เมตริกซ์(Matrix)
การเขียนจำนวนตัวเลขอาจเขียนในรูปแบบเฉพาะที่ตัวเลขแต่ละตัวมีตำแหน่งแน่ชัด เป็นกลุ่มเรียงแถวและหลักอย่างเป็นระเบียบ เรียกกลุ่มตัวเลขนี้ว่าเมตริกซ์ สามารถสร้างให้กระทำเป็นระบบสอดคล้องกันโดยกำหนดคุณสมบัติและการกระทำได้ด้วย การบวก ลบ คูณและส่วนกลับ นอกจากนี้นำไปคำนวณในลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า ดีเทอร์มิแนนท์ ปฏิบัติการเชื่อมโยงกันและนำไปประยุกต์ใช้แก้ระบบสมการเชิงเส้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมตริกซ์(Matrix)
กลุ่มของตัวเลขหรือจำนวนที่เขียนเรียงกันเป็นแถวหรือหลักในลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าสามารถจำแนกจำนวนแถวและหลักได้อย่างชัดเจนและเขียน [ ] หรือ ( ) ล้อมรอบตัวเลขเหล่านี้เรียกว่า เมตริกซ์ และเรียกตัวเลขที่อยู่ภายในว่า“สมาชิก”
เมตริกซ์ที่มีจำนวนแถว(Row) = m แถว และหลัก(Column) = n หลัก เรียกว่า
] [
m×n เมตริกซ์ เช่น เมตริกซ์ A มีมิติ 2×3 จะเขียนเมตริกซ์ ด้วยสัญลักษณ์
|
A = |
|
a11 a12 a13 a21 a22 a23 |
|
2×3 |
จากตัวอย่างนี้เรียกเมตริกซ์ A ว่า มี 2 แถว 3 หลัก มีสมาชิกทั้งหมด 6 ตัว
สัญลักษณ์รูปทั่วไปของ A = [aij]m×n
i=1,2,3,4…,m
j=1,2,3,4…,n
หมายถึง เมตริกซ์ A มีจำนวนแถว m จำนวนหลัก n
โดยที่ a11 หมายถึงสมาชิกที่อยู่ในแถวที่ 1 หลักที่ 1
a23 หมายถึงสมาชิกที่อยู่ในแถวที่ 2 หลักที่ 3
aij หมายถึงสมาชิกที่อยู่ในแถวที่ i หลักที่ j
ข้อสังเกต***
i เป็นตัวเลขบอกตำแหน่งแถว j เป็นตัวเลขบอกตำแหน่งหลัก และสมาชิกทุกตัวของเมตริกซ์มีตำแหน่งของตัวเองเสมอ
ชนิดของเมตริกซ์
การเรียงตัวของกลุ่มตัวเลข หรือสมาชิก สามารถจำแนกและเรียกชื่อเฉพาะและมีคุณสมบัติดังนี้
1. เมตริกซ์แถว (Row Matrix) เป็นเมตริกซ์ที่มีสมาชิกเพียงแถวเดียว
เช่น A=[0 -1 2]1×3
|
[ |
|
]3×1 |
เป็นเมตริกซ์ขนาดมิติ 1×3
2 . เมตริกซ์หลัก(Column Matrix) เป็นเมตริกซ์ที่มี สมาชิกเพียง หลักเดียว
|
A= |
|
4 3 -2 |
เช่น
เป็นเมตริกซ์ขนาดมิติ 3×1
3 เป็นสมาชิกในตำแหน่ง a21 หรือแถวที่ 2 หลักที่ 1
3. เมตริกซ์ศูนย์(Zero Matrix) เป็นเมตริกซ์ที่มีสมาชิกทุกตัวเป็น 0
สัญลักษณ์ 0 แทนเมตริกซ์ศูนย์ เช่น
|
A= |
|
0 0 0 0 |
|
[ |
|
]2×2 |
เมตริกซ์ 0 ที่มีขนาดมิติ 2×2
4. เมตริกซ์จัตุรัส (Square Matrix) เป็นเมตริกซ์ที่มีจำนวนแถวและหลักเท่ากัน
A = [aij]m×n ; i=1,2,3,4…,n และ j=1,2,3,4…,n
]3×3 [ 1 -2 3 0 5 -1 0 1 2 A=
เช่น
เป็นเมตริกซ์จัตุรัสมีขนาดมิติ 3×3 และมีสมาชิก 9 ตัว
5. สเกลาร์เมตริกซ์(Scalar Matrix) เป็นเมตริกซ์จัตุรัส ที่มีสมาชิกในแนวเส้นทะแยงมุมหลัก(Main Diagonal) เท่ากันหมด และสมาชิกที่เหลือเป็น 0 หมด
]3´3
[
]3´3
[
|
A= |
|
3 0 0 0 3 0 0 0 3 |
เช่น
6. เมตริกซ์เอกลักษณ์ (Identity Matrix) เป็น scalar matrix ที่มีสมาชิกในแนวเส้นทะแยงมุมหลักมีค่าเป็น 1 เท่ากันหมด
สัญลักษณ์ ใช้ I แทน Identity Matrix
|
= |
|
1 0 0 1 |
|
[ |
|
] |
เช่น I2 หรือ I2´2
|
= |
|
1 0 0 0 1 0 0 0 1 |
|
[ |
|
] |
เช่น I2 หรือ I2´2
เมตริกซ์เอกลักษณ์เป็นเมตริกซ์ที่มีคุณสมบัติสำคัญในการคูณ การหาอินเวอร์สของเมตริกซ์ A
ทรานสโพสของเมตริกซ์(Transpose Matrix)
ถ้า A เป็นเมตริกซ์ที่มี มิติ 3´3 ทรานสโพสของเมตริกซ์ A เกิดจากการเปลี่ยนที่จากแถวเป็นหลักของเมตริกซ์ A
สัญลักษณ์ At แทน ทรานสโพสของเมตริกซ์ A
นั่นคือ A = [aij] มีมิติ m ´ n
At = [aji] มีมิติ n ´ m
|
1 2 -1 0 3 5 |
|
[ |
|
]2´3 |
ตัวอย่าง A =
|
[ |
|
1 0 2 3 -1 5 |
|
]3´2 |
At =
การเท่ากันของเมตริกซ์ เมตริกซ์ใด ๆ จะเป็นเมตริกซ์เท่ากันภายใต้เงื่อนไข
1. เมตริกซ์จะต้องมีมิติเท่ากัน
2. สมาชิกในแต่ละตำแหน่งเท่ากัน
] [ 1 -2 -1
เช่น
] [ 1 2 -2 0.5 4 -1
A = B =
A = B
การบวกและการลบเมตริกซ์
การบวกและการลบเมตริกซ์สองเมตริกซ์ใด ๆ สามารถกระทำได้ภายใต้เงื่อนไข
1. เมตริกซ์ ทั้งสองต้องมีมิติเท่ากัน
2. นำสมาชิกที่อยู่ตำแหน่งเดียวกันบวกหรือลบกัน
นิยาม