บุณยกร
พระ บุณยกร พัฒนาศรัทธาพร

@..พ่อ-แม่ดี@




                            ....พ่อแม่ดี....

พ่อแม่ดี มีคุณ กับลูกมาก
สู้ลำบาก หาเลี้ยง จนโตใหญ่
ยอมลำบาก เพื่อลูก อยู่ร่ำไป
จะหาใคร เหมือนพ่อ-แม่ นั้นไม่มี
พ่อ-แม่ดีมีใจอนุเคราะห์ลูกด้วยสถาน๕คือ

๑.ห้ามมิให้ลูกทำชั่ว(ลูกจึงได้ปลอดภัยพ้นชั่วความเสียหายอันตรายต่างๆ)
๒.ให้ลูกตั้งอยู่ในความดี(ลูกจึงได้ดิบได้ดีได้นิสัยประพฤติมารยาทดีงาม)
๓.ให้ลูกศึกษาศิลปวิทยา(ลูกจึงมีปัญญาความรู้ความฉลาดสามารถ มีหน้าตาชื่อเสียงเกียรติยศ มีฝีมือมีความเก่งเลี้ยงชีวิตพาตัวรอดเป็นที่พึ่งตนและคนอื่นได้)
๔.หาที่คู่ครองที่สมควรให้ลูก(ลูกจึงได้คู่รักคนดีเป็นฝั่งเป็นฝาเป็นหลักเป็นฐานพาครอบครัวเป็นสุขเจริญ)
๕.มอบทรัพย์สมบัติให้ลูกในโอกาสอันควร(ลูกจึงมีกินมีใช้แสนสะดวกสบายเป็นหลักเป็นฐานมั่นคงเจริญเพราะเงิน เพราะทรัพย์ เพราะมรดกของพ่อแม่แท้ๆ)

คำว่า...แม่...ในทัศนะของพระพุทธเจ้า
เมื่อครั้งพระองค์เสวยพระชาติเป็นดาบสชื่อ"โสณบัณฑิต"ประกาศแก่มวลกษัตริย์ในชมพูทวีปไว้ว่า" โทหะฬินี"แปลว่ามีใจสอง คือ เมื่อแม่มีครรภ์ย่อมมีอาการแพ้ท้อง ย่อมแบ่งหัวใจคือความรักออกไปรักลูกที่ถือปฏิสนธิในครรภ์"สุหะทา"แปลว่า มีใจดีคือมีจิตใจจดจ่ออยูกับลูก ดีใจว่าจะได้ลูก
"ชะนะยันตี"แปลว่าผู้ยังลูกให้เกิด
"ชเนตตี"แปลว่าผู้ให้กำเนิดลูก ซึ่งเรานิยมเรียกว่า"ชนนี"คือแม่บังเกิดเกล้า
"โตเสนตี"แปลว่าผู้ปลอบโยน คือให้ลูกมีความร่าเริงเมื่อลูกร้องก็ให้ดื่มนม ร้องเพลงกล่อมลูกให้ลูกนอนระหว่างถัน กกกอดลูกให้ได้รับความอบอุ่น
"โปเสนตี"แปลว่า ผู้เลี้ยงดูคอยดุแลด้วยใจห่วงคอยรับขัวญด้วยหทัยอันรักสนิทคอยชะเง้อดูว่า"โอ้ลมจะโกรก แดดจะส่อง มดจะไต่ไรจะตอม"(จากพระไตรปิฎกเล่ม๓๒ชาดกขุททกนิกาย หน้า ...๕๗.)




    สมญานามของ..พ่อ-แม่..
พระพุทธเจ้าทรงยกย่องผู้เป็นพ่อแม่ไว้ว่า..พรัหมาติ มาตาปิตะโร ปุพพาจริยาติ วุจจะเร อาหุเนยยา จะปุตตานังปะชายะ อนุกัมปะกา"
๑.พ่อแม่เป็นพระพรหมของบุตร(มีพรหมวิหารธรรม๔คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
๒.พ่อแม่เป็นครู-อาจารย์คนแรกของบุตร สั่งสอนอบรมกิริยามารยาทก่อนคนอื่น
๓.พ่อแม่เป็นบุคคลเพื่อควรแก่วัตถุที่ลูกนำไปบูชา (เป็นพระอรหันต์ของลูก)
๔.พ่อแม่เป็นผู้อนุเคราะห์บุตร เลี้ยงดูบุตรจนเติบใหญ่สามารถเลี้ยงตนเองได้
บางแห่งพระพุทธเจ้ายกย่องว่า
-พ่อแม่เป็นเทวดาของบุตร
- พ่อแม่เป็นบุพพการีของบุตร
-(พ่อ)แม่เป็นมิตรในเรือนตน
( มาตา มิตตัง สะเก ฆะเร )
มารดาเป็นมิตรในเรือนตน

. คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา
. คุณบิดาดุจ-อากาศกว้าง
. คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ
. คุณพระอาจารย์ อ้างอาจสู้สาคร.

   หยาดเหงื่อเพื่อลูก
พ่ออาบเหงื่อต่างน้ำทำงานหนัก
แม่ที่รักของเราก็เฝ้าห่วง
ส่งลูกเรียนให้เทียมเท่าเขาทั้งปวง
มิเคยทวงบุญคุณให้ขุ่นใจ
ขอเพียงลูกรักตระหนักมั่น
เพียรบากบั่นเรียน(วิชชา)อย่าเฉไฉ
เรื่องเที่ยวเตร่เฮฮาอย่าใส่ใจ
จงจำไว้..ลูก..ตอนนี้ หน้าที่เรียน

  ขอความสุขอันยิ่งใหญ่และยั่งยืนจงมีแด่ ..
มวลมนุษยชาติ พุทโธ ธัมโม สังโฆ .

 

 

หมายเลขบันทึก: 198124เขียนเมื่อ 1 สิงหาคม 2008 18:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 01:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (6)

นมัสการพระคุณเจ้า

       พ่อแม่เป็นบุคคลที่ควรบูชาค่ะ

                  นมัสการมาด้วยความเคารพค่ะ

นมัสการคะ ดิฉันโชคดีที่ลูกไม่ทำให้ลำบากใจ นับว่าเป็นกุศลแต่หนหลัง แต่ก็เชื่อว่า ถ้าเราเลี้ยงดูพ่อแม่ของเราอย่างดี สิ่งเหล่านี้คือแบบอย่างที่ลูกเราซึมซับ ทุกวันนี้สอนลูกด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และเคยสอนลูกว่า แม่เรียกอากงกินข้าว อากงก็ยังไม่ชื่นใจเท่ากับหลานเรียกกินข้าวนะลูก แค่นี้เขาก็รู้ความหมายแล้วละคะ

กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ

* ....

พระคุณแม่มากล้ำจะรำพัน

เกินคำจรรนำเกินกล่าวอ้าง

รักลูกปลูกฝังรั้งยั่งยืนนาน

ทำทุกอย่างให้ลูกรักเป็นคนดี

* ....

รักใด ไหนเล่า เท่ารัก ไร้เงื่อนไข

 

กราบลาเจ้าค่ะ  ...

P

  • ธรรมสวัสดีนะโยมตั้งบรรเจิดสุข
  • อนุโมทนาสาธุ
  • บุญรักษา

P

  • ธรรมสวัสดีนะโยมPoo
  • อนุโมทนาสาธุ
  • บุญรักษา

P

  • ธรรมสวัสดีนะโยมครูสายธาร
  • อนุโมทนาสาธุ
  • บุญรักษา
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี