คำเตือน: ไม่เหมาะสำหรับนักวิชาการ ![]()
ป้าเจี๊ยบเขียนบันทึกนี้ขึ้นเพราะไปอ่านบันทึกของน้องสาวคนเก่ง คุณโอ๋-อโณ เกี่ยวกับความพยายามในการปลูกต้นไม้ค่ะ น่าชื่นชมมาก อ่านจบก็นึกถึงเรื่องต๊องๆ ของตนเองกับการปลูกต้นไม้ขึ้นมาทันที
ต้นไม้บริเวณบ้านส่วนมากเป็นฝีมือคุณแม่ทิ้งไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานค่ะ ท่านรักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ เสาร์อาทิตย์ทีไรมักจะไปซื้อต้นไม้ที่ตลาดนัด สมัยนั้นยังอยู่ที่สนามหลวงค่ะ
ไม้ผลยืนต้นที่อยู่ยงคงกระพันมาจนถึงทุกวันนี้คือ มะม่วง 6 มะดัน 1 มะเฟือง 1 มะยม 1 ยอ 1 และขนุน 2
พอคุณแม่จากไป ต้นไม้หลายอย่างที่มีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรอย่างเช่น ฟ้าทะลายโจร ตะไคร้ ข่า สะระแหน่ กระดังงา มะกรูด ตะลิงปลิง มะรุม ยี่โถ เล็บครุฑ ว่านหางจระเข้ เข็มแดง ฯลฯ ก็ล้มหายตายจากไป
เดี๋ยวนี้ถึงแม้บริเวณบ้านแทบจะเป็นป่า แต่มีต้นไม้น้อยประเภทกว่าเมื่อก่อนมาก และส่วนใหญ่เป็นไม้ประดับ กินไม่ได้.. คิดว่าโครงการในอนาคตคือทำสวนครัวจะเหมาะกว่า
ป้าเจี๊ยบชอบปลูกต้นไม้เหมือนกันค่ะ แต่เน้นประเภทกินได้ และต้องได้กินเร็วๆ เพราะไม่ค่อยอดทนรออะไรนานๆ
สมัยหนึ่งเคยซื้อไม้ไผ่มาปักให้ตำลึงขึ้นตั้ง 2 แปลง งามดีมากโดยไม่ต้องทำอะไร นอกจากรดน้ำอย่างเดียว ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ฉีดย่าฆ่าแมลง เก็บไปฝากเพื่อนๆ ที่ทำงานแบบแจกฟรีได้ทุกวัน จนวันหนึ่งเพลี้ยลงกินเกลี้ยงเลย....
ระยะหลังมานี้ ก็ไม่ได้ปลูกอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งมาถึงมะละกอ..
ป้าเจี๊ยบชอบกินมะละกอสุกค่ะ กินเสร็จก็เอาเม็ดไปปลูก มะละกอขึ้นเป็นต้นมาแล้วนับไม่ถ้วน ทุกต้นมีดอก แต่ไม่เคยมีลูกเลยสักต้นเดียว พอเห็นว่าต้นไหนไม่มีลูกแน่ๆ ก็ถือมีดฟันฉับ ล้มต้นซะ วนเวียนอย่างนี้มานาน..น..นน...
จนกระทั่งไปบ้านกลางดงของป้าแจง แล้วป้าแจงชวนไปดูต้นหางนกยูงข้างบ้านที่ต้นใหญ่มาก น้องแพรกับแพทริคชอบปีนเล่นเพราะมีแต่กิ่ง ไม่มีใบให้ร่มเงาเลย แต่เดี๋ยวนี้ออกใบงามเชียวค่ะ
ป้าแจงเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “รู้มั๊ย เค้าพูดขู่ไปว่าถ้าไม่ออกใบละก็ จะตัดทิ้งแล้วนะ ปรากฏว่าได้ผลแฮะ” ฮึ..อะไรจะปานนั้น???
ป้าเจี๊ยบก็เลยคิดจะลองวิธีของป้าแจงมาใช้กับต้นมะละกอบ้าง เพราะตอนนี้มีอยู่ต้นเดียว ก็สูงเอาสูงเอา จนจะ 5 เมตรแล้ว ยังไม่ยอมออกลูกสักที
พอกลับถึงบ้านกรุงเทพก็เดินไปที่โคนต้นมะละกอ เอามือจับที่ลำต้นแล้วประกาศเสียงดังฟังชัดว่า “ถ้าไม่ออกลูกละก็ ฉันจะตัดเธอทิ้งละนะ”
ไม่ทราบว่าเป็นเพราะมะละกอกลัวตายตามคำขู่หรือเปล่านะคะ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ป้าเจี๊ยบเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นดอกเยอะเลย แต่ยังไม่ไว้ใจเลยขู่สำทับต่ออีกครั้งว่า “ถ้ามีแต่ดอกละก็ เธอตายแน่” แล้วรีบวิ่งเข้าบ้านแอบมาหัวเราะพฤติกรรมต๊องของตัวเอง ฮ่าๆๆๆ
ในที่สุดดอกก็กลายเป็นลูกค่ะ
แต่เหมือนประชดเลย เพราะว่ามีลูกแยะมากๆ นับเป็นร้อยๆ ลูก ขนาดประมาณแค่กำปั้นเท่านั้น รูปร่างก็พิก๊ลพิกล รีๆก็มี กลมๆก็มี ไม่รู้ว่าพันธุ์อะไรกันแน่? จำได้นี่นาว่าไม่เคยซื้อมะละกอหน้าตาแบบนี้มากิน!?!
ความที่อยู่สูงมาก กว่าป้าเจี๊ยบจะหาทางเอาลงมากินได้โดยไม่บอบช้ำ ลูกสุกๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นอาหารนกไปซะแล้ว!
ลูกสุกๆ กินสดๆ เนื้อแน่นหวานชื่นใจ ลูกดิบลูกห่ามก็แกงส้มอร่อยมาก ก.ก..
มะละกอที่กลัวถูกประหารชีวิตต้นนี้ เริ่มออกลูกมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2550 จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีลูกให้เห็นทุกวันค่ะ
ดูเอาเองก็แล้วกัน ต๊องเหมือนคนปลูกมั๊ย? ฮ่า ฮ่า ฮ่า...

โอ้โห มะละกอตกใจป้าเจี๊ยบจนออกลูกดกขนาดนี้เลยเหรอค่ะ :)
เมื่อก่อนสวนต้อมมีผลไม้และพืชผักเยอะแยะเลย เพราะพ่อต้อมเป็นคนมือเย็น แต่พอพ่อเสีย..ทุกอย่างก็พากันล้มหายตายจากไปเหมือนกัน และ..วิธีของป้าเจี๊ยบ ต้อมจะลองนำไปใช้ดูมั่งค่ะ
สวัสดีค่ะ .... ป้าเจี๊ยบ
ตามอ่านเรื่องราวของป้าเจี๊ยบตั้งแต่เข้า G2K มาใหม่ๆ
ชอบค่ะ เรื่องสนุก ไม่เครียด อ่านไปยิ้มไป
ขอแอบนำเข้าแพลนเน็ตด้วยนะคะ
ปล.ทำยังไงถึงเอามะละกอลงมาได้คะ?
สงสัยมาก ก็ต้นสูงออก....ขนาดนั้น
โอ้โฮ .. สุดยอดเลยครับป้า !
สวัสดีค่ะคุณป้าเจี๊ยบ ไม่เห็นกันนานเลยค่ะ ตามรอยมาจากบันทึกอาจารย์อ็อด-นารี
มะละลอน่าทึ่งมากค่ะ ไม่เคยเห็นที่ไหนอย่างนี้เลยนะคะ หากมะละกอต้นไหนที่บ้านไม่ออกลูกจะนำวิธีนี้ไปใช้บ้างค่ะ
มะละกอที่บ้านนั้นคุณกระรอกที่มีมากมายเขาชอบกันจริงๆ เผลอแป๊ปเดียวไม่ทันเขาแล้วค่ะ ต้นนี้ออกลูกให้กินมาเป็นปีแล้วและกำลังจะหมดอายุมังคะ ลูกรุ่นหลังๆดูสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ก็ยังเนื้อหนาและหวานค่ะ
จริง ๆ อ่ะ งงๆ
เออ ดีจัง จะเอาไปขู่บ้าง ค่ะ ขู่ เพลี้ย ได้ไหมคะ แมงวันทองอีก
เห็นลูกมะละกอ แล้วคิดถึง มะม่วงลูกเล็ก ฟักทองลูกใหญ่
สุดยอดมากมายค่ะ ต้องขอใช้วิธีนี้มั่ง แต่จะใช้ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่บ้านยังเป็นสาวน้อยมะละกออยู่เลยค่ะ