ค่ะ งานนี้ ซอจังกึมนำผลงาน การตามรอย ของเธอมาเสนอในรูปแบบของโปสเตอร์ด้วยค่ะ  มีคนให้สนใจตลอดเวลาเลยค่ะ

นี่คือบางส่วนของข้อความบนโปสเตอร์.....

 

  หากมองในกรอบแห่งความเป็นจริง ด้วยความละเอียดอ่อนแล้ว จะพบว่า กลวิธี และหลักคิดที่สำคัญนั้นชัดเจนมาก ตัวอย่างที่เห็นชัดในหลายช่วง หลายตัวอย่าง จะพบ การตามรอย  และนวัตกรรมที่เกิดขึ้น เกิดจากการทดลองปฏิบัติ กัดติด ไม่ย่อท้อ และวัดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวอย่างเหตุการณ์บางช่วงบางตอน

ในตอนที่ไทเฮา ประชวรมาก ร่างกายอ่อนเพลียไม่สามารถรักษาด้วยโอสถ หรือการฝังเข็ม และไม่เสวยอาหารใดๆ เพราะทรงมีอาการคลื่นไส้ ซอจังกึมพบพฤติกรรมการเสวยของไทเฮาว่า ไม่ทรงโปรดเสวยกระเทียม เป็นเหตุให้ขาดสารอาหารที่สำคัญบางอย่าง (การตามรอย ใส่ใจ สังเกต) จังกึมได้ทำยาลูกกลอนถวาย โดยนำกระเทียมผสมไปกับยาลูกกลอนถวาย โดยนำกระเทียม ผสมกับยาลูกกลอน ที่ปรุงรส (ใช้นวัตกรรมที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง) ทำให้อาการประชวรดีขึ้นตามลำดับ

อีกเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งไม่มีในโปสเตอร์ แต่คิดว่า เป็นตัวอย่างการตามรอยที่มีการตามไปยังองค์ประกอบอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องได้ด้วย ก็คือ ตอนที่พระราชาประชวรหนักและหาสาเหตุไม่ได้  จังกึมพยายามค้นหาสาเหตุของโรคด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาประวัติการป่วยและการรักษาในอดีตจากหมอหลวง และจากบันทึกการรักษา (ซึ่งต้องแอบเข้าไปดูในห้องต้องห้าม) แล้วก็พบว่า ร่างกายของพระราชาอ่อนแอ ป่วยง่ายเนื่องจากการทำงานของตับมีปัญหา แต่อะไรหล่ะ ที่ทำให้ตับมีปัญหา จังกึมก็ตามรอยต่อ และพบว่า พระราชาโปรดไปอาบน้ำแร่ ณ ที่แห่งหนึ่ง จังกึมตามไปดูน้ำ และพบว่ามีการปนเปื้อนของสารหนู แต่  การอาบน้ำไม่น่ามีปัญหา แล้วก็ไปพบว่า ที่แห่งนั้นเป็นฟาร์มเลี้ยงวัวเพื่อผลิตนม และวัวกินน้ำในบริเวณนั้น และพระราชา ก็ดื่มนมจากฟาร์มนี้มาเป็นเวลานาน แต่ชาวบ้านไม่ป่วย เพราะไม่ได้ดื่ม หรือดื่มน้อย จังกึมจึงสรุปว่า พระราชาได้รับสารหนูจากการดื่มนมที่ปนเปื้อนสารหนู   
    ตัวอย่างนี้ ชี้ให้เห็นถึงการตามไปดูองค์ประกอบอื่นโดยรอบ ที่ห่างจากตัวผู้ป่วยออกไป จนสามารถพบสาเหตุต้นตอได้ในที่สุด