ไม่มีคนหนุ่มคนใดรู้ว่าความแก่และมากประสบการณ์เป็นอย่างไรแต่คนแก่ทุกคนรู้ว่าความหนุ่มและอ่อนด้อยประสบการณ์เป็นอย่างไร

 คนหนุ่มมักได้เปรียบในด้านกำลังกาย ที่มีพละกำลัง บางครั้งการกระทำด้วยความมุ่งมั่นก็กลายเป็นความมุทะลุ และผิดพลาดได้ง่าย ๆ ความผิดพลาดของคนหนุ่มมิใช่เรื่องเสียหายหากเป็นบทเรียนให้เขาเติบโตขึ้นในอนาคต เพียงแต่ว่า บางครั้งบทเรียนของความผิดพลาดก็มีราคาแพง ฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่เคยเกิดมาแล้วและไม่น่าจะให้เกิดขึ้นอีกคนหนุ่มจึงควรศึกษาจากผู้มีประสบการณ์มาก่อนเพื่อจะได้ไม่ผิดพลาดซ้ำในเรื่องที่ผู้คนเคยผิดพลาดมาแล้ว นั่นก็คือการศึกษา คนหนุ่มจึงต้องมีการศึกษา การลองผิดลองถูกเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งชีวิตไม่มีเวลามากพอจะไปลองผิดลองถูกกับทุกเรื่อง การศึกษาจึงเป็นความรู้แบบสำเร็จรูปที่ช่วยเสริมในจุดนั้น เราจึงต้องมีการเรียนจากตำรับตำรามากมาย ทั้งประสบการณ์จริงและเรื่องแต่งที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้อง

แต่สิ่งที่คนหนุ่มจะละเลยเสียมิได้ก็คือการศึกษามิได้อยู่แต่เพียงในตำรา การศึกษาสามารถหาได้จากในชีวิตจริง การพูดคุยกับผู้มีประสบการณ์ หรือการสนทนากับผู้มีอายุมากคนเพียงชั่วโมงเดียว อาจจะให้ความรู้ที่ต้องศึกษากันนับสิบปีจึงจะสรุปเป็นความรู้ ฉะนั้นการรู้จักสนทนาหาความรู้จากผู้ที่เกิดก่อนมีความรู้มาก่อน(อาบน้ำร้อนมาก่อน) จึงเป็นเรื่องที่คนหนุ่มผู้ฉลาดมิควรพลาดอย่างยิ่ง ทิ้งไปเสียเถอะความมานะที่ว่าเราเรียนมาสูงกว่าคนแก่บางคนหรือเรียนมากกว่าปู่ตาย่ายายของเรา บางคนจบปริญญาโท จบปริญญาเอกตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่เชื่อเถอะว่าความรู้ของคุณรวมกันแล้วยังสู้คนแก่อายุหกสิบปีที่เกิดมาก่อนไม่ได้หรอก เพียงแต่เราจะให้ความสำคัญกับความรู้เหล่านั้นหรือไม่เท่านั้น

คนที่ฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น และรู้จักขอความช่วยเหลือ ไม่มีคนหนุ่มคนใดรู้ว่าความแก่และมากประสบการณ์เป็นอย่างไรแต่คนแก่ทุกคนรู้ว่าความหนุ่มและอ่อนด้อยประสบการณ์เป็นอย่างไร

เมื่อวันหนึ่งเราอายุมากขึ้นเราก็ไม่ควรลืมที่จะนึกถึงเช่นกันว่า ตอนเราเป็นหนุ่มนั้นเราเคยเป็นอย่างไร อ่อนด้อยประสบการณ์อย่างไร เพราะว่าเมื่อมองย้อนกลับไป เราเองในวัยหนุ่มก็ไม่ได้ต่างจากคนหนุ่มคนอื่น ๆ ในตอนนี้ เพราะคนหนุ่ม มีความเหมือนกันอยู่ทุกสมัย

คนที่ผ่านวัยหนุ่มมา เมื่อมองย้อนกลับไปจึงพบว่าเพื่อมิให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นเขาควรบอกสิ่งที่รู้ สิ่งที่ได้จากประสบการณ์เหล่านั้นให้คนหนุ่มต่อไป

และนี่คือปรัชญาที่ได้มาจากการพบเห็นในชีวิตจริง