|
... คนไทยเราเชื่อกันว่า เมืองไทยเรามีแสงแดดจ้าตลอดปี ผิวหนังน่าจะสังเคราะห์วิตามิน D ได้มากพอ วันนี้มีผลการศึกษาที่บอกเราว่า ความเชื่อกับความจริงนั้น... บางครั้งก็สวนกันไปคนละทางเหมือนกัน ... ท่านอาจารย์ รศ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันทน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผู้บริหารโครงการในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาหญิงวัยทองที่มีภาวะกระดูกพรุน 2,589 คนจาก 18 ประเทศเปิดเผยว่า ... ผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงวัยทองที่เป็นโรคกระดูกพรุนมีภาวะพร่องวิตามิน D ดังตาราง
... วิตามิน D พบมากในผลิตภัณฑ์นม ปลาทะเล ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง ถั่ว และผักหลายชนิด เช่น บรอคโคลี กะหล่ำ ฯลฯ ข้อสำคัญคือ ต้องกินอาหารที่มีวิตามิน D พร้อมไขมัน ร่างกายจึงจะดูดซึมไปใช้ได้ การกินวิตามิน D เช่น วิตามินรวม ฯลฯ เสริมก็ควรกินพร้อมอาหารที่มีไขมันเช่นกัน ... นอกจากนั้นการออกไปรับแสงแดดยามเช้าหรือเย็นวันละ 15 นาทีก็ช่วยให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามิน D ได้ ถ้าขาดวิตามิน D... ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลงไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์ (อาจมากถึง 40%) ... การไปเน้นแต่แคลเซียมอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องขอวิตามิน D ด้วยจึงจะดีจริง เมืองไทยเรามีแสงแดด... ช่วยกันสังเคราะห์แสง (หมายถึงให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามิน D) หน่อยนะครับ สุขภาพจะได้ดีไปนานๆ ...
ที่มา
...
... |

ไปโดนแดด เขาว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนังอีกล่ะค่ะ จริงไหมคะ
ขอขอบคุณอาจารย์นงเยาว์...
*เพิ่งได้หัดอ่านและเขียน ชอบการณตูนของท่านมากแต่แทรกไม่เป็น
*เป็นวัยทองอยู่ ปวดหลังมาประมาณเกือบ10ปี เห็นจะได้ เริ่งแรกไปหาหมอที่ปราจีน หมอฟังเล่าอาการ เท่านั้นก็ สั่งให้กายภาพบัดบัด โดยการดึงหลังใช้เครื่องดึง ใช้นำร้อนประคบ ทำประมาณ 10 วัน วันละ 1 ชม. เริ่มดึงหลัง 10 โมง ประมาณ บ่าย2 จะเหมือนเป็นไข้ทุกวันเลย ก็เลยปรึกษาหมออีกรอบ หมอบอกว่า ถ้าไม่ดีขึ้นน่าจะต้องผ่า กระดูกหลัง เพราะหมอนรองกระดูกถูกทับ ตกลงเลยไม่รักษาต่อ ตัดสินใจไปรามา เพราะ มีประวัติอยู่แล้ว หมอตรวจ พร้อมเอ็กเซอรเรย์ แล้วก็ให้ นักศึกษาแพทย์มาวัด กระดูกเอวด้านหลังใหญ่ หมอบอกว่ามีปัญหา กระดูกข้อที่ 6 กระดูกไม่ได้เป็นอะไร
"คุณไปให้เขาดึงหลังทำไม หลังปกติพอดึงกระดูกก็จะห่างทำให้ปวดมากขึ้น และเป็นไข้ได้" ฟังก็ไม่เข้าใจนึกว่าข้อที่6 มีปัญหา เพิ่งมาเข้าใจตอนหมอสั่งให้ไปหาหมอ
กายภาพบำบัด หมอบอกว่าข้อที่ 6 ไม่มีผลกับการปวดหลัง เพราะมันมีมาแต่เกิดแล้ว ที่เป็นอยู่คือกล้ามเนื้อหลังไม่แข็งแรง ให้ฝึกงอตัว และสอนอีกหลายวิธีที่ได้ผลดี แล้วก็ไม่ค่อยได้รักษาเท่าไหร่ ทำงานมากเกินไป ลุกนั่งไม่ค่อยระวัง
* ปัจจุบัน ไปหาหมออีกเพราะปวดหลัง ชาขาด้านใน ก้น มาจนถึงกลางฝ่าเท้า และตึงไปถึงศีรษะ ตรงท้ายทอยด้านขวาจะปวดตึง บางครั้งปวดตาด้วย หมอให้
เอ็กเซอร์เรย์กระดูก แล้วบอกว่า กระดูกเริ่มบาง อย่าให้ล้มนะ พร้อมให้ยาบำรุงกระดูก ยาแก้ปวดคลายเส้น และมียาอีกอย่างที่ให้กิน ครั้งละ 1 เม็ด กินเดือนละเม็ด อ่านในคำอธิบาย ว่าเป็นยาเคลือบฟลิมอะไรเนี่ย กินก่อนอาหารเช้า 1 ชม.ภายใน1 ชม.ห้ามนอนเด็ดขาด ห้ามอยู่นิ่งๆ
**สงสัยว่ากินต่อไป จะเป็นอันตรายไม๊ กินมา 4 เม็ดแล้ว"
ขอขอบคุณครับ...