Knowledge asset for KM : CoP เด็กระยะสุดท้าย

ชุมชนนักปฏิบัติ

ชื่อ  แนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายและครอบครัวแบบองค์รวม

องค์ความรู้ที่ได้รับ

สรุปประเด็นในการแลกเปลี่ยน

CoP แนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายและครอบครัวแบบองค์รวม

ประเด็นที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเป็นประเด็นองค์ความรู้ที่ได้จากการทำงานประจำซึ่งได้ร่วมบอกเล่าเรื่องราวและแบ่งปันกันระหว่างสมาชิกในกลุ่มสามารถสรุปได้ดังนี้

ครั้งที่ 1

1.       ปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายในแต่ละ unit

  1.1  ผู้ป่วยระยะสุดท้ายจะพบปัญหาเรื่องเรื่องความปวด ความทุกข์ทรมานจากการ ปวด  มีความต้องการด้าน จิตใจและจิตวิญญาณมากกว่าทุกระยะของการ เจ็บป่วย

1.2                การรับรู้เรื่องความเจ็บป่วยและความตายของผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายในบริบทอีสานยังค่อนข้างยากเนื่องจากครอบครัวส่วนใหญ่จะปิดบังเด็ก เด็กจะทราบว่าตัวเองป่วยระยะสุดท้ายจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ในทางซึ่งเป็นไปตามทฤษฎี  6 ขวบยังเห็นความตายเป็นเรื่องสมมุติ  10 ขวบเริ่มเข้าใจในความตายแล้ว ส่วนวัยรุ่นจะรับรู้เหมือนผู้ใหญ่แล้วแต่เด็กบางคนเขาก็ยอมรับในความตายที่จะมาถึงได้อย่างกล้าหา

1.3                ที่หอผู้ป่วย CCU จะเน้นสาระสำคัญของการดูแลด้านร่างกายตามบทบาทหน้าที่ ส่วนด้านจิตใจยังทำได้ไม่มาก เนื่องจากภาระงานที่เร่งรีบ แต่ถ้าครอบครัวมีความต้องการด้านจิตวิญญาณสามารถเอื้อและเปิดโอกาสให้ปฏิบัติตามความเชื่อด้วยความยินดี

2.       ประสบการณ์การดูแลให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายและครอบครัว

2.1                ดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายในหอผู้ป่วย ดูแลตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยและประสานทำงานเป็นทีมร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัวซึ่งทีมสหสาขาวิชาชีพ (palliative care team) ได้แก่ แพทย์ พยาบาล พยาบาลผู้ประสานงาน  ครูโครงการเพื่อคุณภาพชีวิตเด็กป่วยโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จิตแพทย์  นักโภชนาการ นักกายภาพบำบัด ซึ่งกิจกรรมการดูแลที่มี palliative care team เป็นสิ่งที่ดีทำให้ประสานงานให้การช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเป็นระบบมากขึ้น กิจกรรมการโครงการต่างๆที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายมีดังนี้

·       โครงการพาน้องท่องวิถีพุทธ  จัดกิจกรรมตักบาตรทุกวันพุธ  ผู้ป่วยระยะสุดท้ายถวายสังฆทาน  ฟังพระธรรมเทศนาทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน

·       โครงการสานฝันผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็ง  ต่อเติมความฝันให้เด็กระยะสุดท้ายเช่น ฝันอยากเป็นวิศวกร ฝันอยากกินกุ้งเผา ทีมจะจัดกิจกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการและเติมฝันให้เป็นจริง

·       โครงการจดหมายคลายทุกข์ กำลังใจแด่น้อง เขียนจดหมายให้กำลังใจผู้ป่วยเด็กและครอบครัว

·       โครงการภาพประทับใจ

·       กิจกรรมการดูแลเพื่อให้พ้นผ่านระยะเศร้าโศก (bereavement  care)

ซึ่งโครงการเหล่านี้จัดให้มีที่หอผู้ป่วย 3ง และ ที่หอผู้ป่วย CCU กำลังเขียนโครงการ ศิลปะบำบัด

2.2                กรณีผู้ป่วยมีความปวด consult pain team และถือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยที่มีความปวด

2.3                กรณีผู้ป่วยเสียชีวิตติดตามดูแลครอบครัวหลังสูญเสีย และถ้าภูมิลำเนาอยู่ในขอนแก่นจะไปร่วมงานศพ

2.4                กรณีที่ผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัดแล้วมีปัญหาปากเป็นแผล ( mucocitis ) แนะนำให้ใช้  xylocain  viscus ผสม กับ Alum  gel ซึ่งได้นำมาใช้กับผู้ป่วยผู้ใหญ่แล้วได้ผล ลดความปวดได้

2.5                การสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก การพูดภาษาท้องถิ่น อีสาน กับผู้ป่วยก็จะทำให้สัมพันธภาพระหว่างผู้ป่วยเด็กและทีมการรักษาพยาบาลดียิ่งๆขึ้น เช่น กรณี ผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายวัยรุ่นซึ่งเขารับรู้ทุกอย่างเหมือนผู้ใหญ่แล้วแม้กระทั่งเรื่องของความตาย การที่จะบอกข่าวผลการรักษาที่ไม่ค่อยจะดี โดยพูดภาษาท้องถิ่น ทำให้การสื่อสารมีประสิทธิผล

3.       กฎหมายและจริยธรรม เรื่องการถอดท่อช่วยหายใจ ประเด็นการถอดท่อช่วยหายใจใครควรจะเป็นคนถอดท่อช่วยหายใจ ประเด็นนี้อยู่ระหว่างศึกษาในเรื่องจริยธรรมและจะคุยรายละเอียดในการ KM ครั้งต่อไป

4.       การบอกผลการวินิจฉัย  (Breaking  bad news )

5.       การใช้ยาราคาแพง

6.       การรับรู้ความตายในเด็กแต่ละวัย

สรุปประเด็นในการแลกเปลี่ยน

ครั้งที่ 2

ครั้งที่ 2ที่แลกเปลี่ยนประเด็นที่ได้เป็นประเด็นรายละเอียดเกี่ยวกับ(Breaking  bad news )

1. ประเด็นการแจ้งข่าวร้าย การบอกผลวินิจฉัย(Breaking  bad news )

1.1 ในหอผู้ป่วยผู้ใหญ่ยังไม่มีระบบการแจ้งข่าวร้าย ยังไม่มีทีมการแจ้งข่าวร้าย ในทางปฏิบัติและจากประสบการณ์การทำงานในหอผู้ป่วยศัลยกรรม พบปัญหาในการแจ้งข่าวร้ายดังนี้

·       แพทย์ไม่มีการวางแผนก่อนแจ้งข่าวร้าย

·       ไม่มีการเตรียมทีมในการแจ้งข่าวร้าย

·       พยาบาลไม่ทราบว่าแพทย์จะแจ้งข่าวร้ายผู้ป่วย

2.1    หอผู้ป่วยทารกแรกเกิดการแจ้งข่าวร้ายจะได้แจ้งเมื่อมีญาติมาเยี่ยม และเมื่อผู้ป่วยมีอาการแย่ลง

2.2    ในทีมกุมารเวชกรรม มีรูปแบบการแจ้งข่าวร้ายที่เป็ระบบ ที่อื่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลยดังรายละเอียดวิธีการดังนี้

1         เตรียมทีมสหสาขาวิชาชีพได้แก่แพทย์เจ้าของไข้ อาจารย์แพทย์

พยาบาลประจำหอผู้ป่วย  พยาบาล ( APN  ) นักสังคมสงเคราะห์

2. เตรียมครอบครัวให้พร้อมก่อนฟังข่าวร้าย

3         มี Criteria ของการแจ้งข่าวร้ายดังนี้

-          ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยครั้งแรก ( first Dx  )

-          ผู้ป่วยที่โรคมีการกลับซ้ำ

-             ผู้ป่วยที่มีแนวโน้มการรักษาที่ไม่ดี

-             ผู้ป่วยระยะสุดท้าย

4. มีแบบฟอร์มบันทึกการแจ้งข่าวร้าย  (พัฒนาขึ้นโดย  คุณสุชีลา เกษตรเวทิน )

    รายละเอียดในแบบฟอร์มมีดังนี้

-          วันเดือนปีที่แจ้งข่าว

-          เหตุผลในการแจ้งข่าร้าย

-          ทีมผู้แจ้งข่าวร้ายประกอบด้วยใคร

-          ครอบครัวผู้เข้าร่วมฟังข่าวร้ายมีใครบ้าง

-          ปฏิกิริยาของผู้รับฟังข่าวร้ายเป็นอย่างไร

-          การให้การดูแลต่อเนื่องของทีมการพยาบาล

-          ทางเลือกของครอบครัวหลัง   ทราบข่าวร้าย

-          ความต้องการการช่วยเหลือจากทีมผู้ดูแลรักษา

-          บันทึกสถานการณ์ขณะแจ้งข่าว

-          การวางแผนร่วมกันระหว่างทีมผู้ดูแลรักษาและญาติ

-       ติดตามประเมินผลการปรับตัวของผู้ป่วยและครอบครัว ( ติดตามโดยการซักถามจากการเยี่ยมตรวจประจำวัน จดหมาย โทรศัพท์ กรณีจำหน่ายกลับบ้าน

5.จัดให้มีห้องที่เป็นส่วนตัวในการแจ้งข่าวร้าย

6. มีการส่งต่อข้อมูลกันในทีมการพยาบาลโดยนำแบบฟอร์มไปประกอบการส่งเวรเพื่อให้มีการให้การช่วยเหลือประคับประคองครอบครัวหลังทราบข่าวร้ายซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งที่ทีมการพยาบาลควรให้ความสำคัญ เพราะช่วงเวลานี้ครอบครัวต้องการแหล่งสนับสนุนทางจิตใจเป็นอย่างมาก

2. ประเด็นอื่นๆ

      2.1 ประเด็นการจัดการศพที่ไร้ญาติและการดูแลหลังสูญเสีย

-          พบปัญหาศพไร้ญาติในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด

-          ศพไร้ญาติที่เป็นทารกแรกเกิดที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลจะถูกเผาโดยเจ้าหน้าที่ห้องศพโดยไม่มีพิธีกรรมใดๆ

-          ควรจะมีแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการจัดการศพไร้ญาติที่เป็นทารกแรกเกิด

-       การประทับรอยเท้าเด็กและมอบให้ญาติเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกหลังเด็กเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ดีถือเป็น (bereavement care) กิจกรรมจัดให้มีขึ้นในหอผู้ป่วย NICU

-       หอผู้ป่วย 3ง มีกิจกรรมโครงการจดหมายคลายทุกข์ กำลังใจแด่น้อง ที่เขียนจดหมายและส่งการ์ดแสดงความเสียใจให้กับครอบครัวที่สูญเสียบุตร((bereavement card)

3.1    ประเด็นแนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ขอกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน

-          การช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง ค่ารถ จะทำอย่างไร

-       แนวทางการขออนุมัติรถ EMS  ฟรีเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย ในทางปฏิบัติทำได้กรณีมีใบ refer  และส่งตัวไปโรงพยาบาลใกล้บ้านและอีกกรณีคือรอรถที่ refer  มาส่งผู้ป่วยและถ้ามี case ต้องการกลับบ้านสามารถกลับพร้อมรถ refer ได้

สรุปประเด็นในการแลกเปลี่ยน

ครั้งที่ 3 15 กค. 2551

1.     ระบบการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย ในอดีต ก่อนที่จะมี palliative care  ยังไม่มีระบบการดูแลที่ดี  การบอกข่าวร้ายยังเป็นการบอกผู้ป่วยหน้าเตียง  บอกเฉพาะพ่อ ไม่บอกแม่ เป็นต้น

2.       การบอกข่าวร้ายมีความจำเป็นต้องใช้ทักษะขั้นสูง  วิธีการบอกบอกอย่างไร

บอกดีหรือไม่บอก เมื่อพบว่าโรคอยู่ในระยะสุดท้าย ผู้ป่วยเหลือเวลาอีกไม่นาน

การบอกความจริงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ควรมีการประเมินเตรียมผู้ป่วยและครอบครัวให้พร้อม  มีทีมบุคลากรที่เข้าใจปฏิกิริยาทางจิตวิทยา  พร้อมรองรับสถานการณ์และให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

และควรทำความเข้าใจกับประโยคที่ว่า แพทย์หยุดรักษา กับคำว่าเปลี่ยนแผนรการรักษาเป็นการรักษาแบบประคับประคอง เพราะฉะนั้นการสื่อสารจึงมีความสำคัญ ผู้ที่ทำหน้าที่สื่อสารจะต้องมีทักษะที่ดี

3.     การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายทุกกระบวนการและทุกระยะของการดูแลจะต้องมี Psychosocial care  และ  Spiritual care   เข้ามามีบทบาท