เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ดิฉันรับเชิญไปเป็นวิทยากรในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขของฝ่ายควบคุมโรคไม่ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ณ โรงแรมบีพี สมิหลาบีชรีสอร์ท จังหวัดสงขลา ออกเดินทางจากบ้านพักในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตั้งแต่ ๐๖.๓๐ น.ถึงที่หมายประมาณ ๙ น.กว่า
การประชุมครั้งนี้มี ๓ วันคือระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ กรกฎาคม กำหนดการเดิมในวันแรกจะเป็นการนำเสนอเรื่องเล่าการทำงาน ๑๐ เรื่อง แล้วให้ดิฉันและวิทยากรจากสถาบันการศึกษาอีก ๒ แห่งวิพากษ์ ส่วนวันที่สองและสาม ให้ดิฉันพูดถึงเรื่อง KM รวมทั้งการจัดค่ายเบาหวาน และจะมีหัวข้ออื่นๆ เป็นการ update ความรู้เรื่องโรค อาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลเท้า ดิฉันขอปรับกิจกรรมในวันแรกให้เป็นการแลกเปลี่ยนในกลุ่มย่อยและพูดเรื่อง KM จบงานที่ดิฉันต้องรับผิดชอบในวันเดียว
ผู้เข้าประชุมเป็นบุคลากรสหวิชาชีพ มาจากทุก รพ. สสอ. และเทศบาล จำนวนประมาณ ๑๒๐ คน ทราบว่ามีแพทย์มา ๕-๖ คน (ไม่รู้ว่าอยู่ตลอดการประชุมหรือเปล่า) ในจำนวนคนที่มาประชุมทั้งหมดมีเรื่องเล่าอยู่ประมาณ ๑๔ เรื่อง ผู้รับผิดชอบงานบอกว่าไม่เคยผ่านการอบรมเรื่อง KM มาก่อน แต่ก็พยายามเรียนรู้ด้วยตนเองว่ากิจกรรมควรเป็นอย่างไร
ช่วงเช้านายแพทย์สรรพงษ์ ฤทธิรักษา นายแพทย์ ๙ ด้านเวชกรรมป้องกันเป็นผู้กล่าวเปิดประชุม ๑๐ น. พักรับประทานอาหารว่างในขณะที่ทางโรงแรมจัดห้องใหม่จาก classroom เป็นเหลือแต่เก้าอี้ จัดเป็นรูปตัว U ที่กว้างมากๆ เวลาประมาณ ๑๐.๑๕ น. มีทีมวิทยากรชายหนุ่ม ๒ คน มาสร้างบรรยากาศให้ตื่นตัวและทำความรู้จักกัน โดยให้จับคู่บ้าง จับกลุ่มเป็น ๔ คนบ้าง ในที่สุดให้เข้ากลุ่มเป็นอำเภอ ๑๔ อำเภอ แล้วให้คนหนึ่งแนะนำเพื่อนๆ
เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น. ดิฉันพูดให้ฟังเรื่องแนวคิดและเครื่องมือ KM เล่าถึงการจัดตลาดนัดความรู้และเพื่อนช่วยเพื่อน แนะนำวิธีการเล่าเรื่องและการฟังอย่างตั้งใจ เพื่อจะได้ใช้ในกลุ่มย่อยได้ พอรู้ว่าเจ้าของงานควรจะเป็นผู้เล่าเรื่องเอง บางคนที่มาแทนเจ้าของเรื่องก็เตรียมคิดเรื่องเล่าของตนเองไว้
เวลา ๑๓.๐๐ น. เข้ากลุ่มย่อย ๘ กลุ่ม แยกคนที่มาจากอำเภอเดียวกัน มีวิทยากรกลุ่มของ สสจ.เอง จาก รพ.สทิงพระ รพ.เทพา รพ.จะนะ ผู้จัดบอกว่าเป็นผู้มีประสบการณ์วิทยากรกระบวนการ ดิฉันสังเกตวิธีการดำเนินการกลุ่มและการจดบันทึก จะมุ่งที่ “ทำอะไร” และ อะไรเป็น “ปัจจัยเงื่อนไขความสำเร็จ” ต้องแนะว่าพยายามให้มีส่วนของ “ทำอย่างไร” ด้วย
ดิฉันเข้าไปช่วยเริ่มต้นในกลุ่มหนึ่งพบว่ามีเรื่องเล่าดีๆ เหมือนกัน แต่ "คุณอำนวย" จะต้องช่วยซักถามให้เล่าความรู้เชิงปฏิบัติออกมา เช่น การคัดกรองให้ cover มากกว่า ๙๐% โดยออกแบบแบบฟอร์มให้ใช้ได้ ๓ ปี ครอบคลุมเรื่อง HT, BMI, การวัดเส้นรอบวงเอว มีการให้คะแนน เอาคนที่มีคะแนนสูงมาเจาะเลือด แล้วแยกเป็นกลุ่มเพื่อการติดตามต่อไป มีการมอบหมายให้ อสม.รับผิดชอบคนละ ๑๕ หลังคาเรือน จึงติดตามได้ไม่จำกัดเวลา แถมยังได้ข้อมูลประชากรที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีเรื่องวิธีการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับยาต่อเนื่องและครบถ้วน การใช้บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายและเบอร์โทรศัพท์ พร้อมการจัดระบบนัดแบบ fix วันที่ทำให้สามารถติดตามผู้ป่วยได้ง่ายหากขาดนัด เป็นต้น
หลังพัก รับประทานอาหารว่าง ตัวแทนของแต่ละกลุ่มมานำเสนอว่าในกลุ่มของตนมีเรื่องเล่ากี่เรื่อง มีความรู้ปฏิบัติที่น่าสนใจอะไรบ้าง และเรื่องเล่าที่กลุ่มลงความเห็นว่าน่าประทับใจที่สุดคือเรื่องใด เพราะอะไร จึงรู้ว่าแต่ละกลุ่มมีเรื่องเล่า ๓-๗ เรื่อง พอได้รู้ว่าที่ไหนมีเรื่องราวอะไรที่ดีๆ กันบ้าง จบการนำเสนอ ดิฉันและอาจารย์ ดร.วันทนา ถิ่นกาญจน์ จาก วพบ.สงขลา ให้ความเห็น
ดิฉันเพิ่มเติมเรื่องของเครื่องมือการจัดการความรู้คือ Weblog และ Action review cycle ทีมผู้จัดงานจับฉลากให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ แก่ผู้เข้าประชุม และมีการให้รางวัลเจ้าของเรื่องเล่าที่กลุ่มลงความเห็นว่าน่าประทับใจ กว่าจะจบก็เกือบจะ ๑๗ น.
ดิฉันแวะซื้อขนมที่ร้านสองแสน ถนนนางงาม ก่อนเดินทางกลับนครศรีธรรมราช ถึงที่พักเกือบ ๒๑ น.
การประชุมครั้งนี้ (และอีกหลายครั้งที่ผ่านมา) ทำให้ดิฉันได้ข้อคิดว่า ผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัดควรจะเข้าใจและรู้วิธีการขับเคลื่อนการทำงานแบบเครือข่าย เพราะเรื่องราวการทำงานดีๆ มีมากมายอยู่แล้ว หากรู้วิธี "ขยายความสำเร็จ" ทั้งจากภายในพื้นที่เองและจากภายนอก งานคงจะก้าวหน้าไปได้มาก คนทำงานคงจะไม่ต้องลองใช้วิธีการที่ที่อื่นเขาพบแล้วว่าไม่เกิดผลดี
วัลลา ตันตโยทัย