เราได้ทอดทิ้ง และ ดูถูกสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ว่าเป็นพืชที่ไม่ต้องการ หรือ “วัชพืช” ทั้งที่เขาทั้งดี มีประโยชน์และแสนน่ารัก

หลังจากแหงนชมเมฆจนเมื่อยคอ และตาพร่าพราย วันนี้ขอชวนทุกท่านก้มลงมองพื้นดินหน้าฝน จะเห็นวัชพืชมากมายขึ้นตามข้างทางหรือที่รกร้างและแม้ริมสวน

ผู้เขียนขอนำวัชพืชที่มีชื่อและรูปร่างแปลกๆมาฝากกัน บวกด้วยข้อมูลด้านสมุนไพรของพืชเหล่านี้ ซึ่งยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ทอดทิ้ง และ ดูถูกสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ว่าเป็นพืชที่ไม่ต้องการ หรือ “วัชพืช” ทั้งที่เขาทั้งดี มีประโยชน์และแสนน่ารัก

 ***

 

  • มะก่องข้าว    ตอบแตบ (ราชบุรี)    ปอปแปป    โผงผาง(นครราชสีมา)       ครอบจักรวาล

      (Chinese Bell Flower, Country Mallow)

ผลเป็นครีบๆ ๑๕-๒๐ ครีบ มีขน ผลแห้งแตกได้

ตำรายาไทย ใช้

ต้น บำรุงโลหิต ขับลม ช่วยย่อยและเจริญอาหาร

ราก แก้โรคเกี่ยวกับลมและดี บำรุงธาตุ แก้มุตกิด แก้ไอ แก้ไข้ผอมเหลือง บำรุงกำลัง

ใบหรือทั้งต้น ต้มน้ำดื่มแก้โรคเบาหวาน ขับปัสสาวะ

ใบ พอกบ่มหนองให้สุกและแตกเร็วขึ้น แก้โรคเหงือกอักเสบ ล้างแผล

ดอก ฟอกล้างลำไส้ให้สะอาด

 ****

  • โคกกะออม โพออม(ปัตตานี) ลูบลีบเครือ(เหนือ)  วิวี่ (ปราจีนบุรี)

     (Balloon Vine, Heart Pea)

ผลเป็นเหมือนถุงลมรูปทรงกลมแกมสามเหลี่ยม มีสามสัน แบ่งเป็นสามช่อง มีขั้วรูปหัวใจสีขาว

ตำรายาไทยและยาพื้นบ้าน

ใบ แก้หืด แก้ไอ

เถา แก้ไข้ 

ดอก ขับประจำเดือน

ผล ตำพอกดับพิษไฟลวก

ทั้งต้น แก้โรคไขข้ออักเสบ ผสมกับตัวยาอื่น ต้มน้ำดื่มแก้หอบหืด

ผลการทดลองในหนูขาวระบุว่าสารสกัดใบสามารถลดความดันโลหิต และ ยับยั้งการอักเสบได้

 ****

  • หนามกระสุน โคกกระสุน(กลาง) หนามดิน (ตาก)

    (Ground Burnut, Small Caltrops)

ตำรายาไทย

ทั้งต้น ขับปัสสาวะ แก้ไข้ แก้นิ่ว แก้หนองใน

ยาพื้นบ้าน

ทั้งต้น แก้ปัสสาวะพิการ

การทดลองในสัตว์พบว่า ยาชงทั้งต้นเพิ่มปริมาณปัสสาวะ ในคนปกติพบว่ามีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และทำให้สูญเสียเกลือแร่น้อยกว่ายาขับปัสสาวะไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ ในน้ำสกัดมีโปตัสเซียมสูง จึงควรระวังในผู้ป่วยโรคหัวใจ

 

 ****

  •  หญ้าต้อมต้อก(ภาพซ้ายมือ) โทงเทง(ราชบุรี) ปุงปิง (นครศรีธรรมราช)      หญ้าถงแถง (อ่างทอง)

ตำรายาไทย

ทั้งต้น เป็นยาเย็น แก้ร้อนใน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ

ต้นสด คั้นน้ำเล็กน้อย ชุบสำลีอมข้างแก้ม กลืนน้ำทีละน้อยแก้พิษฝีขึ้นในคอ หรือ ตำละลายน้ำหรือเหล้า ทาแก้พิษฝี แก้ฟกบวมอักเสบ

ยาพื้นบ้าน ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย

 

  • เถาคัน(ภาพขวามือ) หรือ เครือพัดสาม

     (True Virginia Creeper, Woodbine)

เถาคันมีการกระจายพันธุ์แถบตะวันออกของทวีปอเมริกา เป็นวัชพืชที่พบทุกภาคของไทย เป็นไม้เลื้อยมีอายุหลายปี ที่ได้อีกชื่อว่า เครือพัดสาม คงเป็นเพราะลักษณะใบ ที่มีใบประกอบสามใบย่อย ผลกลมนั้นมีเนื้อนุ่มและมีเมล็ดแข็ง ๒-๓ เมล็ด

เถาคันเป็นวัชพืชที่กลายเป็นผักพื้นบ้านของชาวใต้ ชาวใต้นิยมบริโภคใบอ่อนเป็นผักสด หรือลวกกินกับน้ำพริก แจ่ว หรือใส่ในแกง ส่วนผลอ่อนใส่ในแกงส้มเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว มีในช่วงฤดูร้อน ถึง ฤดูฝน

ด้านการใช้เป็นสมุนไพรนั้น

ราก แก้ไข้ แก้กษัย

เถาต้น ช่วยขับเสมหะ ขับลม ฟอกเลือด และเป็นยาคุมกำเนิด

ใบ ช่วยดูดหนองฝี แก้ไข้ และรักษาแผลในจมูก

ดีอย่างนี้ แถมยังปลูกง่ายแข็งแรงทนทาน จะใช้เมล็ด หรือ ปักชำกิ่งแก่ก็ได้ สามารถปลูกเป็นซุ้มไม้เลื้อย หรือ ไม้ริมรั้วบ้านได้อย่างดี นี่เป็นคำแนะนำจากหนังสือ ของสำนักพิมพ์บ้านและสวนคงเชื่อได้ว่าดีจริง สวยงาม เหมาะสมจริง แต่ผู้เขียนสงสัยว่าแล้วมันมีส่วนไหนของต้นทำให้คันหรือเปล่า ไม่กล้าทดลองเอง ใครทราบช่วยบอกด้วย เท่าที่พบในอยุธยาจะขึ้นตามรั้วชาวบ้านที่เขาไม่ใส่ใจ ไม่มีใครปลูก

 *****

ข้อมูลเกือบทั้งหมดค้นคว้าอ้างอิงจาก สยามไภษัชยพฤกษ์:ภูมิปัญญาของชาติ ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.๒๕๓๘

ยกเว้น เถาคัน เพียงชนิดเดียว ที่ใช้ข้อมูลจาก หนังสือ ผักพื้นบ้าน ๒ สำนักพิมพ์บ้านและสวน

การได้เห็นวัชพืชเหล่านี้ขึ้นในธรรมชาติก็เป็นความงามในตัวเองอยู่แล้ว การค้นคว้าข้อมูลยังทำให้พลอยรู้จักชื่อและสรรพคุณทางสมุนไพรด้วย ที่น่าสนใจคือได้เห็นข้อมูลการศึกษาสมุนไพรว่ามีถึงสามแนวทาง

·        ยาพื้นบ้าน อย่างที่ชาวบ้านคนในท้องถิ่นหนึ่งๆใช้กันมายาวนาน

·        ตำรายาไทย เป็นการศึกษา ที่มีระบบขึ้น มีการจดบันทึกเป็นตำราในระบบการแพทย์แผนไทย(เข้าใจว่าเป็นการแพทย์แผนไทยส่วนกลาง)

·        การศึกษาในห้องทดลองด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

น่าสนใจว่าหากเราสามารถนำความรู้ทั้งสามแนวทางมาสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวางได้ก็จะทำให้เราพึ่งตนเองได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านที่อยู่ในชนบท และการศึกษา การใช้ความรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสกัด การผลิตยาจากสมุนไพร ก็จะยิ่งทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอีกด้วย ไม่ต้องนำเข้ายาต่างประเทศที่สมุนไพรไทยๆเราใช้แทนในการรักษาได้เป็นอย่างดี...และขอเติมว่า "วัชพืช" ก็จะกลับกลายเป็นพืชที่ทรงคุณค่าอีกครั้ง