ในหมู่มนุษย์ทุกวันนี้มีมากหลาย ที่นิยมสรรพสิ่งอย่างมากมาย วิเว้นวายสั่งสม บักบ่มจนกลายเป็นความ “คลั่ง...”
“คลั่งการเมือง” หายใจหายคอกันเป็นการเมือง นำการเมืองมาผูกติดเข้ากับชีวิต นำตัว ยอมตาย นำชีวิตโดยเฉพาะจิตใจถวายไว้กับการเมือง
“คลั่งเศรษฐกิจ” เศรษฐกิจดียิ้มแย้มมีความสสุข เศรษฐกิจแย่ชีวิตห่อเหี่ยว นำตัวนำชีวิตไปผูกไปมัดไว้กับเศรษฐกิจอันมีแต่วันที่จะริดและรอนจิตกายใจ
“คลั่งตำแหน่ง” นิยม ชมชอบ ศรัทธา กับหัวโขนที่ได้มา หวงแหวน มัดติด ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ซึ่งจะกลับไปเดินติดดินกินข้าวแกงแบบเดิมมิได้แล้ว
“คลั่งอำนาจ” ดีดตัว ดันตนให้อยู่เหนือผู้อื่น มีความสุขที่ได้เป็นผู้สั่ง ผู้ใช้ มีปากอันเป็นวาจาสิทธิ์ ชี้นกเป็นก ชี้ไม้เป็นไม้ ยอมทิ้ง ทุ่ม เท ชีวิตและใจกายนำความสุขของครอบครัวถวายแลกมาซึ่ง “อำนาจ”
“คลั่งยศ คลั่งศักดิ์” เกียตรติยศอันจอมปลอมที่หลอกล่อให้คนคอยข่มแลเหงผู้อื่นอยู่เสมอ ฉันสูง ฉันเหนือ ฉันยิ่งใหญ่ไปกว่าเธอ อย่าไปสะเออะตีเสมอยศเยี่ยงฉันแม้วันเดียว
“คลั่งความรัก” หลงไหลในกลิ่นอันหอมหวนอันแฝงไว้ด้วยความอบอวลแห่งยาพิษ พิษร้ายแห่งความหวังและคลั่งเมื่อผิดหวัง นำชีวิตไปยึดติดกับละคร พระเอก นางเอกในนิยาย มิเว้นวายแสวงหาความรักชั่วนิรันดร์
“คลั่งเทคโนโลยี” ความทันสมัย รวดเร็ว ที่สั่งสมความใจร้อนจนกลายเป็นคน “ใจร้าย” อารมณ์ร้าย สักวันหนึ่งอาจเทคโนโลยีล่มสลาย ชีวิตคงต้องทุรนทุราย ข้อมูลสูญหายชีวิตสูญสิ้น
ความคลั่งทั้งหลายมีอีกมากมายนานับประการ
ความคลั่งทั้งหลายนำมาซึ่งความเร่าร้อน กระวนกระวาย นำพาชีวิตให้หาความสุขและสงบไม่ได้ ต้องดิ้นรนตะเกียก ตะกาย สุขกระจุก ทุกข์กระจาย รอยยิ้มเรือนหาย เหลือแต่ความบึ้ง ตึง เครียด ไม่เว้นวัน
คลั่งดีก็ยุ่ง คลั่งไม่ดีก็ยุ่งยิ่ง
“คลั่งธรรม นำสงบ”

ธรรมเป็นสิ่งกลาง ๆ ไม่ดี ไม่ร้าย ธรรมแท้ ๆ ไม่มีอะไร ไม่ซ่อนอะไรไว้ในกอไผ่ ธรรมอยู่ อยู่สบาย ๆ เป็นกลาง ๆ
เมื่อชีวิตทุกก้าวเดินอยู่ด้วยธรรม เดินไปด้วยธรรม ทิ้งร่างฝังจิตอยู่ในธรรม ธรรมจะนำน้ำอันชุ่มฉ่ำและใสเย็นมารินรดหลั่งลงบนจิตใจ
ฟ้าหลังฝนที่ปะปนมาด้วยลมแรงและพายุร้ายสวดใส งดงาม “สงบ” เพียงใด
ชีวิตของใครต่อใครที่ต้องคลั่งมาด้วยความเร่าร้อน กระวนกระวาย แล้วได้พบเจอกับ “ธรรมคลั่ง” เข้าให้ชีวิตย่อมงดงามและสงบได้เพียงนั้น
ธรรมที่คลั่ง คลั่งที่ธรรม ยังมีจุดและมีวันที่จะสงบ
เมื่อชีวิตเดินเข้าสู่กระแสที่สงบ เมื่อจุดเริ่มต้นจะคลั่งอย่างไร จุดสุดท้ายก็ย่อมสงบได้เป็นอย่างนั้น
เมื่อชีวิตที่กำลังคลั่ง ต้องนำสิ่งธรรมที่คลั่งเข้าถอนจึงพอกัน
คลั่งได้ เอ้า... ตายเป็นตาย ถ้าชีวิตคลั่งดีได้ คลั่งร้ายได้ ต้องคลั่งธรรม
ธรรมจะพากิเลสให้คลั่ง พาตัณหาให้สั่นคลอน
แรก ๆ ใหม่ ๆ เราจะคลั่งด้วยกิเลสที่คอยริดคอยรอนบั่นทอนความเพียรอยู่วิเว้นวาย
กิเลสคลั่ง ต้องเจอคนที่คลั่งด้วยธรรมที่หนักแน่นกว่า
มิยอม ไม่หย่อน ไม่ผ่อน ไม่ผัน ด้วยคลั่งธรรมคือ “ศรัทธา”
วิริยะ อุตสาหะ คลั่งอย่างแน่วแน่ไม่ยอมแพ้แม้เหนื่อยนัก
คลั่งธรรม จักนำ สงบชัด วันหนึ่งย่อมได้พัก “สงบจริง...”

ตามมาอ่านคะ
บ้าคลั่ง...คลุ้มคลั่ง...คลั่งไคล้
สติและปัญญาเท่านั้นที่จะระงับได้
ช้าสยบเร็ว...นิ่งสยบเคลื่อนไหว...สมาธิสยบความคลุ้มคลั่ง
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์สุญญตา...ครับ