ออกตัวก่อนนะคะ ว่าไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางสถิติ ถึงได้เสนอหน้ามาเขียนบล็อกเกี่ยวกับสถิติ
เป็นเพียงผู้เริ่มต้น เพราะเห็นประโยชน์ว่าความรู้ การคำนวณทางสถิติสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานทางด้าน R&D Engineering ได้
และเพราะว่าตอนนี้พยายามจะศึกษาให้ลึกขึ้น เพื่อจะได้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานให้มากขึ้น
ก็อย่ากระนั้นเลย นำความรู้ที่เรากำลังจะเรียนรู้มาแชร์ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ด้วยดีกว่า ^^
ประเดิมก่อนว่าทำไมถึงคิดว่าสถิติเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานด้าน R&D (Research & Design)
1. เพื่อให้มีข้อมูลอ้างอิง ที่มีนัยยะสำคัญที่เชื่อถือได้
เนื่องจากเราทำงานอยู่ต้องการวัดขนาด"คุณภาพ" มากกว่า "ปริมาณ" ซึ่งคุณภาพนี้เป็นไปในแง่ของความชอบใจ พอใจ ของผู้ใช้ หรือ ลูกค้า ซึ่งการให้คะแนนเป็นปัจเจกของแต่ละบุคคล ดังนั้นหากไม่มีข้อมูลอ้างอิง ที่มีนัยยะสำคัญบ่งบอกความโน้มเอียงที่แท้จริงของผู้ใช้แล้ว "หัวหน้า" จะกลายเป็น "ผู้ชี้นำ" การวัดผลไป โดยที่ "หัวหน้า" อาจไม่ได้เป็นตัวแทนความชอบใจที่แท้จริงของลูกค้าส่วนใหญ่ ก็เป็นได้
(พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่มีข้อมูลอ้างอิงที่ดี ที่ทำให้หัวหน้าเชื่อถือได้แล้ว ก็ต้องยอมปล่อยให้หัวหน้าจูงจมูกผลลัพธ์ของการออกแบบไป เพราะวิศวกรตัวเล็กๆ ก็กลัวตกงานเหมือนกันนี่นา)
2. เพื่อให้สามารถออกแบบการทดลอง จากสมมติฐานที่ตั้งขึ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการออกแบบการทดลอง เราจะต้องมีการควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์สุดท้าย ซึ่งออาจจะมีมากกว่า 1 ปัจจัย ความรู้ทางด้านสถิติ จะเหมือนเป็นนำร่องการควบคุมเซ็ตอัพการทดลอง ไม่ให้เราพาตัวเองไปตกร่องได้
นอกจากนั้นการกำหนดจำนวนการทดลอง และการ "สุ่ม" จำนวนข้อมูล ยังมีทฤษฎีมารองรับ เพื่อให้เรามีความเชื่อมั่นต่อบทสรุปได้มากขึ้น
(พูดง่ายๆ คือความรู้ทางทฤษฏีสถิติ จะช่วยคุมไม่ให้เราทำการทดลองที่เราสร้างขึ้นไปออกอ่าวไทยนั่นเอง)
3. ทำให้เรามีความชัดเจน ว่าเราควรจะมุ่งการศึกษาต่อยอดไปในแนวทางไหน
เพราะผลทางสถิติจะเป็นตัวที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าปัจจัยใดมีผลต่อผลลัพธ์มากกว่ากัน และหากเรามีการปรับปรุงปัจจัยนั้นๆ ให้มากขึ้น จะมีผลต่อการเพิ่มคุณภาพที่คุ้มค่ามากกว่า
หลักๆ สามข้อที่เกริ่นมา จะเห็นภาพขึ้นเรื่อยๆ จากตัวอย่างที่จะยกให้ดูในบันทึกถัดๆ ไปค่ะ..
ปล. โอ้.. นานๆ จะได้พิมพ์บล็อกที่มีสาระบ้าง รู้สึกว่ามันยากและใช้เวลาจริงๆ เล้ย.. m(_"_)m
สวัสดีค่ะ คุณแม่น้องธรรม์
แวะมาเชียร์ค่ะ บางเรื่องกว่าจะสกัดเขียนถ่ายทอดความรู้ที่มีอยู่ในตัวบางทีมันยากค่ะ แต่พอมันออกมาแล้วชื่นใจค่ะ
และแวะมาแนะนำบล็อกเรื่องเล่าและเรื่องคุยจาก Lab Chem ของพี่โอ๋ค่ะ เพราะพี่โอ๋เขียนเล่าเกี่ยวกับเรื่องงาน เผื่อจะได้เป็นแนวทางนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
กำลังสนใจอยู่พอดีเรื่องนี้ แต่ก็มีข้อจำกัดตัวเอง ถ้าเขียนยากมากๆ คงจะไม่เข้าใจ เขียนให้เข้าใจง่ายๆ คงจะดี
ขอบคุณมาก
ขอบคุณครับ, เป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีครับ
เห็นชื่อบล็อกก็ดีใจแล้ว เพราะสถิติเป็นเรื่องสำคัญ และไม่เฉพาะในงาน R&D (ไม่ว่าจะเป็น Research & Design หรือ Research & Development) เท่านั้นครับ แต่ในชีวิตประจำวัน เราก็ "ใช้" สถิติในการตัดสินใจอยู่เสมอๆ (จะรู้ตัวหรือไม่เท่านั้น)
แม้แต่ฟิสิกส์สาขาที่ผมชอบที่สุด ก็คือ กลศาสตร์เชิงสถิติ (Statistical Mechanics) ครับ เพราะทำให้เข้าใจธรรมชาติได้กว้าง และลึกซึ้งขึ้น - คงเป็นเพราะธรรมชาตินั้นมีองค์ประกอบจำนวนมาก มากเกินกว่ามนุษย์จะหยั่งถึงได้โดยตรงนั่นเอง
ไว้จะรออ่านประสบการณ์ของ คุณแม่น้องธรรม์ นะครับว่า นำสถิติไปใช้ในงาน R&D อย่างไรบ้าง + ถ้ามีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ "คน" ด้วยก็ยิ่งดีใหญ่ ^__^
แวะนำภาพจาก forwarded mail มาฝากด้วยครับ
เก็บตะวัน
ดีครับ
จะตามอ่านแน่ๆ ครับ
คุณ มะปรางเปรี้ยว ของคุณที่แนะนำบล็อกดีๆ ค่ะ ลองเข้าไปอ่านเป็นแนวทางแล้วค่ะ
คุณ หนุ่มกร.. จะพยายามเขียนให้เข้าใจง่ายๆ ค่ะ เพราะไม่ชอบอ่านอะไรยากๆ เหมือนกัน
คุณอำนวย.. ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
อ.บัญชา.. เอ้อ.. อายจังค่ะ มันต้อง Research & Development ถึงจะถูกสินะคะ ที่บริษัทนี่ เราชอบแผลงให้มันเป็น Rework & Debugging ค่ะ แหะแหะ ขอบคุณที่ติงมานุ่มๆ ค่ะ (เขิน)
ฟิสิกส์สาขาที่อ.ชอบเนี่ย ท่าทางจะยากน่าดู หลังจากที่ไปเสิร์ชกูเกิ้ลแล้ว คงต้องรออ่านจะที่อาจารย์ย่อยมาให้อ่านเล่นทีหลังแทน
คุณ pC ขอบคุณค่ะที่จะตามอ่าน จะพยายามเขียนให้ดีค่ะ ^^
สวัสดี (อีกครั้ง) ครับ
ขอบจังครับ R&D = Rework & Debugging นี่ ขอยืมไปใช้เลยนะครับ ;-)
จริงๆ แล้วที่เมืองไทยนี่มีใช้หลายคำแล้วครับ เช่น
RDE = Research, Development & Engineering
RDDE = Research, Development, Design & Engineering => เพราะฉะนั้นที่คุณแม่น้องธรรม์ว่า Research & Design ก็ใช้ได้นะครับ ^__^
C&D = Connection & Development <= อันนี้ได้มาจากคนที่พูดเรื่องนโยบาย ในทำนองว่า เดี๋ยวนี้ไม่ต้องทำวิจัยเอง แต่ให้หา "Connection" ที่มีเทคโนโลยี จากนั้นก็ถ่ายทอดเทคโนโลยีมา แล้วนำมาพัฒนาต่อ
C&D = Copy & Development (!) <= อันนี้เอาไว้ล้อ Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนรอย ;-)
ส่วน Ph.D. ย่อมาจากอะไร นี่ ลองไปอ่านตามลิงค์ที่ให้ไว้ดูครับ ^__^