ข้อคิดสำหรับครูสอนภาษาไทย

รายงานการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

ชื่อเรื่อง          การวิจัยการแก้ไขปัญหา  กรณีนักเรียนอ่านและเขียนภาษาไทยไม่ได้

         โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านการเขียนยกผลสัมฤทธิ์นักเรียนในปีการศึกษา 2549    

ผู้วิจัย             นางสะอาด     สิงนาค

ระดับชั้น        ช่วงชั้นที่  3  ปีที่  2

สถานศึกษา    โรงเรียนสตรีราชินูทิศ   อำเภอเมือง   จังหวัดอุดรธานี

ปีที่พิมพ์          พ.ศ. 2549

 

ที่มา        พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542   หมวด  4  มาตรา  22   มีสาระคือ

การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้    และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด   มาตรา  30  สาระ คือ ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ   รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา

ปัญหา    ปีการศึกษา  2549  ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้จัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2.11   ขณะสอนได้พบปัญหาว่า  นักเรียนคนหนึ่งอ่านหนังสือไม่ได้และเขียนภาษาไทยไม่เป็น  ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน

เป้าหมาย     นักเรียนในห้องเรียน  1  คน  ในระดับชั้น  ม.2  อ่านและเขียนภาษาไทยได้ในระดับ     เบื้องต้น   โดยผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ  70

เตรียมงาน     ข้าพเจ้าได้ปรึกษาหารือกับคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยถึงปัญหา และวิธีการแก้ไข  ได้รับการแนะนำในเบื้องต้นว่าควรให้นักเรียนเริ่มฝึกอ่านตั้งแต่บทฝึกอ่าน ฝึกเขียนพยัญชนะ  สระ  และการแจกตัวสะกดก่อนข้าพเจ้าได้นำคำแนะนำจากเพื่อนครูในกลุ่มสาระภาษาไทยไปฝึกปฏิบัติการสอนนักเรียนโดยนัดสอนก่อนเข้าเรียนปกติตั้งแต่เวลา 07.00 น.-08.15 น. และได้เขียนบันทึกถึงหัวหน้าระดับชั้น  ม.2  และหัวหน้ากลุ่มสาระภาษาไทยขออนุญาตสอนนักเรียนคนนี้  ตั้งแต่วันที่  16  มิถุนายน  2549 ถึง 16  กันยายน  2549

ลงมือแก้ปัญหา    ครูผู้สอนพบและปรึกษาผู้ปกครองของนักเรียนที่บ้านนักเรียนเพื่อร่วมกันวางแผนการสอนแล้วครูนัดนักเรียนให้มาฝึกอ่าน ฝึกเขียนกับครูที่ห้องสมุดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ - วันศุกร์  ครูจัดหาหนังสือบทฝึกอ่าน  แบบฝึกหัด  ดินสอสีเพื่อใช้ในการเรียนการสอน ระยะการดำเนินงาน  3  เดือน

สรุปผล          นักเรียนสามารถอ่านและเขียนภาษาไทยได้ในระดับชั้นประถมปีที่  1ได้ดี   ความจำในการลำดับเรื่องที่ได้อ่านดีมาก  แต่ยังสับสนในตัวรูปสระบางรูป  รูปพยัญชนะบางรูป   พูดคุยกับครูและเพื่อนได้อย่างมีความสุขมีความรักและศรัทธาในตัวครูผู้สอน

ข้อเสนอแนะ  

1.  เนื่องจากนักเรียนมีปัญหามายาวนาน ถึง  13  ปี ระยะเวลาที่ผ่านมาของนักเรียนคนนี้  ทำให้ครูผู้สอนสงสัยและเสียดายเวลาที่เธอต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์     แววแห่งการพัฒนาการอ่านไม่เห็นร่องรอยนั้นเลย

2.  ปัญหานี้ท้าทายความสามารถของครูผู้สอนเป็นอย่างมาก   ดังนั้นนักเรียนที่เรียนอ่อนคงต้องได้รับการพัฒนาให้มีทักษะทางภาษาไทยด้านการพูด  การอ่าน  การเขียนอย่างใกล้ชิดให้มากยิ่งขึ้น   จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไปอีก  ครูผู้สอนจึงควรเอาใจใส่นักเรียนคนนี้ต่อไป  โดยใช้บทฝึกอ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป   และการให้ขวัญและกำลังใจแก่นักเรียนยังเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ

                3.  ครูที่พบปัญหาอย่างนักเรียนคนนี้   สิ่งแรกที่ครูควรมี  คือ   ความเสียสละ    ความอดทนความกรุณาปรานี  และความขยัน   ไม่มีใครบังคับให้ครูทุกคนสอนได้  แต่ด้วยความที่ครูมีคุณธรรม  4  ข้อนี้  จึงมีแรงผลักให้ครูสอนนักเรียนจนประสบความสำเร็จ

                4.  ปัญญาดีกว่าทรัพย์   เป็นอีกข้อหนึ่งที่ครูผู้สอนพึงมอบให้แก่ศิษย์ผู้โง่เขลา   ครูผู้สอนพึงตระหนักถึงเยาวชนผู้มีปัญญาและฉลาดย่อมนำพาชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง   แม้ทรัพย์สินเงินทองครู  ไม่ได้มาจากการอบรมสั่งสอนเขา แต่ครูผู้สอนก็มีความสุขและอิ่มเอมใจที่ได้มีส่วนผลักดันให้เยาวชนไทยผู้โง่เขลาคนหนึ่ง พบกับความเฉลียวฉลาด  แล้วเขาคนนี้ก็อาจมีส่วนทำให้ชาติเจริญรุ่งเรืองได้