ดูรูปข้างบนนะครับ ผมไม่ใช่จัดฉากหรือใส่สีให้ดูสวยงามแค่นั้น แต่เป็น ยาฉีดที่ญาติของผู้ป่วยคนหนึ่ง ย้ำ คนเดียวเท่านั้น เอามาคืนหลังจากผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว


จะเห็นได้ว่า ยาที่ผู้ป่วยและญาติเอาไปฉีดเองนั้นมากมายหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มากปริมาณจริงๆ มีทั้งยาระงับปวด-มอร์ฟีน ยานอนหลับ-ไมดาโซแลม ยาแก้อาเจียน-ฮาโลเพอริดอล

การให้ยาผู้ป่วยที่บ้าน ที่นี่เขาจะใช้วิธี แพทย์ไปประเมินและสั่งยาไว้ พยาบาลก็จะแทงเข็มแบบใต้ผิวหนัง (subcutaneous) ไว้ให้ แล้วก็เตรียมยาฉีดสารพัดชนิดอย่างตัวอย่างในรูปให้ญาติ แล้วสอนญาติฉีดเอง ว่า ถ้าปวด ให้ฉีดยาตัวที่ ๑ จำนวนเท่าไร ให้ซ้ำได้อีกเท่าไร ถ้าหอบเหนื่อย ฉีดยาตัวที่สอง เท่าไร

ยาที่ใช้ก็ไม่ใช่ยาธรรมดา เป็นยาที่ต้องควบคุมทั้งสิ้น ซึ่งถ้าเป็นบ้านเรา เวลาใช้ยาประเภทนี้ อาจจะต้องถึงขนาดเอาซากขวดยาที่ต่อยใช้แล้วกลับมาแสดงเป็นหลักฐานด้วยซ้ำ แต่ของเขาเลิกระบบนั้นไปแล้ว โดยใช้วิธีนับตรวจสอบจำนวนขวดยาที่เบิก จำนวนขวดยาที่ใช้กับผู้ป่วยแต่ละคน และจำนวนคงเหลือเท่านั้นเองแทน เพราะเป็นความเสี่ยงของพยาบาลเกินไปที่จะต้องยุ่งวุ่นวายกับของแหลมคมแบบซากขวดยาพรรค์นั้น

ผมไม่แน่ใจว่า โรงพยาบาลอื่นยังใช้มาตรการเก็บซากขวดยาควบคุมนี้กันอยู่อีกหรือเปล่า
ผมเห็นว่า เราเข้มงวดเกินไป ในกลุ่มเป้าหมายผิดกลุ่มอย่างบุคลากรสุขภาพ ผู้ป่วยระยะสุดท้าย แต่กลับไม่จริงจังกับผู้ผลิต ผู้จำหน่ายยาเสพย์ติด