อย่างน้อยผมก็เห็นการรวมตัวของนิสิตกลุ่มหนึ่งที่อาสาจะมาเป็นสื่อกลางในการบอกกล่าวในเรื่องดังกล่าว

คืนที่ผ่านมา  ผมนั่งทำงานจนถึงเช้า และวันนี้ก็ดูเหมือนจะเข้าอีกหรอบเดิมอีกนั่นแหละ  

พักนี้ มีอะไรให้ผมต้องทุ่มเทสะสางเยอะมาก  ทั้งงานในสายงาน และงานบางอย่างที่ตัวเองพลัดหลงไปเป็นหัวเรือใหญ่  ซึ่งต้องขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

...

วันนี้  ผมยังปักหลักอยู่บนสำนักงาน  โดยมีวัตถุประสงค์หลักสองประการ  กล่าวคืออยู่เป็นกำลังใจให้กับกิจกรรมของน้องนิสิตที่กำลังรณรงค์เรื่องการใส่ใจด้านโภชนาการ  อีกประการก็คือ  คืนนี้มีอะไรให้เคลียร์บนโต๊ะ  และคาดว่าอาจล่วงถึงเช้าเลยก็ว่าได้

 

(ทีมงานพรรคชาวดินในมุมสบาย ๆ ..ที่ไม่รู้เลยว่าผมกำลังแอบลั่นชัตเตอร์มาจากมุมสูง)

 

กิจกรรมที่นิสิตกำลังจะจัดขึ้นในครั้งนี้  เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "มมส ร่วมใจใส่ใจโภชนาการ"  ตามนโยบายที่มหาวิทยาลัยได้ลงนามทำความร่วมมือกับ "สสส"  ภายใต้ชื่อโครงการการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ  ซึ่งผมเองเป็นหัวหน้าโครงการดังกล่าว  จึงต้องอยู่ดูแล  ให้กำลังใจ  และสังเกตการณ์ในกิจกรรมที่ว่านี้อย่างใกล้ชิด


กิจกรรมที่ผมดูแล  อาจดูแตกต่างไปจากโครงการอื่น ๆ อยู่บ้าง   เพราะไม่เพียงเน้นเฉพาะการสร้างสื่อรณรงค์เท่านั้น  แต่ผมยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้ส่งคำขวัญมาประกวดชิงทุนการศึกษา  มีเวทีให้นิสิตต่าง ๆ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น  และเป็นแรงพลังในการขับเคลื่อนให้เกิดกระแส และการตระหนักรู้เป็นสำคัญ

 

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน -
ผมชวนให้น้อง ๆ นิสิต รวมกลุ่มกันมาจัดกิจกรรมรณรงค์  ซึ่งก็ได้การขานรับมาหลายองค์กรเหมือนกัน  ผมทำหน้าที่บอกโจทย์กว้าง ๆ ... และจัดหางบประมาณสนับสนุน  ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ นั้น  สุดแท้แต่นิสิตจะ "รังสรรค์"  ขึ้นมาเอง

 

 

กิจกรรมในวันนี้..
พรรคชาวดิน  ถือโอกาสเป็นองค์กรแรกในการขับเคลื่อน  น้อง ๆ บอกกับผมว่าจะตั้งเวทีกันที่ "ตลาดน้อย"  นำดนตรีมาเล่น  เชิญวิทยากรมาเสวนา  แจกเอกสารความรู้  เล่นละครเวทีสั้น ๆ และชวนนิสิต หรือพ่อค้าแม่ค้ามาร่วมสนุกเล็ก  ๆ น้อย ๆ

ผมมิได้ชี้นำแนวคิด หรือวิพากษ์แนวคิดของพวกเขา  หากแต่พอใจที่จะยืนอยู่ห่าง ๆ  มองและสังเกตการณ์ว่าความคิดและวิธีการของเขานั้นจะเข้าท่าหรือไม่ ? .. จะเคลื่อนเป็นกระแสได้กี่มากน้อย  หรือแม้แต่จะสร้างความตระหนักได้สักเท่าไหร่ในเรื่องกิน ๆ อยู่ ๆ ...

เหตุแห่งการทำตัวเฉย ๆ  ไม่ก้าวล้ำไปสู่ความคิดและวิธีการของน้องนิสิตนั้น  ส่วนหนึ่งมาจากการปรารถนาที่จะให้พวกเขาได้แสดงความคิดของตนเองอย่างเต็มกำลัง.  ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ  และเขาเท่านั้นกระมังที่จะพอรู้ได้บ้างว่า  เรื่องพรรค์นี้จะสื่อสารไปยังเพื่อนด้วยวิธีการใดถึงจะเหมาะสมที่สุด -

 

แต่ในเรื่องสถานที่นั้น   ผมว่าเขาเลือกสถานที่ได้อย่างเหมาะสมเป็นที่สุด    เพราะที่นี้เป็นศูนย์รวมแห่งปากท้องของชาว "มมส"  ..เย็นย่ำจะคึกคักและครึกครื้นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก  พ่อค้าแม่ขายก็มาจากชาวบ้านแถว ๆ นี้ ...  การยึดพื้นที่ต้องนี้เป็นเวทีจัดกิจกรรมรณรงค์  จึงเป็นเสมือนการปักธงลงตรงกลางหัวใจของพวกเขาพอดิบพอดี

 

ผมไม่แน่ใจว่า  วิธีการของผมจะประสบความสำเร็จหรือไม่   แต่ผมก็มั่นใจว่า  อย่างน้อยผมก็เห็นการรวมตัวของนิสิตกลุ่มหนึ่งที่อาสาจะมาเป็นสื่อกลางในการบอกกล่าวในเรื่องดังกล่าว  และโชคดีไม่น้อยที่พรุ่งนี้ก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่ง  จัดเวทีในทำนองเดียวกันนี้อีกครั้ง ..

ตอนนี้.  ผมยังคงเพ่งมองจากมุมสูงของห้องทำงาน  หลาย ๆ คนเตรียมสถานที่กันเกือบเสร็จแล้ว.  เจ้าหน้าที่ของผมพร้อมอุปกรณ์กล้อง ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวก็รอลงไปทำหน้าที่ในส่วนของตัวเอง

 

 


แน่นอนครับ.
ถึงตรงนี้   ผมก็ยังไม่แน่ใจหรอกว่า  กิจกรรมของพวกเขาจะก่อเกิดพลังพอที่จะสร้างความตระหนักให้ประชาคม มมส  ใส่ใจในเรื่องโภชนาการสักแค่ไหนกันแน่ ... เพราะยังไงเสีย  กิจกรรมเหล่านี้ยังคงต้องอาศัยความต่อเนื่องและระยะเวลาอีกมาก  แต่กระนั้น  ผมก็ดีใจที่เห็นนิสิตกลุ่มหนึ่งลุกมารับอาสาทำงานเพื่อสังคม  โดยไม่สนใจว่าเม็ดเงินที่ให้ไปนั้น "ช่างน้อยนิด"  เหลือเกิน

และนี่จึงเป็นงานที่ทำด้วยใจ ...เงินไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดที่ชี้ หรือตีกรอบวิถีแห่งกิจกรรมได้เสมอไป ..
กิจกรรมง่าย ๆ สมถะเช่นนี้  ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการสื่อสารด้วยใจ..และมารับรู้กันด้วยใจ  เพราะสิ่งที่ได้  ไม่ใช่ใครที่ไหน  หากแต่หมายถึง.  การดูแลตัวเอง.. ดูแลสังคมเล็ก ๆ  ร่วมกันอย่างอาทร  เช่นที่เราเอื้อนเอ่ยกันเรื่อยมาระยะหนึ่งแล้วว่า ..

"อาหารปลอดโรค  ผู้บริโภคปลอดภัย" ...