• มหาสิทธานาโรปะ ตันตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพุทธวัชรยาน ได้ตระหนักรู้ในข้อจำกัดที่ว่านี้ ท่านใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตศึกษาหลักพุทธปรัชญาจนแตกฉาน ชื่อเสียงและความสามารถของท่านเป็นที่เคารพเกรงขาม จนได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของสถาบันการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดียอย่างมหาวิทยาลัยนาลันทา
  • จนมาวันหนึ่งขณะนาโรปะกำลังนั่งอ่านพระคัมภีร์อย่างคร่ำเคร่ง เงามืดได้พาดทอเข้าปกคลุม
  • นาโรปะหันไปพบกับหญิงชรานางหนึ่ง เดินกะเผลก ๆ ด้วยไม้เท้า สวมใส่เสื้อผ้าเก่าขาดลุ่ยคลุมผิวหนังเหี่ยวย่นอันเหม็นสาบ หญิงชรามองมาที่นาโรปะ

"เจ้ากำลังอ่านอะไร"

"อาตมากำลังอ่านพระคัมภีร์ที่ว่าด้วยหลักพุทธปรัชญาชั้นสูง ที่อาตมาคงไม่สามารถอธิบายให้หญิงชราอย่างท่านเข้าใจได้"

นางจึงถามต่อว่า "เจ้าเข้าใจคำทุกคำที่ว่าไว้ในพระคัมภีร์หรือปล่าว"

"แน่นอน อาจมาเข้าใจคำทุกคำตามพระคัมภีร์"

หญิงชราเมื่อได้ยินดังนั้นก็ดีใจยิ่งนัก แย้มยิ้ม หัวเราะ กระโดด โลดเต้น ควงไม้เท้า ร่ายรำไปรอบ ๆ

นาโรปะเห็นนางมีความสุขเช่นนั้น จึงกล่าวต่อไปว่า "มากไปกว่านั้น อาตมายังเข้าใจความหมายลึกซึ้งทั้งหมดที่แฝงไว้ในพระคัมภีร์อีกด้วย"

พอได้ยินดังนั้น หญิงชราถึงกับทรุดฮวบลงไปกับพื้น ร้องไห้ครวญครางด้วยความเศร้าโศก

 

คัดมาจากหนังสือ "เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ" เขียนโดย วิจักขณ์ พานิช