มีอย่างเดียวที่อาจจะพบความลับที่แสดงความเป็นตัวตนของผม..คือความน่ารัก...ที่มีเสมอต้นเสมอปลาย

บนพื้นที่ G2K แห่งนี้ tag ความลับไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก ในความเป็นจริง tag ทำนองนี้เคยมีมาก่อนหน้านี้แต่มันอยู่ในรูปคำถามที่ว่า คุณคือใครใครคือคุณ?”อย่างเช่นบันทึกนี้ของครูบาสุทธินันท์ และจากบันทึกตอบของคุณเอก หรือบันทึกอื่นๆ ที่ตามมาอีกหลายๆ บันทึก (ซึ่งหากผมเจอคำถามฉับพลันแบบนี้คงต้องกลับไปนอนคิดเพื่อค้นหาคำตอบอีกสิบวันสิบคืน...)

 

และโดยความเป็นจริงเรามักผ่านพบ ความลับ อยู่ในทุกๆ เส้นทางผ่าน เพียงแต่บางครั้งด้วยความรีบร้อนหรือด้วยเหตุผลอย่างไรก็ตาม เราอาจจะไม่ให้ความใส่ใจที่จะค้นหา...

 

ความลับที่ลานไผ่ ณ มหาชีวาลัยอีสาน....มีกี่ผู้คน ที่สามารถล้วงความลับมาได้

 

...

ส่วนผม..จนป่านนี้ยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มชิมรสไข่ขี้เกี้ยมของพ่อครูฯ เลย....ความลับยังเป็นความลับอยู่ต่อไป

 

และที่อำเภอสะเมิง เมื่อครั้งผมสัญจรไปพักที่ banana bon bon (บุหลันบุรี) ผมได้พบความลับอีกประการที่อธิบายเหตุผลว่าทำไม ข่าวพยากรณ์อากาศของกรมอุตุฯ จึงได้ถูกๆ ผิดๆ เรื่อยมา (อิอิ)

 

..

...แล้วผมเป็นใครกันนะ!!!

 

ความลับไม่ใคร่จะมีด้วยสิ...ขอส่องหาความลับผ่านแว่นวิเศษก็แล้วกันนะครับ

 

แว่นโหราจารย์บอกว่า..

ใจหรือสมอง...คุมโดยพระจันทร์ แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ที่มีความรอบคอบนิ่มนวลและรักธรรมชาติทั้งปวง

ปาก...คุมโดยพระเสาร์ จึงเป็นคนปากร้ายและไม่เกรงใจผู้ใด คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น ไม่ใคร่ระวังปาก ศรีปราชญ์ก็รวมกลุ่มอยู่ในนี้ด้วย (จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผมไม่ค่อยช่างคุย...กลัวพูดไม่เข้าหูคน...อิๆๆๆ)

 

แว่นความลับอดีตกาล

..

ผมอยู่เมืองตลุงครับ (ชื่อเดิมของอำเภอประโคนชัย จ.บุรีรัมย์) ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องปลาจ่อม/กุ้งจ่อม กระยาสาร์ท (อร่อยมากๆ ที่บ้านเคยทำขายตั้งแต่รุ่นแรกๆ ยังไม่เป็น OTOP เหมือนปัจจุบัน) อยู่ในคุ้ม “วัดชัยมงคล” ที่วัดนี้เป็นแหล่งเรียน-เล่น-ผจญภัย ของเด็กๆ วัยเดียวกัน

 

วัดชัยมงคล...มีโบสถ์ไม้ผนังฉลุลายโบราณ ได้รับการขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้แล้วครับ

 

ที่ริมรั้ววัดมีลำน้ำธรรมชาติไหลค่อนข้างเชี่ยว จึงเป็นโรงเรียนสอนว่ายน้ำของเรา...หลังจากสำลักน้ำไปหลายอึก (แทบตาย)...เด็กๆ ทุกคนก็ว่ายน้ำเป็น

 

 

บ้านผมห่างจากเขาพนมรุ้งเพียง 18  กิโลเมตรครับ...เด็กๆ อย่างผมชอบปั่นจักรยานไปเที่ยวบ่อยๆ ที่นี่ผมได้รับรู้ความลับจากปากผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าให้ฟังถึงขบวนการลักลอบขนย้ายลำเลียงวัตถุโบราณและชะตากรรมที่เขาเหล่านั้นต้องพบที่ไม่แตกต่างกัน...

 

ผมถูกผลักออกไปเรียนรู้ทักษะชีวิตตั้งแต่ยังมีกลิ่นนมติดปาก...คือ จบ ม.3 ปุ๊บ ไปเรียนต่อวิทยาลัยเกษตรกรรมบุรีรัมย์ (รุ่นฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พอดี) แทบจะเรียกได้ว่าไปเรียนโดยบังเอิญ เพราะว่าผมได้โควต้าเข้าเรียนโดยไม่ต้องสอบ จริงๆ แล้วผลการเรียนไม่ค่อยได้เรื่องหรอกนะครับ  คงเนื่องมาจากไม่มีใครสมัครไปเรียนวิชาเกษตร ซึ่งผู้ปกครองไม่อยากให้ลูกจบออกมาขุดดินซะมากกว่า (อิอิ)

ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมบุรีรัมย์แห่งนี้ผมได้ค้นพบความลับที่อยู่ในตัวตนโดยบังเอิญหลายเรื่อง เช่น ได้ค้นพบว่าตัวเองเขียนหนังสือโดยจับพู่กันครั้งแรกก็ออกงานได้เลย ...อ้อ!!!...ผมเคยแข่งได้แชมป์ cross word ของวิทลัยด้วย ได้รับรางวัลจาก ผอ. ที่หน้าเสาธงเป็น dictionary  ของสอฯ เล่มเล็ก (ดีใจแทบแย่)...เย้ๆๆๆ เก่งจัง...

 

เสียอยู่อย่างเดียว... เวลาอยู่ในห้องเรียนส่วนใหญ่ผมจะเป็นเด็กหลังห้อง โดยมีหนังสือนิยายกำลังภายในของ ว. ณ เมืองลุง-น. นพรัตน์ กองโตอยู่บนโต๊ะ (อ่านแข่งกับเพื่อนจอมยุทธอีกคนที่นั่งข้างๆ)  ผมจึงจบจากที่นี่มาพร้อมกับคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของเซียวลี้ปวยตอ (ลี้คิมฮวง) ตัวเอกของเรื่องฤทธิ์มีดสั้น ที่เก่งทั้งเรื่องบู๊และบุ๋น....ฝังอยู่ในกมลสันดาน (ได้ความรู้ในเรื่องที่เรียนมากะจิ๊ดเดียว...!!)

 

แว่นความลับปัจจุบันกาล

 

หลังจากเรียนๆ เล่นๆ หลบๆ มาตลอด ปัจจุบันผมมีตำแหน่งพ่วงท้ายเป็นนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุรินทร์...โดยตำแหน่งหน้าที่การงาน เรียกได้ว่าเป็นนักพัฒนาก็ไม่ผิดนัก...แต่ผมไม่แน่ใจว่าผมเป็นนักพัฒนา...หรือเป็นผลผลิตที่ถูกพัฒนาโดยชาวบ้านกันแน่...เพราะความรู้ในการ “ทำงาน” ส่วนใหญ่ผมได้จากการไปคลุกคลีตีโมงในชุมชนซะมากกว่าความรู้ที่ติดตัว (มาเล็กน้อย) ก่อนหน้านั้น....(นี่ก็อีกความลับหนึ่ง)

 

แว่นความลับส่งท้าย

ส่องหาความลับทั้งตัวแล้ว...เจออะไรบ้างไหมครับนอกจากตำแหน่งหน้าที่การงานที่ (ดูเหมือน) เป็นนักวิชาการฯ หากท่านได้พบและสัมผัสตัวจริง อาจจะพบกับการพูดจา ท่าทาง การแต่งตัว (หรือฟอร์ม)  ที่ไม่มีวี่แววความเป็นนักวิชาการของผมเลยก็เป็นได้

 

มีอย่างเดียวที่อาจจะพบความลับที่แสดงความเป็นตัวตนของผม..คือความน่ารัก...ที่มีเสมอต้นเสมอปลาย....

 

อิอิ...