ระหว่างที่พวกเราทานอาหารเที่ยงฝีมือชาวบ้านซึ่งอร่อยมากสมคำร่ำลือ ระหว่างนั้นกลุ่มเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กลุ่มประมงเรือเล็ก ผลัดกันมาพูดคุยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พวกเราฟัง เล่าให้พวกเราฟังว่าเขารู้สึกคับข้องใจอย่างไรผมพยายามถ่ายทอดความรู้สึกของเขาให้มากที่สุด ดังนี้ครับ
ตัวแทนกลุ่มประมงเรือเล็กเล่าความในใจให้พวกเราฟังว่า ผลกระทบจากการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นกับพวกเขามากมาย แต่ชาวประมงสู้เขาไม่ได้ ไม่มีที่มาที่ไปอยู่ๆก็สร้างปัญหาขึ้นมาพวกรัฐมนตรีทั้งนั้นแหละ (อิอิ ฟังเอาไว้..) แต่ก่อนหาดแถวนี้สวยงามมาก แต่พอมาสร้างโรงงาน ดูดทรายไปทำเขื่อน หาดหายไป ๑๕ เมตร ถ้าไม่มีการสร้างเขื่อน(ขึ้นมาช่วย)มันก็หมด ปลาก็หายาก ไปทำประมงหน้าโรงงานก็ไม่ได้ถูกขับไล่ ปัญหาหมักหมมมานานหาคนแก้ไม่ได้ เดินขบวนก็ไม่ดี ฝากคนใหญ่คนโตที่มาช่วยไปแก้กฎหมายให้หน่อย หัวเราะ...ที่อยู่ก็สู้กันไป ที่สู้ไม่ไหวก็ไปอยู่ที่อื่น
เขาเล่าว่าเดิมสุขภาพแข็งแรง แต่ก่อนก็อยู่โรงงาน อยู่ๆทำไมถึงป่วยเป็นโรคหัวใจก็ไม่รู้ ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครเป็น แล้วอนาคตลูกหลานจะเป็นอย่างไร ชาวประมงรู้สึกถูกโรงงานรุกเข้ามาเรื่อยๆ เขาก็ต่อต้านนะ ยิ่งต่อต้านมันยิ่งเกิด อธิบายไม่ได้ ก่อนเกิดทำไมไม่คิด แต่ก่อนก็ให้ชาวบ้านที่ไม่มีความรู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาต่อต้านกัน ชาวบ้านต้านก็ต้าน แล้วก็มีการเจรจายอมกัน และนี้ก็รู้ทั้งนั้นว่าปัญหามันมี มลภาวะมันไม่ดีก็บอกว่าจะหาทางแก้ไขแต่ไม่รู้ใครแก้
คุณเสนาะ ไพเราะ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ก็เล่าว่าบ้านอยู่ใกล้กับนิคมเอเชียไม่เกินสามกิโลเมตร ตอนนี้ที่นิคมเริ่มสร้างโรงงานบ้างแล้ว ผลกระทบที่ได้รับขณะนี้คือเรื่องกลิ่น โรงงานมาพูดคุยกับชุมชนว่าไม่ใช่กลิ่นของโรงงานเขา แต่เป็นของโรงงานแป้งมัน มีแต่บ่ายเบี่ยง บอกปัด ไม่ยอมรับผิดชอบอะไรสักอย่าง อาทิตย์ที่แล้วมีคนเอากากสารเคมีไปทิ้ง ใกล้กับลำธารสาธารณะ ดีที่ฝนไม่ตก ถ้าลงสู่คลองสาธารณะชาวบ้านก็เดือดร้อน ชาวบ้านใช้บ่อน้ำบาดาล ถ้าสารเคมีลงใต้ดินชาวบ้านได้รับผลกระทบ อึดอัดใจมาก ขอให้ช่วยพวกเขาด้วย เขาร้องเรียนไปว่าโรงงานของเขามีปัญหาปล่อยควันฝุ่น เขาก็มาบอกผู้นำชุมชนว่าเขาแก้ไขให้แล้ว แต่แก้อย่างไร ผลเป็นประการใดก็ไม่มีใครรู้ ชาวบ้านเขาอยากรู้
ลูกคุณเสนาะเป็นภูมิแพ้ เวลาอากาศเปลี่ยนแปลง เด็กจะหายใจไม่ออก แต่ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคไปขอยาพ่นเวนโทลินก็ไม่ได้เพราะต้องให้เด็กมีอาการก่อน เวลาหายใจไม่ออกหน้าอกจะบุ๋มลงไป ชาวบ้านเขารอไม่ได้ลูกเขาเป็นอะไรไปใครรับผิดชอบ ก็เลยต้องเอาลูกไปรักษาโรงพยาบาลเอกชน ต้องรักษาค่ารักษาพยาบาลเป็นแสน แต่โรงงานก็ไม่เคยรับผิดชอบ โรงงานก็อ้างว่ามันเป็นธรรมชาติของเด็ก คุณเสนาะก็ถามโรงงานว่าแล้วทำไมโรงงานไม่รักษาธรรมชาติบ้างล่ะเด็กจะได้มีอากาศบริสุทธิ์หายใจ ทุกวันนี้อาชญากรรมก็เพิ่มขึ้น เมื่อไม่กี่วันก็มีโจรไปจี้ขณะที่คนนอนอยู่ในบ้าน มิเตอร์น้ำยังต้องใส่กรงให้มันอยู่ ไม่รู้มันทำความผิดอะไร...อิอิ ไม่ใส่มันลักหมด....คุณเสนาะถามว่า “นี่หรือความเจริญที่นำมาให้ชาวระยอง” จะมีใครตอบคำถามนี้บ้างยกมือขึ้น อิอิ
คุณวรศักดิ์ เสียงดัง บ้านอยู่ตะกวน เลี้ยงหอยอยู่ใกล้ BLCP พี่เขาบอกว่าโรงงานพวกนี้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาล ถ้าไม่มีรัฐบาลถือหุ้นมันไม่เกิด ทำไมถมทะเลได้ ก็เพราะรัฐบาล แต่ก่อนหอยมีเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมี คนระยองเดิมเขาไม่ค่อยอยู่กันแล้ว เขาขายที่ไปอยู่ที่อื่นไปอยู่เชียงใหม่โน่น เขาอยู่ไม่ได้เพราะเหม็นแก๊ส โรงเรียนมาบตาพุดย้ายไปเพราะอะไร ก็เพราะเหม็นแก๊ส
น้ำทะเลไปดูได้ แต่ก่อนพื้นทะเลเป็นทราย แต่พื้นทะเลเดี๋ยวนี้เป็นเลน ดำ ตอนนี้ก็พยายามทำว่ามีการตรวจสภาพ ถ้าจะขายหอยมีใบประกาศให้ว่าผ่านไม่มีสารพิษทุกอย่าง แต่ข่าวไทยทีวีออกมามาบอกว่า หอยปลาปูมาบตาพุดกินไม่ได้ ตอนมกราคม ๔๗ มีน้ำมันรั่วลงทะเล เขาให้แพละหมื่นเก้า น้ำมันมีเป็นพืด แต่พอวันที่สามน้ำมัน(บนผิวน้ำทะเล)ไม่มีเหลือหมดเลย แต่ลองไปดูใต้ทะเลสิดำไปหมดน้ำมันทั้งนั้น ปลาตาย หอยตาย
คุณวรศักดิ์เห็นว่าโรงงานไม่น่าจะเกิด ประท้วงก็เคยไป ปิดอ่าวก็ปิด แต่ปิดไม่อยู่เพราะเงิน เรือเล็กเขามองไม่เห็นหรอกเพราะเงิน ถึงวันสำคัญก็จะมีเงินการศึกษาแจกให้ลูก ปลูกป่าชายเลน ปล่อยปลา ก็แค่นั้น คุณวรศักดิ์ ถามว่าถ้าน้ำเสีย อากาศไม่ดี จะอยู่ได้ไหม
ลองไปดูอ่าวกะเทียม แก๊สเหม็น น้ำไม่ดี จะหาอะไร ปูปลาตายหมด ถ้าทุกอย่างหมดไปเราจะทำอะไร เป็นคนงานโรงงานวันละ ๒๐๐ หรือ พวกเราอายุมากขึ้นโรงงานเขาจะรับพวกเราทำงานไหม ไม่มีโรงงานที่ไหนรับเราหรอก โรงงานเอาแต่ได้
เราได้คุยกับคุณลุงน้อย ใจตั้ง ซึ่งต่อสู้กับเรื่องโรงงานอุตสาหกรรม ต่อสู้เรื่องน้ำเหม็นจากโรงงานแป้งมันสำปะหลังมายี่สิบปีแล้ว ลุงน้อยบอกว่าเมื่อกี้ผ่านคลองตะกวนเสียดายไม่ได้แวะที่ทานอาหารที่ปากคลองตะกวนจะได้รู้รสชาติที่ว่ามาบตาพุดว่ามันเลวร้ายอย่างไร เพราะที่นั่นเป็นที่สะสม เป็นขุมมลภาวะทุกชนิดที่มันสะสมอยู่ที่อ่าวตากวน ลุงบอกว่าโรงงานที่มาบตาพุดนั่นพอได้แล้วหยุดได้แล้ว ชลอไว้ก่อน ความเจ็บป่วยจากน้ำใต้ดินและบนอากาศ ที่บ้านลุงน้อยเจ้าหน้าที่เอาน้ำบ้านไปตรวจว่ามีสารอะไร คำตอบก็ไม่ชัดเจน ครอบครัวลุงน้อยเป็นมะเร็งตายจะหมดทั้งครอบครัวแล้ว ตัวลุงน้อยอายุ ๖๐ กว่าเป็นภูมิแพ้ ภรรยาเป็นมะเร็งผ่าตัดเป็นครั้งที่สามแล้ว แม่ และแม่ยายก็เป็นมะเร็งตาย มลภาวะจากโรงงานให้มันเบาบางลงมั่ง แต่โรงงานมันก็ไม่หยุด ทุกวันยังเหม็นเหมือนเดิม เสียงก็ยังดังยิ่งขึ้น ไฟขึ้นปล่องก็มากพ่นทีสูงประมาณ ๒ เมตร ที่มาบตาพุดมันร้อนกว่าที่นี่ ขอฝากให้พวกเราช่วยกันคิดว่าจะแก้ไขปัญหามาบตาพุดอย่างไร
คุณเสนาะฯ เล่าว่าอยู่ใกล้โรงงานใช้น้ำบ่อตื้นก็มาเก็บน้ำไปตรวจไม่พบสารอะไรเลย แต่เลยจากโรงงานไป ๖-๗ กิโล พบสารพิษ ไม่รู้ว่าทำไมสารเคมีมันไม่แวะบ้านผม ไม่รู้ว่าข้อมูลมันโกหกหรือคนมันโกหก ทุกวันนี้ไม่ต้องลงไปเล่นน้ำทะเล เพียงแค่ถอดรองเท้าถุงเท้าเดินริมทะเลให้โดนน้ำ ถ้าไม่คันก็เล่นได้ รับรองว่าไม่เกิน ๑๕ นาทีรู้ผล ฝนตกลงมาได้เก็บน้ำมีขี้ตะกรันเพียบ เขาเอาไปให้โรงงานดูเขาบอกว่าเป็นฝุ่นจากหลังคาบ้าน ฝนตกมาสามวันแล้วไม่รู้เอาฝุ่นมาจากไหน...การแก้ไขปัญหาโยนกันไปโยนกันมา คุณเสนาะบ่นด้วยความน้อยใจว่า “ลูกผมอาจจะตายก่อนก็ได้”
คราวนี้ เขาก็เปิดโอกาสให้พวกเราซักถาม ผมก็เลยถามว่า คนระยองอยู่กับโรงงานอุตสาหกรรมขณะนี้ ให้เขาถอนโรงงานออกไปคงไม่มีใครถอนออกไปแน่ แต่ถ้าให้เขาหยุดสร้างในขณะนี้ คนในพื้นที่อยากจะให้เกิดอะไรที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ อยู่อย่างสันติ อยู่อย่างสงบสุข ชาวบ้านต้องการอะไร
ตัวแทนชาวบ้าน บอกว่า “ผมดำลงไปเก็บเศษเหล็กที่ตกอยู่ในทะเล เพราะไม่ต้องไปหาปลาแล้วมันไม่มี แต่พอดำลงไปเจอโรงงานปล่อยน้ำเสียใต้ทะเล จึงต้องการว่าหากจะอยู่ต่อไปให้หยุดปล่อยน้ำเสียลงทะเล ถ้าเป็นอย่างนี้พวกผมก็ทำประมงไม่ได้ ตอนนี้มีโครงการจะสร้างสะพานอีก ๑ สะพาน ผมบอกว่าถ้าพี่สร้างเข้ามาพวกผมก็จะหมดพื้นที่หากิน ขอให้หยุดโครงการต่างๆก่อน”
คุณเสนาะฯ ขอให้หยุดขยายโครงการ เพราะทุกวันนี้มีแต่ขยายและทำให้ชาวบ้านถอยร่นออกไป อย่าขยายเข้ามาในบ้านฉาง ผังเมืองเป็นพื้นที่สีเขียว อยู่ไปอยู่มาเป็นพื้นที่สีม่วง ชาวบ้านก็แย่ ขอให้มีการจัดเก็บสารเคมีให้ถูกต้อง ขอให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบว่าโรงงานมี Raw Material อะไรบ้าง การกำจัดสารพิษทำอย่างไร
ซึ่งผมพอสรุปได้ว่าตั้งแต่การฟังปัญหามาตั้งแต่ต้น ชาวบ้านต้องการให้แก้ปัญหาดังนี้
๑.รัฐบาลต้องหยุดโครงการที่จะให้สร้างโรงงานอุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้
๒.โรงงานที่มีอยู่แล้วต้องหยุดอย่าสร้างเพิ่ม
๓.จังหวัดต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังไม่มีการละเว้น
๔.ชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและภาคอุตสาหกรรมต้องมีความจริงใจให้กับภาคประชาชน
อิอิ....ตอนเดียวไม่จบอีกแล้ว ผมเป็นห่วงว่าทะยอยนำบันทึกลงทุกวันๆละ ๒-๓ บันทึกจะมีคนขี้เกียจอ่าน แต่มันจำเป็นครับพี่น้อง เพราะเราต้องทำรายงานและผมอยู่ไกล ท่านประธานกลุ่มก็อาศัยอ่านจากบันทึกนี้แหละเพื่อจัดทำรายงานกันต่อ อิอิ
ตามอ่านอยู่ครับ
เอาใจช่วย ในการแก้ปัญหา
วันที่25 โรงเรียนปิด อิอิ รอดการโดดๆๆๆ เรียน
วันที่29ไม่ต้องมาที่ ไม่ต้องมาที่กทม.ใช่ไหมครับ ไปดักรอต้นทางก็ได้ใช่ไหม?
สวัสดีครับท่าน อท.
ผมสัมภาษณ์ชาวบ้านหลายคน และรับรู้อย่างหนึ่งว่าชาวบ้านยอมรับความจริงว่าจะให้โรงงานเลิกไปเลยนั้นไม่ได้เพราะลงทุนกันมาเยอะแล้ว เขาเพียงแค่ขอให้หยุดก่อนได้ไหม เลิกขยายโรงงานได้ไหม ขอให้ประกาศเขตควบคุมมลพิษได้ไหม ประชาชนเขารู้สึกว่าสุขภาพของเขาแย่แล้ว มันเป็นเรื่องระดับนโยบายครับ
ปัญหาอยู่ที่ว่ารัฐบาลเขาจะยอมไหม เพราะชาวบ้านถอยมาหลายก้าวแล้วครับ
สวัสดีครับพ่อครู
ตอนแรกนึกว่ามีเรียน ๒๕ ส.ค.นี้จึงต้องรีบปั่นงานให้เสร็จทันเพื่อจะได้คุยกัน และงานชุดนี้เป็นงานที่เพื่อนๆทุกกลุ่มนำเป็นข้อมูลใช้ได้เลย นี่ต้องตาลีตาเหลือกเขียนทุกวัน เมื่อวานกำลังเขียนอยู่ที่ทำงานตอนเช้า โทรศัพท์ถามว่าตอนนี้พี่ถึงไหนแล้ว ผมตอบว่าจะถึงไหนล่ะ นั่งแช่อยู่ที่ทำ ครับงานนี้แหละพิมพ์บันทึกไปได้หน่อยนึงแล้ว เขาบอกว่าเขารอวิทยากรกันอยู่ เจี๊ยก...ที่ตะกั่วป่าโน่น จุดที่บรรยายห่างกัน ๑๐๐ ก.ม.นิดๆ เลยต้องบึ่งรถไปบรรยายโดยให้น้องๆขัดตาทัพไปก่อน ที่พลาดเพราะเขามีหนังสือเชิญมา ๑ เดือนแล้ว และเมื่อวานซืนก็มีหนังสือเชิญจากเจ้าเดิมแต่เชิญบรรยายเดือนกันยายนอีก ๒ ครั้ง ผมก็นึกว่าเขาเชิญเดือนหน้า...อิอิ บรรยายตั้งแต่บ่ายโมงจนถึง ๔ โมงเกือบครึ่ง กลับมาเขียนบันทึกได้อีกตอนนึง...
ดีที่วันที่ ๒๕ นี้หยุด อิอิ หายใจได้อีกหน่อยหนึ่ง
วันที่ ๒๙ ผมไม่ไปกทม.กำลังจะคุยกับน้องเอกว่าขอเปลี่ยนไปปัตตานีแทน เพราะผมไปรอที่หาดใหญ่และพวกที่ไปปัตตานีลงเครื่องที่หาดใหญ่แล้วนั่งรถกันไป แต่พวกไปนราธิวาสเขาลงเครื่องที่นราธิวาสเลย
กราบเรียนท่านอัยการ ที่เคารพ
ตอนสุดท้าย (อยากทราบล่วงหน้า) จะมีข้อสรุปและเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนาไหมครับ ว่า
ใคร ควร(หรือต้อง)ทำอะไร อย่างไร
ทั้งในเชิงแนวคิด แนวปฏิบัติ แผนงาน การกำหนดนโยบาย และการติดตามประเมินผล
หรือจะเป็นเพียง situation analysis and suggestion เฉยๆ
ขอบคุณมากครับ
เรียน ท่านอัยการค่ะ
ติดตามอ่านแทบไม่ทันค่ะ แต่หลังจากอ่านการลงพื้นที่จากต้นจนจบแล้วก็อึ้งค่ะ น่าเสียใจนะคะที่คุณภาพชีวิตของคนไทยในบางจว.ต้องนำไปเสี่ยงกับการขับเคลื่อน ศก.ของ ปท. รู้สึกเป็นการลงทุนบนฐานของความมักได้และมักง่ายบนชีวิตผู้อื่นเหลือเกินค่ะ
สวัสดีครับ อ.แสวง
เนื่องจากการลงพื้นที่จริงเป็นการแยกย้ายกันทำรายงานกลุ่มครับ กลุ่มของผมทำเรื่องเมืองอุตสาหกรรมน่าอยู่ เป็นการศึกษาว่าแม้จะมีความขัดแย้งกันในภาคอุตสาหกรรมและชาวบ้านที่มีอาชีพต่างๆ เช่น ประมง เกษตรกรรม แต่หากจะให้เขาอยู่กันอย่างสันติวิธีจะต้องทำอย่างไร และอีกอย่างหนึ่งที่น่าสังเกต ในนิคมอุตสาหกรรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม แต่ชาวบ้านรอบๆกลับไม่มีน้ำประปาใช้ แต่ท่อส่งน้ำผ่านที่ดินชาวบ้าน มันไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน หากชาวบ้านอยู่ไม่ได้ จะให้เมืองอุตสาหกรรมอยู่ได้โดยลำพังกระนั้นหรือ
เนื่องจากเราเรียนหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข การสรุปจึงเป็นเรื่องของการคิดหาวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยให้สามารถใช้แก้ปัญหาได้จริง แต่เห็นคำถามของอาจารย์ก็เกิดปิ๊งแว๊บเหมือนกันครับว่า หากเราจะเขียนยุทธศาสตร์การพัฒนาได้ก็น่าจะทำให้งานของเราสมบูรณ์ขึ้นครับ
อ.อ้อย ครับ
ผมเขียนเองยังอ่านไม่ทันเลย อิอิ
ที่เร่งเพราะต้องการให้ประธานกลุ่ม(ดร.ฉันทนาฯ วันลงพื้นที่ท่านมีภาระกิจไม่ได้ร่วมกับพวกเรา)ได้รับข้อมูลเต็มๆ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการทำรายงานกลุ่มครับ
วันเดินทางไปตั้งต้นที่สนามบินเลยครับ