เจ้าหนี้พันธุ์ดุ
ไอ้เวรตะไลมันเหนียวหนี้นัก ไม่รู้จักเฮียบอยเจ้าหนี้พันธุ์ดุเสียแล้ว อย่างนี้ต้องเจอตื๊บ บุกเข้าไปขนของในบ้านมันให้เกลี้ยง มันสู้ เราตบ มันขบ เราถีบ “อย่ามาหือ....อย่าหือ” ทวงหนี้ดี ๆ ไม่ชอบ ชอบแบบถึงลูกถึงคน ถึงไม้ถึงมือ...ใช่ไม๊!
แหม...บอยยังไม่สะใจ เอาเงินบอยไปแล้วไม่ยอมคืน มันต้องได้รับบทเรียน จับเมียมันมาขัดดอก ศอกกลับแม่ยาย ตบกระบาลพ่อเฒ่าประจานให้คนรู้ไปทั่วว่าลูกหนี้มันชั่ว มันชั่วที่สุดเป็นหนี้ไม่ยอมใช้ บอยไม่ยอม บอยไม่ยอม บอยโกรธแล้วนะยะ..จะบอกให้
โชคดีที่ข้าพเจ้ายังไม่เดือดร้อนถึงกับต้องไปยืมตังเฮียบอย เฮียบอยไม่ต้องรุนแรงขนาดนั้นก็ได้ เล่นบุกเข้าไปขนของอย่างนี้เป็นความผิดฐานบุกรุก ใช้กำลังตื๊บเอาของเขามาใช้หนี้ เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกาย ยังไม่สะใจ จะไปเอาเมียเขามาขัดดอกอีก มีความผิดฐานข่มขืน และกักขังหน่วงเหนี่ยว ศอกกลับแม่ยาย ตบกระบาลพ่อเฒ่า มีความผิดฐานทำลายวัตถุโบราณ ฮา....ฮา....ฮา....
ส่วนการเที่ยวเอาลูกหนี้ไปประจานอย่างนี้เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทนะครับ สุดท้ายที่ขู่มาทั้งหมดเป็นความผิดฐานข่มขู่ และกรรโชคทรัพย์
เจ้าหนี้เกิดใจร้อนวู่วามอย่างที่กล่าวมานี้ ก็อาจจะกลายเป็นคดีอาญาขึ้นมาได้ จะอ้างว่ายึดทรัพย์ของลูกหนี้มาเพื่อชำระหนี้ตามกฎหมาย คราวนี้ก็จะกลายเป็นเจ้าหนี้ต้องติดคุกตามกฎหมาย
การทวงหนี้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ยอมจ่ายอย่างนี้จะต้องฟ้องศาล เดี๋ยวนี้เสียค่าขึ้นศาลสองร้อยบาทเท่านั้นเอง ถ้ามูลหนี้ไม่เกินสามแสนบาท เรียกคดีแบบนี้ว่า “คดีมโนสาเร่” พอศาลท่านพิพากษาเสร็จสรรพจบกระบวนความ ท่านก็จะมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้เอาทรัพย์สินมาขายทอดตลาด แล้วนำเงินมาชำระหนี้กับเรา ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต่อไปไม่ต้องเสียเหงื่อเลยซักกะหยด แถมยังไม่ต้องเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางไปยึดเองด้วย เรื่องยึดทรัพย์ ปล่อยให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเขาจัดการแทนก็แล้วกัน
ดังนั้นไปยืมเงินกัน กู้เงินกันไม่ว่าจะเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็ต้องมีหลักฐาน และลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลูกหนี้ไว้เป็นสำคัญ อีกทั้งเงินนั้นจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองพันบาทจึงจะนำมาฟ้องเป็นคดีได้
เอาล่ะหากไม่มีหลักฐานในการกู้ยืมก็หวังว่าอย่าเจอเจ้าหนี้อย่าง เฮียบอยเลย..!
สมมุติ นะ สมมุติ มีคนจะมายืมเงินเราสักสองหมื่นห้า รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ เอาหัวเป็นประกันเดิมพันกันด้วยชีวิตว่ายังไงก็จะเอาเงินมาคืนตามกำหนด มาบอกอย่างนี้เป็นข้าพเจ้าก็จะบอกว่า ไปหาเอาข้างหน้าเถอะ ตูก็ไม่มีเหมือนกัน
ใช่ว่าจะแล้งน้ำใจ ถึงเวลาลำบากไม่เห็นมีใครมาช่วยสักที ธกส.ก็มี ธนาคารก็เยอะ โน่นไปกู้เขาสิ เราเองไม่ใช่สถาบันการเงิน แหม...ฟังดูช่างเป็นคนไร้น้ำใจเอามาก ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องใจอ่อนอยู่ดี ดังนั้นก็ต้องมีหลักฐานให้กันไว้ซักหน่อย มีกระดาษสักใบเป็นอย่างน้อย ทำสัญญากู้กันไว้
กรณีไม่มีสัญญาเงินกู้สำเร็จรูป เขียนข้อความลงในกระดาษด้วยลายมือดังต่อไปนี้ เช่น
ข้าพเจ้านายแห้ว พเนจร ยืมเงินเฮียบอยไปจำนวนสองหมื่นบาท เมื่อวันสงกรานต์ปี 2550 และได้รับเงินดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว
ลงชื่อ นายแห้ว พเนจร ผู้กู้ยืม
แค่นี้หล่ะครับถือเป็นหลักฐานใช้ฟ้องร้องกันได้แล้ว เขียนเอาง่าย ๆ มีกระดาษ ปากกา ดินสอ อะไรใกล้มือก็นำมาใช้เขียนเป็นสัญญาได้หมด แต่อย่าลืมสุดท้ายต้องให้ผู้กู้ลงชื่อไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นต้องอารมณ์เสียอย่างเฮียบอย
ในกรณีที่เจ้าหนี้บางราย ลืม หลง ไม่รู้ ประมาท พลาด สุดแล้วแต่อะไรก็ตาม ให้เขายืมเงินไม่น้อยกว่าสองพันบาทขึ้นไป แล้วดันไม่มีหลักฐานการกู้ยืมไว้เลย จะฟ้องร้องบังคับก็ไม่ได้ที่นี้เจ้าหนี้จะทำยังไง ถามอย่างนี้ว่าเจ้าหนี้จะทำยังไง ก็จะให้ทำยังไงดีล่ะ ไปตบกะโหลกมันเลยซิ แถมแทงเข่าที่ชายโครงเจ้าลูกหนี้มันสักสองดอกก็ยังได้ แต่ต้องระวังอยู่อย่างเดียวคือย่าให้เลือดออก เพราะไม่อย่างนั้น จะเป็นเรื่องทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสไป ซึ่งส่วนบอบบางที่สุดของร่างกายคือใบหน้า หากไปตบลูกหนี้ปากแตกอย่างนี้ก็บาดเจ็บสาหัสแล้ว โทษจะหนักกว่าทำร้ายร่างกายธรรมดา
หลังจากตบกะโหลกลูกหนี้แล้วก็พากันไปโรงพัก ร้อยเวรก็จะสอบสวนเหตุการณ์และลงบันทึกประจำวันถึงเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย ทีนี้เราก็เล่าไปซิว่าที่ต้องไปตบกะโหลกแถมแทงเข่าไปอีกสองทีนั้น เพราะไปทวงหนี้แล้วลูกหนี้ไม่ยอมจ่าย ซ้ำร้ายมันยังพูดจากวนส้นตีนเราอีก เลยบันดาลโทสะ โมหะจริต..ฯลฯ เขกกะโหลกมันไปหนึ่งที เสร็จสรรพ เรื่องนี้ก็แค่จ่ายค่าปรับ
ท่านผู้อ่านคงสงสัยต่อว่า แล้วจะไปฟ้องคดีแพ่งเรื่องเงินกู้ได้อย่างไร เมื่อท่านไปตบลูกหนี้อย่างนี้ ก็อีตอนลงบันทึกประจำวันนั้นอย่างไร ร้อยเวรเขาสอบสวนและบรรยายเอาไว้ว่าที่ลูกหนี้โดนตบเพราะไปยืมเงินตั้งสองหมื่นของเจ้าหนี้แล้วไม่ยอมจ่าย
บันทึกประจำวันของตำรวจก็เลยสามารถนำไปใช้เป็นพยานเอกสารฟ้องเรียกเงินกู้ที่ลูกหนี้ยืมเราไปได้ วิธีนี้เจ้าหนี้คงต้องใจถึงสักหน่อยแต่เห็นกี่ราย กี่ราย ไปทวงหนี้ ก็เล่นเอาลูกหนี้ปางตายเสียทุกที หรือไม่ก็เกือบตายด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ว่าไปแล้วเวลาให้เขายืมเงิน ก็อย่าลืมทำสัญญาไว้นะครับ อย่างน้อยมันเบี้ยวก็จะได้เอาไปฟ้องไม่ต้องเสียเหงื่อ เสียแรง เสียค่าปรับ…
ส่วนลูกหนี้เมื่อเขาช่วยเหลือให้ยืมหยาดเหงื่อ แรงงานที่เขาอุตสาหะเก็บหอมรอมริบมาแล้ว ถึงเวลาก็ต้องหาไปคืนเขาเสีย ไม่มีก็ต้องพยายามหามา มีน้อยก็ใช้เขาน้อย หรือจะทยอยจ่ายให้เขาบ้าง ไม่ใช่ประพฤติตนเนรคุณไปตอบว่า “ไม่มีไม่จ่าย อยากได้ให้ไปฟ้องเอา” ทีอีตอนเดือดร้อนไปหยิบไปยืมเขา หากเขาว่า “ไม่มี ไม่ให้ ไม่ใช่ธุระบ้าง” เราจะเป็นอย่างไร เมื่อความทุกข์ได้บรรเทาแล้ว ก็จงอย่าลืมผู้มีพระคุณ เพราะถ้าวันนั้นเขาไม่ให้ยืม วันนี้จะเป็นอย่างไร คราวหน้าเดือดร้อน ฉุกเฉินขึ้นมา ใครเขาจะกล้าช่วย เรื่องเป็นหนี้เป็นสินมันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากเบี้ยวเขาบ่อย ๆ ระวังเถอะ ธรรมชาติจะลงโทษ อย่างน้อยก็อาจเจอตีน เฮียบอยกระเทยพันธุ์ดุ อุ้ยไม่ใช่..เฮียบอยเจ้าหนี้พันธุ์ดุแทน 5555