Competency of Oncology APNs

ในช่วงเวลานี้ เรื่อง  สมรรถนะของพยาบาล

คงจะเป็นเรื่องที่ทุกคนกล่าวถึง ดิฉันได้รับติดต่อให้เป็นวิทยากรในเรื่องนี้จากในที่ต่างๆมากมาย แต่ในช่วงเวลานี้ดิฉันกำลังเข้าคอร์ส  อบรมระบาดวิทยา 4 เดือน 

 

จึงสรุปงานครบรอบ 4 ปี....ตามสมรรถนะที่สภาการพยาบาลกำหนดมาไว้ ณ. ที่นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ที่สนใจค่ะ

 

สรุปงาน ครบ 4 ปี ตามขอบเขตและสมรรถนะการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง  สาขาการพยาบาลอายุรศาสตร์-ศัลยศาสตร์ (ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด)

ชื่อ อุบล  จ๋วงพานิช  หอผู้ป่วยเคมีบำบัด 5จ โรงพยาบาลศรีนครินทร์

 

ดิฉัน เป็นผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง   สาขาการพยาบาลอายุรศาสตร์-ศัลยศาสตร์ (ดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด)

 

กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ คือ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด 

 

จากการทำงานครบ 4 ปี ทำให้เรียนรู้ว่า  

  • APN ไม่สามารถทำงานเฉพาะการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเท่านั้น เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดทุกโรค ในช่วงภาวะวิกฤติหรือในระยะสุดท้ายของชีวิต    
  • เราจะต้องเข้าไปทำหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดทุกกลุ่มที่มีภาวะซับซ้อน   โดยใช้ความชำนาญและทักษะการพยาบาลขั้นสูง  ในการจัดการรายกรณีหรือใช้วิธีการอื่นๆ 
  • รวมทั้งการจัดการให้มีระบบการดูแลผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคที่มีประสิทธิภาพ 
  • ให้เหตุผลและตัดสินใจเชิงจริยธรรม  โดยบูรณาการหลักฐานเชิงประจักษ์  ผลการวิจัย ความรู้ ทฤษฎีการพยาบาลและทฤษฎีอื่นๆ  มุ่งเน้นผลลัพธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว 
  • พัฒนานวัตกรรมและกระบวนการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคอย่างต่อเนื่อง 
  • เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ร่วมงานในการพัฒนาความรู้และทักษะงานเชิงวิชาชีพ  ตลอดจนติดตามประเมินคุณภาพและจัดการผลลัพธ์โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงประเมินผลในการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค

 

ดังนั้นในการทำงานมาครบ 4 ปี  จึงขอประเมินบทบาทของตัวเอง ตามสมรรถนะที่สภาการพยาบาลกำหนด ดังนี้

 

สมรรถนะที่  1  การปฏิบัติในฐานะ  Care Management

       การปฏิบัติที่แสดงถึงสมรรถนะ

1.วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาของผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดเพื่อพัฒนาระบบการดูแล โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด  ปัจจุบันการให้ยาเคมีบำบัด เป็นระบบ Day chemotherapy ดังนั้นจะพัฒนาระบบการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยที่ OPD เพื่อผู้ป่วยจะสามารถดูแลตัวเองและปรับตัวได้เมื่อมารับยาเคมีบำบัด

2.สร้างทีมการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค  เช่น ทีมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่อง  ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of practice) เรื่อง  ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด และชุมชนนักปฏิบัติ (Community of practice) เรื่อง  การดูแลการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำ

3.จัดระบบการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค  เช่น จัดระบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดแบบองค์รวมและการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ นำ Complementary care เช่น Aromatherapy  Music therapy   สมุนไพร  มาใช้ในการบำบัดคลื่นไส้ อาเจียน  ลดปวด ลดวิตกกังวลและเพื่อผ่อนคลาย

4.สร้างระบบส่งต่อผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ จัดทำโครงการวางแผนการจำหน่ายและการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยการทำวิจัย R2R เรื่อง ผลของการใช้โปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด  ได้รับรางวัล R2R สวรส ประเภทตติยภูมิ ปี 2551

5.ช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงระบบสุขภาพ  และสามารถต่อรองเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ดูแลผู้ป่วยที่ใช้บัตรประกันสุขภาพให้ได้รับยาเคมีบำบัดและยาอื่นๆตามแผนการรักษา รวมทั้งกลุ่มที่ใช้บัตรจ่ายตรงสามารถได้รับยาพิเศษเฉพาะราย ตามแผนการรักษาของแพทย์  

6.สร้างระบบติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง  มีการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ และมีการประสานกับผู้ป่วยทางโทรศัพท์ ทั้งการตามมารับการรักษา  หรือการเลื่อนนัดกรณีไม่มีเตียง

7.สร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคที่รับผิดชอบเพื่อใช้ประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพ  มีฐานข้อมูลในหอผู้ป่วยสำหรับติดตามดัชนีชี้วัด  ผลลัพธ์การให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ทำให้รู้ปัญหาผู้ป่วย จะได้นำมาวางแผนการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

สมรรถนะที่  2 มีความสามารถในการดูแลกลุ่มเป้าหมาย หรือ กลุ่มเฉพาะโรคที่มีปัญหาสุขภาพซับซ้อน (Direct Care)   (Direct Care) 

  การปฏิบัติที่แสดงถึงสมรรถนะ

1.ประเมินภาวะสุขภาพและความต้องการการบริการของผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัดได้อย่างลึกซึ้ง  ครอบคลุมทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ  ทั้งในระยะก่อนและหลังให้ยาเคมีบำบัดและมีการติดตามประเมินความต้องการผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด โดยใช้แบบประเมินที่เหมาะสมและมีคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง

2.วินิจฉัยปัญหาผู้ป่วย  โดยใช้ข้อมูล  หลักฐานทางคลินิก  ความรู้ทางพยาธิสรีระ  ความรู้ทฤษฎีการพยาบาลและทฤษฎีอื่นๆ  ตลอดจนประสบการณ์ทางคลินิก   สามารถระบุปัญหาที่ซับซ้อนของผู้ป่วยมะเร็งได้ โดยวิเคราะห์ปัญหาผู้ป่วยให้ครอบคลุมทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ  ทั้งในระยะก่อนและหลังให้ยาเคมีบำบัด  กำหนดเป้าหมายและเน้นการดูแลเพื่อแก้ปัญหาซับซ้อนให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดได้โดยใช้ Advanced skill & Knowledge  เช่น การให้คำปรึกษา  การสร้างพลังอำนาจให้แก่ผู้ป่วย

3.ให้การบำบัดทางการพยาบาลในกลุ่มอาการหรือปัญหาทางคลินิกที่ซับซ้อนโดยใช้ความรู้  ทฤษฎี  และหลักฐานเชิงประจักษ์  ใช้เหตุผลทางคลินิกและจริยธรรมในการตัดสินเกี่ยวกับการให้การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อนแบบองค์รวม   มีการสร้างแนวปฏิบัติเรื่องการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อม  การลดปวดโดยใช้ดนตรีบำบัดและการใช้ NSS หล่อหลอดเลือดดำ เป็นต้น     มีระบบการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับยาเคมีบำบัดตามแผนการรักษาและป้องกันอาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัด   โดยใช้การบำบัดทางการพยาบาล  โดยนำ Complementary care for qaulity of life มาใช้บำบัดในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

4.ประเมิน  เฝ้าระวัง  ประสานงาน  และจัดการเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและสามารถตัดสินใจในคลินิกได้  ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดจากการดูแล โดยติดตามผลลัพธ์การให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด  ติดตามความก้าวหน้าของโรคและการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่อง  ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  ติดตามผลลัพธ์ทางการพยาบาล จากการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด  โดยการติดตามดัชนีชี้วัด การให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

5.    จัดการกับสถานการณ์หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นหรือภาวะวิกฤติฉุกเฉินของผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ

6.    คาดการณ์ปัญหาที่ซับซ้อนจากอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย  และวางแผนป้องกันแก้ไขได้อย่างถูกต้องและทันเหตุการณ์

7.ช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินหรือเร่งด่วนให้ได้รับความปลอดภัย  โดยให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด กลุ่ม High risk & Volume& Cost ในช่วงแรก เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการดูแลจะได้รับผลลัพธ์ตามที่คาดไว้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ pathway ปกติได้ และประเมินปัญหาผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดกลุ่ม High risk & Volume& Cost อย่างลึกซึ้ง มีแบบประเมินความปวด  ประเมินความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเอง รวมทั้งแบบประเมินคุณภาพชีวิต แบบประเมินความสงบของจิตใจ  แบบประเมินตามโครงการบำบัดด้วยกลิ่นและสมุนไพรบำบัด เป็นต้น

8.    ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพซับซ้อน  โดยพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด แนวใหม่

 

สมรรถนะที่  3  มีความสามารถในการประสานงาน (Collaboration)

การปฏิบัติที่แสดงถึงสมรรถนะ

1.ประสานความร่วมมือกับพยาบาล  แพทย์  บุคลากรในทีมสหสาขาที่เกี่ยวข้อง  เพื่อการวางแผนและให้การดูแล  ตลอดจนประเมินผลการดูแลผู้ป่วยและครอบครัวที่มีปัญหาซับซ้อนหรือวิกฤติฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ  เช่น ทีมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย  

2.ประสานความร่วมมือกับครอบครัวของผู้ป่วย  พยาบาลชุมชน  และแหล่งประโยชน์ในชุมชน  ในการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลผู้ป่วยเมื่อกลับไปอยู่บ้าน  เช่นอยู่ในทีมดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด  ร่วมให้ความรู้สำหรับประชาชนเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านม    วางแผนการจำหน่ายและดูแลต่อเนื่องสู่ชุมชน โดยการส่งต่อการดูแลถึง PCU โดยใช้ใบส่งต่อและสมุดบันทึกการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

3.สร้างระบบ Partnership กับสหสาขาวิชาชีพ ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

 

 

สมรรถนะที่  4  ความสามารถในการเสริมสร้างพลังอำนาจ (empowering) การสอน (educating) การฝึก (coaching) การเป็นพี่เลี้ยงในการปฏิบัติ (mentoring)

การปฏิบัติที่แสดงถึงสมรรถนะ

1.ฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยและครอบครัวในการเผชิญปัญหา  ความรู้สึกไม่แน่นอน  ความเศร้าโศก  สูญเสีย  และความรู้สึกหมดหนทางช่วยเหลือ  ได้ครอบคลุมทุกวิถีของความเจ็บป่วย  มีการเตรียมความพร้อมก่อนรับยาเคมีบำบัด  และ เตรียมความพร้อมผู้ป่วยและครอบครัวในระยะสุดท้าย  มีการนำผู้ป่วยเข้ากลุ่มวิปัสสนาเยียวยารักษาใจ  เข้ากลุ่มมิตรภาพบำบัด  และการเตรียมผู้ป่วยให้สามารถเผชิญกับปัญหา โดยการแนะนำการใช้สมาธิเบื้องต้น เพื่อลดความวิตกกังวลก่อนรับยาเคมีบำบัด

2.    ฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยและครอบครัวในการดูแลตนเองโดยใช้ความรู้ทฤษฎี  และหลักฐานเชิงประจักษ์  เป็นหลักในการพัฒนาความสามารถของผู้ป่วยและครอบครัว  เช่น การสร้างแนวปฏิบัติการนำดนตรีบำบัดมาใช้ในการลดปวดในผู้ป่วยมะเร็ง

3.    สอน  ชี้แนะ  และเป็นพี่เลี้ยงพยาบาลและนักศึกษาพยาบาลให้มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโดยการถ่ายทอดประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนักศึกษาปริญญาโท คณะพยาบาล มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

สมรรถนะที่  5  ความสามารถในการให้คำปรึกษาทางคลินิกในการดูแลผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายตนเองเชี่ยวชาญ (Consultation)

การปฏิบัติที่แสดงถึงสมรรถนะ

1.    เป็นที่ปรึกษาให้กับพยาบาลและทีมงานในการจัดการปัญหาสุขภาพผู้ป่วยเฉพาะรายที่มีปัญหาซับซ้อนโดยประมวลข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์  เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างมีคุณภาพ

2.    เป็นที่ปรึกษาให้กับพยาบาลและทีมงานในการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค  และเป็นแหล่งข้อมูลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดที่มีความแปรปรวนจากแผนการดูแล  และให้คำปรึกษากับพยาบาลประจำการในการดูแลมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

3.    เป็นที่ปรึกษาให้กับพยาบาลและทีมงานในการตัดสินใจประเด็นจริยธรรมที่เกิดจากการปฏิบัติการพยาบาล

 

 

สมรรถนะที่  6   ความสามารถในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent)

การปฏิบัติที่แสดงถึงสมรรถนะ

1.ดำเนินการให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นเลิศสำหรับกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด  และประเมินผล  เพื่อพัฒนาผลลัพธ์ของการบริการที่มีคุณภาพและคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง  เช่น ประเมินผลการใช้โปรแกรมการวางแผนการจำหน่าย  ประเมินผลการให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดตาม Care Map 

2.นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาการปฏิบัติการพยาบาลในกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะโรคทีตนเองเชี่ยวชาญให้ได้คุณภาพ  และคุ้มค่า โดยการวางแผนการให้บริการแก่มะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดโดยใช้กลยุทธใหม่

3.พัฒนานวัตกรรมและระบบการดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องทั้งในสถานพยาบาล  และร่วมกับเครือข่ายในระดับปฐมภูมิ  จัดทำวิดิทัศน์ เรื่องการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รัยาเคมีบำบัด  แผ่นซีดีเพลง ดนตรีบำบัด  คู่มือการให้ข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

4.สร้างแผนงาน  หรือโครงการต่างๆ  เพื่อการประกันคุณภาพการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรควางระบบ กำหนดเป้าหมายและกิจกรรมของโครงการในการดูแลมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด และพัฒนาแนวปฏิบัติและแผนการดูแลสำหรับมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด และนำแผนการดูแลไปปฏิบัติและติดตามประเมินผลลัพธ์

 

สมรรถนะที่  7  ความสามารถในการให้เหตุผลทางจริยธรรมและการตัดสินใจเชิงจริยธรรม (Ethical reasoning and ethical decision making)

การปฏิบัติที่แสดงถึงสมรรถนะ

1.ใช้ความรู้ ทฤษฎีและหลักจริยธรรม สิทธิผู้ป่วย สิทธิของพยาบาล และหลักการตัดสินใจเชิงจริยธรรมในการปฏิบัติงาน  โดยการแสวงหาช่องทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้บริการเฉพาะรายในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด 

2.บริหารจัดการด้านการปฏิบัติการพยาบาลโดยเน้นการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย  โดยการประเมินความเสี่ยง ประโยชน์ของแต่ละทางเลือกในการแก้ปัญหาในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด 

3.พิทักษ์สิทธิผู้ป่วย (advocate)  เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการปฏิบัติการพยาบาลอย่างมีจริยธรรม เป็นธรรม และปลอดภัย  โดยรักษาสมดุลระหว่างระบบ  งบประมาณและเป้าหมายของในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

4.ร่วมในกระบวนการตัดสินใจเชิงจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการดูแลในระดับหน่วยงานและหรือระดับองค์กร

5.    มีส่วนร่วมในการควบคุมมาตรฐานและผลลัพธ์ด้านจริยธรรมทางการพยาบาล

 

 

สมรรถนะที่  8   ความสามารถในการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice)

การปฏิบัติที่แสดงถึงสมรรถนะ

1.ติดตาม  รวบรวม  ผลการวิจัยหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการพยาบาลและที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

2.ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นปัจจุบันในการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาล  เช่น พัฒนาแนวปฏิบัติและใช้แนวปฏิบัติในการปฏิบัติงาน เช่น  Research Utilization Project:การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล  เรื่อง   การใช้สารละลายน้ำเกลือหล่อหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันปลายเข็มฉีดยาชนิดล็อค

3.