GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

หนูน้อยแตงโมกับต้นมะม่วงหน้าบ้าน

ค่ำวันนั้นหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแตงโมก็ออกมายืนเกาะรั้วไม้เก่าๆหันไปมองบ้านคุณตากับคุณยาย แล้วกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะยิ้มนิดๆที่มุมปากอย่างเข้าใจ

ต้นมะม่วงสูงแผ่กิ่งก้านกว้างใหญ่ มะม่วงต้นนี้มาอยู่หน้าบ้านของแตงโมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตั้งแต่เกิดมาแตงโมก็เห็นมะม่วงต้นนี้แล้ว แตงโมชอบวิ่งเล่นใต้ต้นมะม่วงเพราะมันเย็นดี บางทีก็เก็บเอาลูกมะม่วงสีเหลืองๆที่หล่นอยู่ใต้ต้นมาปาเล่น คุณพ่อกับคุณแม่ช่วยกันสอยเอาลูกมะม่วงลงมาแล้วสั่งให้แตงโมนำเอามะม่วงเหล่านั้นไปให้คุณตาคุณยายที่อยู่ข้างบ้านบ่อยๆ

คุณตากับคุณยายก็จะพูดว่า

“ขอบใจนะจ๊ะหนู”

แตงโมเองก็ยิ้มชอบใจแต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ถึงต้องให้มะม่วงกับคุณตาคุณยายข้างบ้านด้วย

วันหนึ่งคุณพ่อกับคุณแม่และแตงโมนั่งอยู่ใต้ต้นมะม่วงต้นเดิม คุณพ่อกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ส่วนคุณแม่ก็กำลังปอกมะม่วงสุกใส่จาน แตงโมจึงถามคุณพ่อกับคุณแม่ว่า

“คุณแม่ครับ ทำไมเราต้องเอามะม่วงไปให้คุณตาคุณยายข้างบ้านด้วยหล่ะครับ”

คุณแม่จึงตอบว่า

“ก็เพราะว่าต้นมะม่วงมันออกลูกเยอแยะ เรากินไม่หมด พอมันสุกก็หล่นลงมาเน่าหมด คุณตาคุณยายท่านเป็นเพื่อนบ้านของเรา เราต้องรู้จักมีน้ำใจแบ่งปันของกินให้คนอื่นไงจ๊ะ”

แตงโมทำหน้าสงสัยก่อนจะถามต่อว่า

“แล้วทีคุณตาคุณยายไม่เห็นมีน้ำใจเอาอะไรมาแบ่งให้เรากินบ้างเลย”

คุณพ่อตอบว่า

“การที่เราการมีน้ำใจให้คนอื่นเราก็ต้องไม่หวังผลตอบแทนจากคนอื่นนะครับลูก”

แตงโมนิ่งไป ได้แต่เก็บความสงสัยบางอย่างเอาไว้

เย็นวันหนึ่งคุณแม่ไปรับแตงโมที่โรงเรียนเหมือนทุกๆวัน พอกลับถึงบ้านคุณแม่กำลังไขกุญแจประตูรั้วอยู่ แตงโมก็รู้สึกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาแย่งประเป๋าใส่เงินของคุณแม่แต่คุณแม่ไม่ยอมจึงเยื้อแย่งกระเป๋ากับผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับร้องเรียกให้คนช่วย

ช่วยด้วย ช่วยด้วย คนวิ่งราว”

แตงโมได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกใจ เสียงคุณแม่ดังขึ้นอีก

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยทีคนวิ่งราว”

ทั้งสองคนยังยื้อแย่งกระเป๋ากันอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงคุ้นหูแตงโมดังขึ้นมา

“หยุดนะ หยุดนะ ใครช่วยจับที” เสียงนั้นเป็นเสียงของคุณยายที่อยู่ข้างบ้าน

“เอ้า ใครช่วยเรียกตำรวจที เรียกตำรวจมาจับขโมยเร็วๆ” เสียงของคุณตาข้างบ้านก็ตะโกนขึ้นพร้อมกับวิ่งมาที่หน้าประตู ขโมยผู้หญิงคนนั้นตกใจจึงวิ่งหนีไป

แตงโมได้แต่ยืนดูแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ คุณตากับคุณยายจึงเข้ามาหาคุณแม่กับแตงโมแล้วถามขึ้นว่า

”เป็นอะไรหรือเปล่า”

คุณแม่ตอบว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ ขโมยเอากระเป๋าเงินไปไม่ได้ พอดีคุณตากับคุณยายมาช่วยไว้ทันค่ะ”

คุณตากับคุณยายจึงช่วยกันปลอบ

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ขโมยพวกนี้มันวิ่งราวเอาเงินไปเล่นหวยบนดินบ้าง เล่นการพนันบ้างหรือไม่ก็ติดยาเสพติด”

แตงโมเริ่มหายตกใจแต่ในใจของแตงโมกลับรู้สึกดีใจที่คุณตากับคุณยายมาช่วยคุณแม่ได้ทัน

ค่ำวันนั้นหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแตงโมก็ออกมายืนเกาะรั้วไม้เก่าๆหันไปมองบ้านคุณตากับคุณยาย แล้วกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะยิ้มนิดๆที่มุมปากอย่างเข้าใจ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 19874
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

:  D  นึกถึงนิทานตอนเด็กๆเลยครับ 

ที่ว่าจับปลาได้ 1  ตัว  พ่อ แม่ ลูกก็เถียงกันว่าจะเอาไปทำอะไรกิน    ระหว่างพ่อแม่เถียงกัน  ลูกก็แล่เนื้อปลาไปแบ่งเพื่อนบ้าน     จนโดนพ่อแม่ดุ 

แต่เพื่อนบ้านเหล่านั้น   วันหลังๆต่างก็นำปลา + อาหาร  + ผลไม้มาแบ่งปันบ้านนี้เพราะซึ้งในน้ำใจ

ดีค่ะ