เรามีวันนี้ได้ก็เกิดจากการฟูมฟักดูแลของเขามาจนเราอายุป่านนี้แล้วเขาก็จะเฝ้าดูแลในสิ่งที่เขาทำให้เราได้ตลอด พ่อแม่ต่อให้ลูกโตแค่ไหนก็ยังมองเป็นเด็กเสมอ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2551หมอก้องจัดให้มีการนำเสนอKM ที่นครนายก เราก็เป็นหนึ่งที่ได้รับเลือกให้ไปนำเสนอ แต่เตี่ยเราซึ่งอายุ 89 ปีแล้ว ป่วยมา อาทิตย์กว่าเริ่มแรกไม่มากเท่าไหร่ 3-4 วันก่อนไปนครนายก เป็นมากขึ้น คือน่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ เราก็เฝ้ามาตลอด จนคืนวันที่17 เราเหนื่อยและค่อนข้างเครียดมากเพราะอดนอนมาหลายคืน ก็หลับสนิท ตอนกลางคืนเตี่ยปวดท้องเข้าห้องน้ำ แล้วลงมาทานน้ำ แล้วเดินขึ้นบันไดจะไปห้องนอนแต่เตี่ยมีอาการเหนื่อยมาก ซึ่งเราหลับไม่รู้เรื่องเลย ไม่เหมือนคืนก่อนๆ แค่เตี่ยลุกนั่งเราก็รู้แล้ว เรารู้สึกตัวอีกทีตอนตี 4 ก็ลุกมา   เตี่ยเล่าเหตุการณ์ที่มีอาการเหนื่อยมากต้องนั่งพักที่กระไดตั้งนาน แกบอกว่าคิดว่าจะตายตรงนั้นแล้ว ขนาดเล่าเราก็ยังเห็นว่าเหนื่อย เราก็พามาให้นอนพัก ยืนคิดว่าจะเอาอย่างไงดี เช้านี้จะต้องไปนครนายกด้วย กลัวงานเสียหายก็กลัว ห่วงเตียก็ห่วง ว้าวุ่นชะมัดเลย เลยคุยกับสามี เขาก็บอกว่าไปเถอะเดี๋ยวตรงนี้จะดูให้เอง แม่ไม่ต้องห่วงอะไร เราก็เลยบอกสามีว่าเอาอย่างนี้เดี๋ยวไปแล้วจะขอนำเสนอเป็นคิวแรก(เดิมลำดับนำเสนออันดับที่22) นำเสนอเสร็จจะหาทางกลับมาเลยให้ได้ ต้องเหมารถออกมาก็ยอมแล้วคิดว่าจะให้น้องมานพช่วยเป็นเพื่อนตอนรถมาส่ง ระหว่างนั่งรถไปใจก็คิดถึงห่วงเตี่ยตลอด น้ำตาก็คอยจะไหล ไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ พี่ประกอบก็ร้องเพลงเกี่ยวกับพ่อๆแม่ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดกับเราบ้าง เราก้ได้แต่พูดในใจว่า ร้องเพลงอื่นเถอะขอร้อง พยายามอ่านป้ายอักษรริมถนนเพื่อไม่ให้สนใจกับเนื้อเพลง จนใกล้ถึงโรงแรมเราโทรไปถามพี่สะใภ้ว่าเตี่ยเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับคำตอบว่าสามีพาไปโรงพยาบาลเพราะเตี่ยใจสั่น ตัวเย็น  ได้ฟังแล้วใจเรามันสั่น พูดในใจว่าจะเอาอย่างไงดีวะ พอดีรถจอดเห็นป้ายโรงแรม ก็คิดเอาวะ รออี 5-10 นาทีก้ได้ PRESENT ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเสร็จฉันจะไปแล้ว อะไรมันจะเกิดต่อไปก็ช่างมันละ  พอก้าวลงรถปุ๊บเราก็ถามพนักงานของโรงแรมเลยว่ามีรถผ่านไปกรุงเทพไหม เขาบอกว่ามีตลอดทุกชั่วโมง โอ้โหตอนนั้นในใจดีใจมากๆ ฉันจะได้กลับไปทำหน้าที่ของฉันต่อแล้ว เลยไปขอพี่นุชบอกเหตุผล เราโชคดีที่มีพี่ๆน้องๆที่เข้าใจ จัดการแซงคิวให้ ตอนนำเสนอมันจะร้องไห้นะ คิดอะไรไม่ออก ใจมันคอยคิดว่าเตียจะเป็นอย่างไงบ้าง ก็รู้ตัวนะว่านำเสนอแบบสับสน เอาเป็นว่าอ่านตัวหนังสือในPowerPionT ได้ก็นับว่าดีแล้ว นำเสนอเสร็จเราเผ่นทันทีจับรถตู้มาลงอนุสาวรีย์ต่อรถตู้มาลงนครสวรรค์ถึง 6 โมงเย็นพอดี หิวมากเพราะไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากขนมปังที่ใช้เบรกตอนเช้า กลับมาถึงบ้านเตี่ยบอกว่ากลับมาทำไมทำงานยังไม่เสร็จไม่ดีนะ เราก็บอกว่าเสร็จแล้ว แต่คิดว่าเตียคงไม่เชื่อเพราะบอกว่าจะต้องกลับวันที่ 19 วันนี้20 เตี่ยดีขึ้นมาก เราก็นึกถึงว่าเออ/เราโชคดีที่สามีและพี่ชายมาช่วยดูเวลาเราไม่อยู่ ทุกครั้งที่ทำบุญเราจะอธิษฐานอันดับแรกเสมอคือขอให้เตี่ยของลูกอยู่กับลูกหลานนานๆ คิดว่าจะอธิษฐานฯอย่างนี้ตลอดไป เพราะเรามีวันนี้ได้ก็เกิดจากการฟูมฟักดูแลของเขามาจนเราอายุป่านนี้แล้วเขาก็จะเฝ้าดูแลในสิ่งที่เขาทำให้เราได้ตลอด พ่อแม่ต่อให้ลูกโตแค่ไหนก็ยังมองเป็นเด็กเสมอ