือนี้เป็นนามธรรม ร่วมมือกันที่จะไปรักษาสมบัติที่เป็นสาธารณะ ที่เป็นรูปที่ทางท้องถิ่นไปสร้างให้ท่าน เราก็คงไม่ได้ไปเจอเหตุการณ์ที่ ส้วมสาธารณะนั้นมีการขีดเขียน มีการทุบ มีการขโมยข้าวของเครื่องใช้ที่มีอยู่ต่างๆ ไปเป็นของตัว
  • ท่านอธิบดีสมพรได้ย้ำว่า ในขณะที่พัฒนารูปนั้น ดูเหมือนการพัฒนานาม ก็คือ เรื่องของจิตสำนึก ทัศนคติ ความร่วมมือ วินัยที่ดีทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ทางท้องถิ่น จะต้องคิด ที่จะพัฒนาคู่ขนานไปกับการลงทุนในการสร้างเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นรูปด้วย
  • เรื่องของสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ท่านก็พูดถึงสิ่งสำคัญของท้องถิ่น คือ ต้องมีเรื่องของข้อมูลของตัวเอง ที่ได้จากการติดตาม และการเฝ้าระวัง ท่านยกตัวอย่างเรื่องไข้เลือดว่า ถ้ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ต้องตอบสนองด้วยการเข้าไปควบคุม ไปดูแลเรื่องแหล่งเพาะพันธุ์ยุง หรือดูแลผู้ป่วยตรงนั้นทันที ซึ่งท่านให้ความสำคัญในเรื่องของข้อมูลที่ได้รับการติดตาม และเฝ้าระวัง
  • เรื่องของกองทุน ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็คือ กองทุนท้องถิ่น ก็มีนโยบายที่จะขยายตัวออกไป เพราะฉะนั้นกองทุนอันนี้จากประสบการณ์ของท่าน ที่ได้ทำกับทางท้องถิ่น ก็ยังมีความอ่อนแอที่เกิดจากความไม่เข้าใจอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นสาธารณสุขเอง ตรงจุดนี้น่าที่จะเข้าไปทำความเข้าใจว่า เงินก้อนนี้นั้นควรจะถูกนำไปใช้อะไร เพราะจะมีข้อมูลที่ป้อนกลับมาว่า เงินตรงนี้ไปเน้นการพัฒนาในเชิงรูป และไม่พัฒนาในเรื่องของการพัฒนา คือ ความเข้าใจ และความร่วมมือจากชุมชน ทำให้สิ่งที่เป็นรูปนั้นเสียหายและเป็นการไม่ได้ในเวลาอันสั้น เรื่องนี้ท่านก็ให้เป็นคำแนะนำกับกระทรวง ว่า กระทรวงเองก็ต้องรีบปรับความเข้าใจอย่างแท้จริงอีกครั้ง
  • เรื่องท้องถิ่นเองน่าจะมีบทบาท โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม คือ การที่จะต้องมีความร่วมมือกันอย่างแท้จริง ในการที่จะมาดูแผน และในด้านสาธารณสุข ท่านก็เข้าไปจัดระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ของท่าน ซึ่งก็ดูเหมือนจะเริ่มตั้งแต่มีการเข้าไปควบคุมในการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค และต่อมาก็ยกระดับเป็นคลินิกอบอุ่น และที่มีบริการทางการแพทย์ ซึ่งดูเหมือนว่าดี เพราะว่าจะช่วยในการสกัดไม่ให้คนไข้ที่ไม่ได้เจ็บป่วยมากมาย วิ่งเข้าเนืองแน่นอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งอันนี้ดูเหมือนว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับกระทรวงสาธารณสุขด้วย
  • ปัญหาในเรื่องของกฎระเบียบต่างๆ บางส่วนก็จะเป็นเรื่องของท่านอธิบดีสมพร บางส่วนก็เป็นเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข ที่ว่าท่านก็ให้ทุนคนในพื้นที่ไปศึกษาเล่าเรียนพยาบาล แต่พอจบกลับมาแล้ว บรรจุไม่ได้ ก็อาจอยู่ในสภาพลูกจ้าง ทำให้การทำงานไม่เต็มเม็ดหน่วย เพราะขาดขวัญกำลังใจ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องพยายามลดรอยตะเข็บไม่มีระหว่างท้องถิ่น กับทางภาคราชการ เพื่อให้สามารถถ่ายเททรัพยากรทั้งบุคคล และงบประมาณ ในการที่จะเอื้อ และพัฒนาคุณภาพชีวิตในงานอื่นๆ ได้โดยราบรื่น ไม่ไปติดกับดักตรงรอยตะเข็บระหว่างหน่วยงาน

 และมีงานของกรมอนามัยที่ท่านอธิบดีได้ฝากไว้ ณ ที่นี้ นั่นก็คือ

  • งานของกรมอนามัยที่คิดว่าทางท้องถิ่นในขณะนี้ได้ช่วยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าที่ท่านสมพร ท่านนายกประภัศร์ได้กล่าวถึง ก็จะมีงานเกี่ยวกับด้านของกรมอนามัยเยอะ
  • ในด้านที่เราคิดว่าเป็นปัญหา ท่านนายกประภัศร์ก็ได้บอกว่า เป็นหน้าที่ของท่าน ดูแลคนของท่านตั้งแต่เกิด จนตาย เพราะฉะนั้น เรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพทั้งหลาย ท่านต้องดูแลอยู่แล้ว

เรื่องที่อยากจะฝากไว้ก็คือ

  • งานอนามัยแม่และเด็ก โดยเฉพาะเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เรื่องนี้มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กที่จะเข้าสู่วัยเรียน และวัยรุ่น เพราะว่ามีการศึกษาระยะยาวที่บอกว่า เด็กที่ได้รับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นอกจากจะมีสุขภาพแข็งแรง และอื่นๆ แล้ว ความสัมพันธ์ของเด็กกับครอบครัวจะเหนียวแน่น และเด็กจะคิดทำอะไรก็ตาม จะยั้งคิดยั้งทำ ว่า ถ้าทำแล้ว พ่อแม่จะเดือดร้อน หรืออย่างไร ต่างจากกลุ่มที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ... เพราะเราคิดไม่ถึงว่า ในความใกล้ชิดจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตาของแม่ ตาของพ่อ ที่ดูลูกดูดนมจากอกของตัวเองนั้น มันไปปลูกฝังโดยไม่รู้ตัว อยู่ที่จิตใต้สำนึกของเด็ก เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราอยากจะรณรงค์ และเราก็โชคดี ที่ทางสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร กับพระวรชายาของพระองค์ ก็ได้รับเรื่องนี้ไว้ในโครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว และพระองค์ท่านก็ได้ทรงเป็นต้นแบบในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องรณรงค์ร่วมกัน
  • เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาก็มีเรื่องของศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งท้องถิ่นทั้งหลายได้ขับเคลื่อนในเรื่องนี้มาแล้ว เพราะว่าท่านได้ดูแลเรื่องของศูนย์เด็กเล็ก ทางกรมอนามัยก็ได้เข้าไปเป็นผู้เสริมทางด้านวิชาการต่างๆ และได้รับทราบความก้าวหน้าที่เข้มแข็งมาก ทั้งการส่งเด็ก เจ้าหน้าที่ดูแลได้ไปเรียนต่อชั้นปริญญา และการสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่าย และอุปกรณ์สำหรับเด็กเล็กในท้องถิ่น การสนับสนุนในเรื่องของ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ และสถานีอนามัยส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต่างๆ ที่ทางท้องถิ่นมีทั้งที่ทำเอง และทั้งที่สนับสนุนทรัพยากรให้กับสถานบริการ
  • กลุ่มที่เราเป็นห่วงมาก ก็คือ เรื่องของวัยรุ่น อาจจะต้องฝากทางท้องถิ่นว่า เด็กของเราทุกวันนี้ ถูกมอมมัวเมา และเข้าถึงสิ่งที่กระตุ้น เร้าอารมณ์ทางเพศของเขา ทำให้เด็กไทยขณะนี้ มีเพศสัมพันธ์เร็วกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมื่อ 10 ปีที่แล้ว อายุเฉลี่ยที่มีเพศสัมพันธ์อายุ 19 ปี ขณะนี้เด็กผู้ชายอายุ 15 ปีเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงอยู่ที่อายุ 16 ปี ปัญหาที่ตามมาก็คือ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว อยู่ที่ร้อยละ 12.5 ขณะนี้เริ่มมาเป็นร้อยละ 14.7 และมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปเรื่อยๆ องค์การอนามัยโลกก็ได้ตั้งเป้าไว้ว่า การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เนื่องจากอาจจะมีในบางพื้นที่ที่เขาอาจจะแต่งงานเร็ว เช่นบางศาสนา หรือชาวเขา ที่มีการแต่งงานเร็ว เขาจึงได้เผื่อว่า การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไม่น่าจะเกิน 10% แต่ของเราขณะนี้เป็น 14.7% และไปสัมพันธ์กับการทำแท้ง เราพบว่า อัตราของการเกิดโรคแทรกซ้อนและมารับการรักษาที่โรงพยาบาล ร้อยละ 30 เป็นกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งสะท้อนว่า เรื่องของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ใช่เรื่องของการยึดตามธรรมเนียมแล้ว เป็นเรื่องความเหลวไหลที่เกิดขึ้น ทางท้องถิ่นจึงต้องมานึกถึงกิจกรรมเรื่องของกีฬา ดนตรี การพัฒนาท้องถิ่นอย่างไร ที่จะให้เยาวชนไทยได้มีส่วนร่วม
  • และมีโรคที่สำคัญก็คือ โรคเอดส์ ขณะนี้ อัตราของการติดเชื้อโรคเอดส์รายใหม่ มากกว่า 50% เป็นกลุ่มวัยรุ่น มันก็สะท้อนในเรื่องของเพศสัมพันธ์ และการป้องกันตัวเอง
  • เรื่องของผู้สูงอายุ ที่หลายท้องถิ่นก็มีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมผู้สูงอายุ และผมคิดว่าในไม่ช้า เรื่องของฟันเทียมพระราชทาน ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เป็นห่วงเป็นใยราษฎรในกลุ่มนี้ว่า ถ้าไม่มีฟันที่จะเคี้ยวอาหารได้แล้ว จะมีความสุขและกินอาหารได้อร่อยได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ตอบสนองความห่วงใยของพระองค์ท่าน โดยทำเรื่องของโครงการฟันเทียมพระราชทาน ตอนนี้จบรอบที่หนึ่ง 3 ปีแล้ว กำลังรอบที่สอง และเชื่อว่าจะต้องมีรอบที่สาม แต่รอบที่สามนั้นอาจจะต้องไปพึ่งกับทางท้องถิ่นแล้ว ว่าแต่ละทางท้องถิ่นถ้าท่านช่วยดูผู้สูงอายุในพื้นที่ของท่านที่เข้าข่ายในการที่จะต้องทำฟันเทียมแล้ว จะต้องเป็นเจ้าภาพ และเจ้ามือในการที่จะดูแลในเรื่องนี้
  • เรื่องอื่นๆ เป็นต้นว่า เรื่องคนไทยไร้พุง เรื่องการออกกำลังกายต่างๆ การรับประทานอาหารให้ถูกต้อง ซึ่งเราจะต้องมีการรณรงค์ ก็เชื่อว่า ทางท้องถิ่นจะให้ความร่วมมือ
  • เรื่องของอนามัยสิ่งแวดล้อม หลายเรื่องที่ท่านอธิบดีสุพัฒน์ได้พูดถึง เรื่องของน้ำสะอาด อากาศ ขยะมูลฝอยทั้งหลาย เรื่องของการกำจัดของเสีย คือ เรื่องของส้วม โดยเฉพาะเรื่องของส้วมสาธารณะ และเรื่องของส้วมสาธารณะนั้น อย่าสร้างแต่รูป ให้สร้างนามในการที่จะปลูกจิตสำนึกของคนไทย ให้เลิกคิดว่า สิ่งใดก็ตามที่เป็นสาธารณะ คือ ไม่มีเจ้าของ ต้องเปลี่ยนใหม่ว่า สิ่งใดที่เป็นสาธารณะนั้น ก็คือ ทุกคนเป็นเจ้าของ และถ้าเราเปลี่ยนนามตรงนี้ได้แล้ว มันก็คงจะทำให้สิ่งที่เป็นสาธารณะนั้น ได้อยู่ยั้งยืนยง และเป็นประโยชน์กับคนทุกคน
  • เรื่องของตลาดสดน่าซื้อ เรื่องของร้านอาหารสะอาด รสชาติอร่อย และอาหารสะอาด รสชาติปลอดภัย (Clean Food Good Taste) ที่เราคงจะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด กับทางท่านสมพร ท่านนายกประภัศร์ รวมทั้งท่าน อบจ. อบต. นะครับ
  • นี้เป็นงานทั้งหมดของกรมอนามัย ที่จะให้ท่านได้เห็นภาพในจุดของการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน