ผลกระทบของการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง
แม่น้ำโขงเริ่มต้นจากที่ราบสูงธิเบตในประเทศจีน บริเวณเทือกเขาหิมาลัยมีชื่อเรียกว่า “ลานซางเจียง” ไหลผ่านประเทศพม่า เมื่อเขาสู่เขตแดนไทย – ลาว เรียกว่า “แม่น้ำของ” หรือ “แม่น้ำโขง” เมื่อไหลลงไปถึงกัมพูชาจะไหลรวมกับแม่น้ำโตนเลสาปและไหลไปสู่ทะเลสาบเขมร หลังจากนั้น แม่น้ำโขงไหลสู่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่ประเทศเวียตนาม ก่อนไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ คนเวียตนามเรียกแม่น้ำโขงว่า “เกาลอง” หรือ “เก้ามังกร” ความยาวของแม่น้ำโขงจากต้นกำเนิดถึงบริเวณที่แม่น้ำไหลออกสู่ทะเลจีนใต้มีความยาวถึง 7,121 กิโลเมตร เฉพาะในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง มีพื้นที่รวมกันประมาณ 606,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีปริมาณน้ำไหลลงสู่ทะเลจีนใต้เฉลี่ย 475,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่ของโลก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำที่มี ความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีการสำรวจพบพันธุ์ปลา 1,300 ชนิด สัตว์น้ำเหล่านั้นมีความสำคัญต่อความมั่นคง ในวิถีชีวิตของประชาชนกว่า 70 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ลุ่มแม่น้ำแห่งนี้ถูกเปลี่ยนแปลงและถูกทำให้เสื่อมสภาพลงโดยการพัฒนา สภาพแวดล้อม ตามธรรมชาติทั้งในบริเวณลำน้ำและที่ราบน้ำท่วมถึง แหล่งจับปลาและป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลัก ของประชาชนลุ่มน้ำโขงเปลี่ยนไป
บริษัทพลังงานของจีนผลิตไฟฟ้าเอกชน ได้รับสิทธิในการสร้างเขื่อนแม่น้ำหลานชาง โครงการประกอบด้วยเขื่อน ๘ แห่ง เขื่อนมานวาน สร้างแล้วเสร็จเป็นแห่งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ เขื่อนอีก ๒ แห่งคือเขื่อนเซี่ยวหวาน และเขื่อนด้าเฉาชาน กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนเขื่อนอีก ๕ แห่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษา เขื่อนทั้งหมดนี้สร้างเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแก่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และประเทศไทย เขื่อนจิงหง กำลังผลิตติดตั้ง ๑,๕๐๐ เมกกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสร้างเร็วๆ นี้จะผลิตไฟฟ้าขายแก่ประเทศไทย โดยรัฐบาลไทยและจีนได้ลงนามอย่างเป็นทางการในการพัฒนาเขื่อนแห่งนี้ และรัฐบาลไทยกำลังเจรจากับรัฐบาลยูนนานเพื่อซื้อไฟฟ้าบางส่วนเพิ่มเติมจากเขื่อนนอชาดู ทั้งที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยรายงานว่าปัจจุบันประเทศไทยมีพลังงานไฟฟ้าสำรองสูงถึงเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เงินทุนหลักของอภิมหาโครงการนี้คาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาประเทศจีน สร้างโดยไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกอพยพโยกย้าย ไร้ที่ทำกิน สูญเสียทรัพยากรส่วนรวมไม่ว่าจะเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ หรือป่าชุมชน หมู่บ้านและครอบครัวต้องพลัดพราก และเผชิญกับความลำบากมากมายโดยไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ใดๆ ผู้สูงอายุจำนวนมากที่ถูกอพยพไม่สามารถปรับตัวได้กับแปลงอพยพที่ตนต้องย้ายไปอยู่ เคยทำนาขั้นบันไดตามไหล่เขาสองฝั่งน้ำ ไร่นาริมฝั่งน้ำของชาวบ้านเกือบทั้งหมดต้องจมอยู่ใต้อ่าง คนที่พอมีที่เหลืออยู่บ้างก็แบ่งๆ ให้คนที่ไม่มี แต่ก็ไม่พอกิน เราไม่เคยต้องซื้อข้าว ตอนนี้ต้องชื้อข้าวกิน น้ำใช้ปลูกข้าวก็ไม่มี น้ำจะใช้ก็ยังไม่มี ตาน้ำที่อยู่ใกล้แม่น้ำที่ชาวบ้านเคยใช้จมหายไปหมดแล้ว เขาสร้างท่อประปาให้ แต่ไม่มีน้ำ ชาวบ้านอีกหมู่บ้านหนึ่งเอาน้ำไปหมด เพราะเขาก็ต้องการน้ำผลผลิตทางการเกษตรไม่เพียงพอ ชาวบ้านที่เคยเป็นเกษตรกร เพาะปลูกบนผืนแผ่นดินที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ ต้องดิ้นรนออกไปทำงานในเมืองด้วยค่าแรงอันน้อยนิด เด็กๆ ต้องออกจากโรงเรียนเมื่อจบหลักสูตรภาคบังคับเพราะไม่มีเงิน แต่ชาวบ้านก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนั่นคือ การพัฒนาประเทศเขื่อนบนแม่น้ำหลานชางนอกจากจะผลิตไฟฟ้าแล้ว ยังมีประโยชน์ช่วยควบคุมกระแสน้ำและป้องกันน้ำท่วมให้กับประเทศท้ายน้ำอีกด้วย แต่สิ่งที่ชาวบ้านริมโขงที่บ้านสมสบ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เผชิญกลับตรงกันข้าม ชาวบ้านเล่าว่าปัจจุบันน้ำโขงขึ้นลงไม่เป็นธรรมชาติ แปลงผักริมน้ำยามฤดูน้ำลดถูกน้ำท่วมไปหลายหนเมื่อปีที่ผ่านมา เพราะน้ำโขงขึ้นกะทันหัน ชาวบ้านบางคนถึงกับร้องไห้เพราะลงปลูกพืชและถูกน้ำท่วมถึง ๓ ครั้งในเดือนเดียว เขื่อนหลานซางแล้วเสร็จ เขื่อนในจีนจะสามารถควบคุมปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงได้เกือบทั้งหมด เขื่อนในยูนนานจะกักเก็บน้ำในช่วงหน้าฝนและปล่อยน้ำในหน้าแล้ง สามารถทำให้ระดับน้ำโขงในหน้าแล้งสูงกว่าปกติได้ถึง ๒ เท่า ปริมาณกระแสน้ำทั้งปีในแม่น้ำโขงช่วงก่อนถึงทะเลที่เวียตนามมาจากเขตประเทศจีนประมาณ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่น้ำโขงช่วงประเทศกัมพูชาในเดือนเมษายนเป็นน้ำที่มาจากเขตจีนถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ และปริมาณน้ำจากพื้นที่รับน้ำในเขตประเทศจีนมีส่วนสำคัญมากต่อกระแสน้ำในช่วงหน้าแล้ง ของแม่น้ำโขงส่วนที่ไหลผ่านประเทศไทยและลาว ผลกระทบกระทบด้านท้ายเขื่อนอาจมีไปไกลถึงหลายร้อยกิโลเมตร หรือกินของเขตกว้างกว่าตัวลำน้ำ ทำให้ผู้คนนับล้านที่อาศัยอยู่ด้านท้ายเขื่อน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในที่ราบน้ำท่วมถึงเป็นที่เพาะปลูกและทำการประมงต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในการดำเนินชีวิต และผลผลิตจากทรัพยากรก็อยู่ในภาวะเสี่ยง และประสิทธิผลของการใช้ทรัพยากรในอนาคตก็ไม่แน่นอน การพัฒนาน้ำโขงตอนบนส่งผลกระทบต่อประเทศท้ายน้ำอย่างมหาศาล เมื่อปี ๒๕๔๓ เกิดน้ำท่วมผิดธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ ๒ ทศวรรษ ตั้งแต่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เรื่อยตลอดลำน้ำลงมาจนถึงกัมพูชาและเวียดนาม มีผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วมครั้งดังกล่าวถึง ๘ ล้านคน และเมื่อจีนเริ่มกักเก็บน้ำเขื่อนมานวาน ปริมาณน้ำโขงที่ไหลผ่านประเทศกัมพูชาลดลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียง ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรภายในวันเดียว เขื่อนน้ำโขงตอนบนว่าอาจทำให้ทะเลสาบเขมรแห้งลงได้ เพราะทะเลสาบเขมรเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน หากน้ำในทะเลสาบแห้งลง ย่อมหมายถึงการสูญเสียวิถีชีวิตของคนหาปลานับล้านรอบทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอุษาคเนย์ และหมายถึงการสูญเสียรายได้หลักของประเทศกัมพูชาจากการประมงน้ำจืด หากทะเลสาบเขมรแห้งลง ไม่ใช้เพียงเขมรเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ แต่หมายถึงทั่วทั้งภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเลยทีเดียว เพราะระดับน้ำในแม่น้ำโขงเป็นปัจจัยหลักที่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตผู้คนและระบบนิเวศในภูมิภาคนี้ เขื่อนแห่งนี้สร้างแล้วเสร็จ ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ในหน้าฝน และเพิ่มขึ้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ในหน้าแล้ง และจะปิดกั้นการไหลของตะกอนในแม่น้ำลง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ตะกอนเหล่านี้คือปุ๋ยธรรมชาติที่แม่น้ำพัดพาลงสู่ที่ราบน้ำท่วมถึงสองฝั่งน้ำ ลงไปจนถึงปากแม่น้ำซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกอันอุดมสมบูรณ์ แม้จะสร้างเขื่อนไกลออกไปนับพันกิโลเมตร แต่สายน้ำเดียวกันย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกประเทศท้ายน้ำมีสิทธิที่จะทวงถามถึงข้อมูลโครงการที่จะสร้างผลกระทบต่อประชาชนของตนเอง เรามีสิทธิที่เรียกร้องให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านตั้งแต่เหนือเขื่อนลงไปจนจรดปากแม่น้ำ ตลอดจนเรียกร้องให้มีการประเมินทางเลือกอย่างรอบด้าน และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในทุกขั้นตอนของ โครงการตั้งแต่การวางแผน เพื่อหลีกเลี่ยงโครงการที่จะทำร้ายแม่น้ำและปกป้องวิถีชีวิตของประชาชนตลอดสองฝั่ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีส่วนร่วม และโปร่งใส เพื่อประชาชนในประเทศของตนเอง ขณะนี้ รัฐบาลคำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและผลกระทบต่อประชาชนในลุ่มน้ำโขงที่จะมาเจรจาปัญหานี้อย่างจริงจัง
ผลกระทบของการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง
บริษัทพลังงานของจีนผลิตไฟฟ้าเอกชน ได้รับสิทธิในการสร้างเขื่อนแม่น้ำหลานชาง โครงการประกอบด้วยเขื่อน ๘ แห่ง เขื่อนมานวาน สร้างแล้วเสร็จเป็นแห่งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ เขื่อนอีก ๒ แห่งคือเขื่อนเซี่ยวหวาน และเขื่อนด้าเฉาชาน กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนเขื่อนอีก ๕ แห่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษา
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
^--SoKunG--^ · 17 ส.ค. 2551
Tan · 17 ส.ค. 2551
น.ส. surg BI · 17 ส.ค. 2551
ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ · 17 ส.ค. 2551
^--SoKunG--^ · 17 ส.ค. 2551
นายช่างใหญ่ · 17 ส.ค. 2551
หวัดดีค่ะ
ตามมาขอบคุณนะคะ
ผู้จัดการรายวัน-- หลายท้องที่ในลาวกำลังประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 รายรวมทั้งเด็กหนึ่งคนด้วย ขณะที่ระดับน้ำในลำน้ำโขงนครเวียงจันทน์วัดได้ระดับสูงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี ทำให้น้ำท่วมหลายพื้นที่ในเขตรอบนอกเมืองหลวง
อุทกภัยในช่วง 2 สัปดาห์มานี้ทำให้พื้นที่การเกษตรรวมทั้งนาข้าวเสียหายจำนวนมาก ในขณะที่ลาวมีแผนการจะสต๊อคข้าวเข้าเก็บในยุ้งฉางปีนี้เป็นปีแรกเพื่อรับประกันว่าจะมีเพียงพอสำหรับการบริโภคในประเทศ ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการปฏิบัติยุทธศาสตร์ที่จะเป็นประเทศส่งออกข้าวอีกหนึ่งรายภายในปี 2556 นี้
ลาวซึ่งเป็นประเทศทีแม่น้ำโขงไหลผ่านยาวไกลที่สุดและมีลำน้ำสาขาอีกมากมายในทุกภูมิภาค กำลังถูกน้ำท่วมตั้งแต่แขวงอุดมไซทางตอนเหนือสุด แขวงหลวงพระบาง ไซยะบูลี แขวงเวียงจันทน์ นครเวียงจันทน์ แขวงบอลิคำไซ ลงไปจนถึงแขวงจำปาสัก ทางการได้ออกเตือนให้ท้องถิ่นต่างๆ รับมือกับอุทกภัยมาอย่างต่อเนื่อง
ตามรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว ได้เกิดน้ำท่วมใน 5 เขตเมือง (อำเภอ) ในแขวงเวียงจันทน์ แขวงที่มีรายงานผู้เสียชีวิตชุดแรก
อุทกภัยในแขวงภาคกลางแห่งนี้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าอย่างน้อย 39,000 ล้านกีบ (264 กีบ= 1 บาท) ถนน สะพาน ระบบชลประทาน ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย น้ำยังท่วมนาข้าวในเขตเมืองกาสี วังเวียง หินเหิบ เมืองเฟืองกับเมืองทุละคม โดยเมืองหลังสุดได้รับผลกระทบหนักที่สุด
น้ำได้ท่วมพื้นที่การเกษตรรวม 2,000 เฮกตาร์ (12,500 ไร่) ในนั้นกว่าครึ่งหนึ่งเป็นนาข้าว บ้านเรือนราษฎรใน 65 หมู่บ้านจมน้ำและได้รับความเสียหาย มีหนึ่งหลังคาเรือนถูกน้ำพัดหายไป ขปล.กล่าว
ส่วนที่นครเวียงจันทน์น้ำจากลำน้ำโขงยังเอ่อขึ้นท่วมหมู่บ้านหลายสิบแห่งในเขตรอบนอก ขณะที่ผู้นำระดับสูงได้ทยอยออกเยี่ยมเยือนเขตประสบภัยและช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งหาวิธีป้องกันมิให้น้ำท่วมกินอาณาบริเวณกว้างออกไป
น้ำยังไหลบ่าเข้าท่วมสวนพระพุทธศาสนาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองหลวง ที่นั่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งทั้งในหมู่ชาวลาวเองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์น้ำในแม่น้ำโขงที่นครเวียงจันทน์ขยับขึ้นสูง 13.68 เมตรเมื่อวันพฤหัสบดี (14 ส.ค.) สูงกว่าระดับสูงสุด 12.38 เมตร ที่บันทึกไว้เมื่อปี 2509 หรือเมื่อ 52 ปีก่อน
ในวันพฤหัสบดีเช่นเดียวกันนายบัวสอน บุบผาวัน นายกรัฐมนตรีได้นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเยี่ยมเยือนราษฎรในเขตเมืองสีสัดตะนากกับเมืองไซเสดถา ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่
วันเดียวกันนายสินละวง คุดไพทูน เจ้าครอง (ผู้ว่าราชการ) นครเวียงจันทน์ ได้นำคณะเจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งไปเยี่ยมเยือนราษฎรที่ประสบภัยในเขตเมืองปากงึมที่อยู่ไกลออกไป ที่นั่นมี 22 หมู่บ้านถูกน้ำจากลำน้ำโขงกับลำน้ำงึมไหลเอ่อขึ้นท่วม มีนาข้าวเสียหายราว 5,000 ไร่
สื่อของทางการได้รายงานเกี่ยวกับสภาพน้ำท่วมในแขวงบอลิคำไซ กับแขวงคำม่วนที่อยู่ริมแม่น้ำโขง รวมทั้งแจ้งเตือนให้จัดเตรียมป้องกันภัยในแขวงสะหวันนะเขต ลงไปจนถึงเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ซึ่งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ.
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000097197