ทรงพาราชบุตรมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ หวังให้ได้ได้รับการอบรมสั่งสอน เป็นพระราชาที่เปี่ยมด้วยธรรมะในโอกาสต่อไป

       กรุงราชคฤห์ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ล้วนเป็นดินแดนที่ผู้ศึกษาพุทธประวัติ จะคุ้นหูกันดี รวมถึงการเกิดอนัตริยกรรมของพระมหาราชาพระองค์หนึ่ง ซึ่งกรรมนั้นได้ปิดกั้นการบรรลุธรรมของพระองค์เองในเวลาต่อมา

ทางขึ้นยอดเขาคิชฌกูฏ

ประเทศอินเดีย

   พระเจ้าพิมพิสารนั้นมีความรักเมตตาต่อพระโอรส อย่างยิ่งใหญ่ดังที่ได้กล่าวไว้ ในบันทึกก่อน ต่อมาเมื่อพระองค์ได้พบพระพุทธเจ้า และบรรลุโสดาปัตติผล จึงมีพระทัยที่มุ่งมั่นในธรรม ยุติการขยายพระราชอำนาจ ด้วยการทำสงครามอีกต่อ ทรงพาราชบุตรมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ หวังให้ได้รับการอบรมสั่งสอน เป็นพระราชาที่เปี่ยมด้วยธรรมะในโอกาสต่อไป

  พระราชโอรสก็ติดตามพระราชบิดามาเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่เป็นจังหวะที่         พระเทวทัต ผู้มีจิตใจริษยา อาฆาตพระพุทธเจ้า ด้วยหวังจะได้ครอบครองคณะสงฆ์ทั้งหมด และได้ธรรมขั้นโลกียญาณ มีฤทธิ์เดชพอสมควร ครั้งหนึ่งจึงคิดจะให้ เจ้าชายอชาตศัตรูเป็นพวก จึงได้แสดงเนรมิตรแปลงร่าง กลับไปมา หลายประการจนเจ้าชายเลื่อมใสศรัทธา และมักจะกล่าวเหมือนการมีมีชีวิตสั้นยาวของคนในปัจจุบัน แต่ให้เข้าใจว่า        เจ้าชายอชาตศัตรูอาจมีอายุไม่ยืนยาวจนถึงครองราชย์สมบัติ ดังนั้นเห็นควรที่จะปลงพระชนม์พระราชบิดา แล้วขึ้นครองราชย์เสีย

  แม้จะถูกพระโอรสลอบปลงพระชนม์ แต่ไม่สำเร็จ เมื่อทราบสาเหตุว่า พระราชโอรสอยากเป็นกษัตริย์ พระเจ้าพิมพิสารกลับไม่ถือโทษ และสละราชสมบัติให้ครองทันที ด้วยความเต็มพระราชหฤทัย

  กระนั้นเมื่อได้สมความปรารถนาครองราชย์แล้ว แต่เมื่อพระเทวทัตยุยงต่อว่า พระราชบิดาอาจยึดบัลลังก์คืนในภายหน้าก็ได้ ควรให้สิ้นพระชนม์เสีย พระเจ้าอชาตศรัตรูก็ทรงเชื่อ สั่งจับพระราชบิดา ขังในคุก รมด้วยควัน หวังให้สิ้นพระชนม์โดยเร็ว มิให้เสวยพระยาหาร และน้ำ

คุกทีคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร

ณ จุดนี้ จะมองเห็นยอดเขาคิชฌกูฏ

 

 พระเจ้าพิมพิสาร ผู้บรรลุโสดาบัน มีจิตที่ปิติละเอียดอ่อนในธรรม จึงได้หล่อเลี้ยงพระองค์ด้วยความปิตืนั้น มิถือโทษ โกรธใดๆต่อพระราชโอรส ทรงจงกรมอยู่ในคุก ส่งสายพระเนตรไปยังเขาคิชฌกูฏ เพื่อทัศนาพระพุทธเจ้า ที่เสด็จแสดงธรรม เสด็จขึ้นลงจากยอดเขาเพื่อปฏิบัติศาสนกิจ ล้วนเป็นภาพเจริญตา เจริญใจ ปิติซาบซ่าน ส่งผลให้ พระวรกายอิ่มเอิบ รัศมีเปล่งประกายผ่องใส เมื่อพระราชโอรสได้เห็น ก็ให้นึกขัดเคืองและเมื่อรู้สาเหตุว่า เกิดจากการปฏิบัติธรรม จึงคิดจะให้ทรงทุกข์ทรมานให้หนักขึ้นไปอีก จะได้สวรรคตโดยไว

ณ ยอดเขาที่ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธเจ้าปฏิบัติศาสนกิจ

ภาพอันพึงทัศนา ทำให้ปิติ และดำรงพระชีพอยู่ได้

  แล้วอนัตริยกรรมของพระองค์ พระเจ้าอชาตศรัตรู ก็สำเร็จลงด้วยการ ให้ช่างผมเอามีดโกน กรีดฝ่าพระบาททั้งสองข้าง ของพระราชบิดา แล้วเอาน้ำมันผสมด้วยเกลือทาพระบาท ต่อจากนั้นให้นำฝ่าพระบาทนั้น ไปย่างด้วยถ่านไฟไม้ตะเคียน ที่มีกำลังร้อนแรง

 แม้พระเจ้าพิมพิสาร จะเป็นพระอริยบุคคลพระโสดาบัน ก็ไม่สามารถระงับ ทุกขเวทนา ที่พระโอรสถวายให้ได้ พระสติที่เกาะเกี่ยวอยู่ในพระรัตนตรัย และการทัศนาไปยังพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ไม่สามารถดับเวทนาอันสูงสุดนี้ได้ลง พระองค์จึงสวรรคตในคุก ที่พระโอรสกักกันเอาไว้

  ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยน้ำมือพระปิโยรส ด้วยความทารุณโหดร้าย  ทิ้งให้พระเจ้าอชาตศัตรู ต้องรับผลกรรมอันใหญ่หลวงสำหรับมนุษย์ผู้ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา แม้จะศรัทธา ปฏิบัติธรรมได้สูงส่งปานใด ก็ได้ปิดโอกาส บรรลุธรรมเข้าสู่พระนิพาน ต้องลงสู่อเวจีนรกจนกว่าจะหมดกรรม

  กิเลส ความโลภ โกรธ หลง มีฤทธิ์มีเดช ปิดตามนุษย์ได้เสมอ ตราบใดที่เราไม่พยายามขจัดบัดเป่ามัน

              คืนนี้อย่าลืมสวดมนต์ แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล ต่อผู้ที่อาจได้เกิดมาเป็นศัตรูคู่อาฆาต ในรูปแบบใดก็ตาม ขอจงอโหสิกรรมต่อกัน อย่าได้จองเวรกันต่อไปเลย