กว่าจะมาเป็นวิทยากรที่ดีในวันนี้

กว่าจะมาเป็นวิทยากรที่ดี....และเป็นขวัญใจของเกษตรกรได้ในวันนี้  ครูที่แสนดีในการสอนให้เป็นวิทยากรที่ดี....ก็คือ...ตัวเกษตรกรเองนั่นแหละครับ!!!!

    ใครมีอะไรสงสัยบ้างครับ....ถ้าไม่มี....ผมขอจบการบรรยายไว้เพียงเท่านี้....สวัสดีครับ....เป็นประโยคสุดท้ายของวิทยากรทั่วๆ  ไปที่นิยมใช้กัน (พิมพ์นิยม)  จากนั้นเกษตรกรผู้เข้าร่วมประชุมต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน  บางรายแยกย้ายกลับบ้านกันตั้งแต่พักรับประทานอาหารกันแล้วครับ....เจ้า....นาย 

การอบรม....ภาคบ่าย  บ่อยครั้งที่ได้ยิน.... ง่วงนอน  อยากหลับ  เกษตรกรบ่นเป็นหมีกินผึ้งเลยทีเดียว  บางรายถ้าหนังท้องตึงแล้วหนังตาก็จะหย่อนทันที่  บางรายเล่นเอาคนข้างๆ  นอนไม่หลับเพราะกรนเสียงดัง  เลยจำเป็นต้องนั่งฟัง....อาการเหล่านี้  เกิดจาก....วิทยากรแบบที่ว่า

                1.  อ่านให้ฟัง

                2.  ประดุจดังเขาวงกต

                3.  รับบทนักวิชาการ

                4.  บริหารเพียงโน้ตตัวเดียว

                5.  ไม่เหลียวมองหาบันได

       1.  ประเภทอ่านให้ฟัง  เมื่อได้รับมอบหมายให้บรรยาย  ความเป็นผู้สนใจในการทำงาน....จึงทำเอกสารคู่มีอประกอบการบรรยาย  เพื่อแจกให้กับผู้เข้ารับการอบรม  เป็นสิ่งที่ดีและควรทำครับ  มาถึงวิทยากรผู้บรรยายของเราละ....ไม่ฟังเสียงครับท่าน   อ่านความรู้ที่เตรียมมาลูกเดียว  ไม่มองซ้ายมองขวา  มองหน้ามองตากันละ  ก้มหน้าก้มตาอ่าน...อ่านอย่างตั้งใจ  ประมาณว่า....อ่านแบบตัวบรรจงเต็มบรรทัด....ห้ามซักถามเดี๋ยวจะหลง  อ่านหน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย  แล้วก็ถอนหายใจอย่างช้าๆ  เวลาจบ 

      2.  ประเภทประดุจดังเขาวงกต  วิทยากรแบบนี้  บรรยายไปเรื่อยๆ  ตามเนื้อหาแล้วก็วนกลับมาเรื่องเดิมอยู่เป็นนิจ  ชนิดที่ว่าเหมือนกับพายเรืออยู่ในอ่าง อย่างไร ก็อย่างนั้นแหละครับ  ไปหัวข้ออื่นไม่ได้  ไม่เป็น....การเตรียมความพร้อมให้กับตัวเอง  เป็นเรื่องสำคัญ

      3.  ประเภทรับบทนักวิชาการ  วิทยากรหลายท่านเตรียมตัวมาดีครับ  แน่นตึ๊บ....ในเนื้อหาวิชาการ  ไม่ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว  การบรรยายเน้นไปที่หลักการ  ขั้นตอน  สอนตามหลักวิชาการ....เกษตรกรไม่ใช่นักเรียนมอปลายที่กำลังจะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย  อะไรประมาณนั้น  ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในเนื้อหาวิชา  เพราะไม่รู้เรื่อง!!!ในใจมีแต่ความนึกคิดว่าเมื่อใดจะจบเสียที

      4.  ประเภทบริหารเพียงโน้ตตัวเดียว  หมายความว่า....ตั้งแต่เริ่มต้นการบรรยายไปจนจบ....ใช้ระบบเสียงในแนวระนาบทั้งหมด...ไม่มีเสียงสูง-ต่ำ  ให้ฟัง  บรรยากาศเลยไม่มีอรรถรส  ให้ผู้ฟังน่าติดตามในเรื่องที่กำลังพูดอยู่  ไม่ตื่นเต้นเร้าใจเท่าที่ควร  ช่วนเบื่อหน่าย!!!

      5.  ประเภทไม่เหลียวมองหาบันได  เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ผู้บรรยายหลายท่านใช้โดยบังเอิญ....หรือเพลินกับการบรรยายก็ไม่รู้  เพราะว่าการบรรยายแบบนี้  ประมาณว่า พูดแล้วจบไม่ลง  พูดไปเรื่อยๆ  หาจุดจบไม่ได้สักที  อีกนัย....คือ....บริหารเวลาไม่เป็น  บรรยายเสียจนล้นเวลาที่มีให้อย่างจำกัด...ผู้ฟังเลยออกอาการ....

         "เราต้องปรับเปลี่ยน"...เพื่อที่จะได้สร้างบรรยากาศในการบรรยายและเสริมสร้างอรรถรสให้กับผู้ฟัง  ทำให้มีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ

     ข้อคิดนี้..ได้จากการสังเกตในการบรรยายของหลายๆ คน  ซึ่งแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป  แต่สิ่งที่ผมมุ่งหวังคือ...ทำอย่างไร...เกษตรกรจึงอยากฟัง  และเข้าใจในเรื่องที่กำลังฟัง  ดังนั้นการค้นหาข้อมูลจึงเริ่มขึ้นในวง...หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในการอบรม...มีโอกาสได้พูดคุยกับเกษตรกรหลายๆ  คน  มีทั้งผู้นำและเกษตรกรที่มีปัญหาที่อยากจะถามในที่ประชุมแต่ไม่กล้าถาม (จะพบทุกครั้งหลังการอบรม)  มีการตั้งวงเสวนากันตามสมควร....คุยกันนานสองนาน....ฟังไปก็คอยจับประเด็นไป....จึงได้ความต้องการของผู้บริโภค (เกษตรกรผู้ฟัง)  เป็นบางอย่าที่น่าสนใจ.....

     เกษตร....ผมเข้าอบรมบ่อย  ที่เขาบรรยายให้ฟัง  บางเรื่องก็พอรู้...บางเรื่องก็รู้มาก  ทุกคนเขาก็รู้เหมือนๆ ผม  มันเลยไม่สนใจที่จะฟัง....ผมก็รู้ว่าสิ่งที่เขาบรรยายนั้นมันมีประโยชน์  ในแต่ละครั้งที่ผมเข้าอบรม  ผมอยากได้สิ่งใหม่ๆ  ที่ผมยังไม่เคยรู้  ไม่เคยได้ยิน   เกษตรกรคนหนึ่งในวงกล่าว...นี่คือความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกร....หลังจากตั้งวงเสวนากันใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานพอสมควร...คุยกันแบบชนิดที่ว่าเปิดอกคุยกันเลยทีเดียว (สงสัยที่เปิดอก...คงร้อนเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์กระมัง!!!)  ได้ข้อมูลเพรียบ...จึงนำสิ่งที่ได้ไปปรับใช้ในการบรรยายของตัวเองปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างดี....เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง....ส่วน....สอง....สาม....สี่.....ห้า....พี่ พี่  ก็คิดเอาเองถ้าคิดได้ช่วยชี้แนะให้เราบ้าง....ครับ...เจ้า....นาย

     เทคนิคในการบรรยาย....ที่ผมใช้อยู่ปัจจุบัน....ก่อนอื่นต้องคนหา นวัตกรรม  ต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ในเรื่องที่จะบรรยาย  เพื่อนำไปเพิ่มเติมในสิ่งที่เกษตรกรขาดให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น  เป็นหัวใจสำคัญที่เกษตรกรอยากรู้  ลักษณะของการ  บรรยาย...ง่ายๆ  ครับ....ใช้รูปแบบของ  KS (Knowledge  Sharing)  หรือในรูปของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปปร.)....   คือ....เป็นการบรรยายแบบใช้คำถามกับเกษตรกร  (ในหัวข้อที่เราจะบรรยาย)  และให้เกษตรกรผู้นั้นเล่าเรื่องที่เราถามให้ฟังว่าเรื่องนี้เขาทำอย่าไร!....ถามเกษตรกรผู้เข้ารับการอบรมสักสองถึงสามคน  แท้จริงการทำเช่นนี้เป็นการถ่ายทอดความรู้จากเกษตรกรสู่เกษตรกรโดยตรง  โดยมีเราเป็นคุณอำนวยคอยสรุปให้เขาฟังพร้อมกับนำนวัตกรรมที่เราได้มาเสริมเข้าไป....รับรองครับ....เกษตรกรสนใจฟัง  เข้าใจ   และได้รับความรู้ใหม่ๆ ที่ตนเองต้องการ  นำไปปฏิบัติได้....ทำในลักษณะนี้...ทุกหัวข้อที่บรรยาย  ลองนึกภาพดูซิครับ...บรรยากาศในการบรรยายจะได้อรรถรสขนาดไหน....เราจะได้วิทยากรเกษตรกรเพิ่มขึ้น...(มีตัวช่วยที่ดี)  ในการบรรยายอีกมากมาย...เกษตรกรมีการตื่นตัวอยู่เสมอในการฟัง 

      สุดท้ายสิ่งที่ผมจะต้องทำทุกครั้งในการบรรยาย  เพราะความอยากรู้....คือ...เกษตรกรผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้  ความเข้าใจ  ในเรื่องที่ผมบรรยายหรือไม่....โดยการประเมินผลไงครับ  การประเมินผลก็ง่ายๆ  ครับ  คือสอบถามเกษตรกรผู้เข้ารับการอบรม....ยกตัวอย่างครับ  ในการบรรยายการเตรียมพร้อมของเกษตรกรตามโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและได้มาตรฐาน  เพื่อที่จะปลูกพืชระบบ  จี  เอ  พี   หลังจากบรรยายจบก็จะถามเกษตรกร  จี เอ พี  คืออะไร?....ให้เกษตรกรช่วยกันตอบ  ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง  ก็ต้องบรรยายซ้ำและเน้นใจความสำคัญสั้นๆ ให้เข้าใจ   ในทำนองเดียวกัน.การปลูกพืชระบบ  จี เอ พี  เป็นอย่างไร?ได้ประโยชน์อย่าไร?....เราจะสังเกตการตอบของเกษตรกร...ว่าตอบได้มากน้อยเท่าไร.การปฏิบัติมีอยู่  8  ที่เราต้องปฏิบัติเพื่อให้ได้  จี เอ พี  ต้องทำอย่างไรบ้าง?....สังเกตให้ชัดครับ...ถ้ามีเกษตรกรสามารถตอบได้   จงภูมิใจเถอะครับ....การบรรยายของเราประสบผลสัมฤทธิ์แล้วครับ...การถาม...พร้อมกับการตอกย้ำด้วยหลักการและเหตุผลที่สั้นๆ  เข้าใจง่าย  จำง่าย...คือ...การสรุปอย่าชาญฉลาด....ครับผม  (จากการประเมินผล  ความพึงพอใจ  สนใจ  ในการฟัง  ร้อยละ  86   ความเข้าใจ  ร้อยละ  47 - 51  )  พี่ๆ  เพื่อนๆ  น้องๆ  จะลองนำไปใช้....ไหมครับ?

 

น่าคิด  จงภูมิใจในความสำเร็จเพียงเล็กน้อย...ถ้าเราทำได้บ่อยๆ....ความสำเร็จนั้นก็จะรวมกันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ต่อไป            

 

                                   ต้นน้ำ