นายสฤษดิ์ สุฤทธิ์ ประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จังหวัดน่าน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ศกนี้ หลังจากที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองได้มาประชุมให้ความรู้เกี่ยวกับ พรบ.สภาพัฒนาการเมือง นั้นในวันกล่าวมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานพิธีเปิดพร้อมกล่าวบรรยายที่โรงแรมเทวราช จ.น่าน ตั้งแต่เช้าต่อบ่าย ในเวลาเย็นเป็นการพบกับเจ้าหน้าที่จากสถาบันพระปกเกล้า อันที่จริงได้เคยประชุมร่วมกันที่ จ.พะเยา มาก่อนหน้าแล้วในวันดังกล่าวได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้าง และการทำงานร่วมในนามศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง  http://nan2day.com/forum/index.php?topic=275.0

นายสฤษดิ์  เปิดเผยว่า หลังจากได้ทำความเข้าใจได้เสนอรายชื่อเพื่อให้สถาบันพระปกเกล้าพิจารณา ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ สถาบันพระปกเกล้าได้ประกาศให้มีศูนย์การพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง  ถือว่าจังหวัดน่านเป็นจังหวัดอันดับที่ ๒๕ ของประเทศ คณะทำงานประกอบด้วยคณะที่ปรึกษาและคณะทำงาน ต่อมาได้เข้าพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม  ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้รายงานต่อที่ประชุม  และในปลายเดือนมิถุนายน ศูนย์ฯ ได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจัดประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.สภาพัฒนาการเมืองและ พรบ.องค์กรชุมชน ที่ห้องประชุม ๑ รพ.น่าน ในวันที่ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๕๑ มีการเสวนาเรื่องอยู่อย่างไรในยุคน้ำมันแพง ร่วมกับศูนย์ประสานงานประชาคม จ.น่าน

นายสฤษดิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้ประชุมสรุปงานเกี่ยวกับกิจกรรมภายหลังจากมีการประกาศจัดตั้งศูนย์ฯ  โดยทำกิจกรรมในลักษณะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรชาวบ้านและองค์กรพัฒนาเอกชน  เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของศูนย์ฯ แก่ผู้สนใจทั้งเด็ก เยาวชนและประชาชน  ในสถานการณ์ที่การเมืองไม่นิ่ง มีข้อสงสัยว่า การทำงานของศูนย์ฯ  แอบอิงกับกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองใดหรือไม่  ขอทำความเข้าใจว่า  ศูนย์ฯ  ทำงานในนามสถาบันพระปกเกล้าในพื้นที่ จ.น่าน ล่าสุดไปประชุมแลกเปลี่ยนที่ จ.สุโขทัย เพื่อแลกเปลี่ยนกับศูนย์ฯ อื่น ๆ   เพื่อพัฒนาคการเมืองภาคพลเมือง ไม่มีการหน้าที่ส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกแตกสามัคคีอย่างใดทั้งสิ้น ขอถือโอกาสนี้ทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวจังหวัดน่าน ในวันจันทร์ ที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น.ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองน่าน ศูนย์ฯ ได้ประสานเชิญสื่อมวลชน สื่อวิทยุชุมชนที่สนใจ จำนวน ๓๐ ท่าน  เพื่อเป็นการแนะนำบทบาทหน้าที่การทำงานของศูนย์ฯ  เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับศูนย์ฯ ให้มากยิ่ง ๆ ขึ้น  และเพื่อเชิญชวนร่วมเผยแพร่ความรู้การเมืองภาคพลเมืองให้แก่พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดน่านต่อไป