ซอมเบิ่ง กระบวนการจัดการด้านเวชภัณฑ์ ในบทบาทของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
ผู้ร่วมถอดบทเรียน ภก.สมชาย ชินวานิชย์เจริญ (ผม) , ภญ.ลักขณา บุญศักดิ์ (ตุ๊กตา) , คุณพัษสรา กงเพชร (พี่ต้อย)
วันนี้วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2551 หลังจากที่เลื่อนนัดมาเรื่อย (ประมาณ 2 ครั้ง ห่างกัน ครั้งละ 1 สัปดาห์ แต่ด้วยมิใช่เรื่องเร่งด่วน จึงช้าได้) กับเรื่องที่ผมนัดกับตุ๊กตาและพี่ต้อยไว้ในภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือการเข้าไปดูเรื่องงานการบริหารเวชภัณฑ์ของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งก็ต้องมีการปรับฐานข้อมูลการทำงานให้รู้เท่าทัน และมองภาพไปในทิศทางเดียวกันเสียก่อน เพื่อจะได้วางเข็มมุ่งร่วมกัน ฟังแล้วอาจจะดูน่าเบื่อ เซ็ง หรืออะไรก็ตาม แต่กว่าที่จะได้พูดคุยเราก็ต้องทำความเข้าใจความต้องการของแต่ละคน เพื่อให้มี SHARE VALUE ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งผมขออนุญาตเล่าให้ฟังไว้ตรงนี้ก่อน เผื่อว่าผู้อ่านที่สนใจเรื่องการบริหารเวชภัณฑ์จะสงสัยว่า มันก็แค่บวกลบตัวเลข ขอรายงานเท่านั้นเอง จะไปซีเครียดกับมันทำใม ก็เพราะผมคิดว่าราชการเรา น่าจะเป็น CHANGE AGENT + RISK MANEGER + ADVOCATOR แปลไทยอิสานว่า บ่ให้ชะตากรรมมากำหนด บ่อยู่บ่เซา, เหลียวเบิ่ง / ทบทวนบ่อย ๆ และเป็นหลวงต้องห่วงชาวบ้าน
และอีกอย่างด้วยงานที่รัดตัวแต่ละคน กว่าจะหาโอกาสดี ๆ ได้มีเวลาว่างที่ตรงกันและไม่ถือพี่ ถือน้อง (ไม่โอ่เข้าใส่กัน) เราถึงได้มีโอกาสสุนทรียสนทนากัน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ผมได้ขอให้ทั้งสองท่านเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพการทำงาน สิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่ทำได้ไม่ดี และแนวทางแก้ไข มาเป็นข้อมูลนำเข้าเสียก่อน เราเริ่มกันประมาณ 11.00 น.แต่ตุ๊กตาค่อนข้างมีภารกิจจรเข้ามาเป็นระยะ ทำให้การพูดคุยต้องขาดเป็นตอน ๆ แต่ผมและพี่ต้อยก็พูดคุยเรื่องที่เราคุยกันได้ก่อน สรุปคืองานการบริหารเวชภัณฑ์ที่เราทำอยู่ที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ซึ่งต่อไปผมขอเรียกว่า “กระบวนการจัดการด้านเวชภัณฑ์ ในบทบาทของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี – จวภ.คบส.อด” แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ตามวิถีการทำงาน คือภายในกลุ่มงานเองและบทบาทของ คบส.อด. กับงานในระดับอำเภอ
ด้านการทำงาน
ด้านที่ 1 การบริหารเวชภัณฑ์ในบทบาทของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พบว่าสถานภาพการทำงานมี 2 ภารกิจใหญ่ ๆ ได้แก่
1.1 ภารกิจด้านการทำแผนจัดซื้อระดับจังหวัด
1.2 ภารกิจด้านการจัดหาและกระจายยาและเวชภัณฑ์ สำหรับงบประมาณที่โอนมายังสำนักงาน
ด้านที่ 2 การเป็นพี่เลี้ยงเพื่อสนับสนุนการทำงานบริหารเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล ซึ่งเภสัชกรรับผิดชอบ
เอาละ ทีนี้มาลงรายละเอียดจากการพูดคุยกันในแต่ละด้านแต่ละภารกิจว่ามีความหนักหน่วง เหมาะสมกับปริมาณคน ปริมาณงาน อย่างไร
ด้านกำลังคน
ตรงนี้ขอให้ยึดถือว่ามีคนทำงานตรงนี้ ตรงตัว เต็มตัว เต็มเวลาคือ พี่ต้อย ก็นับว่าได้ประมาณ 35 ชม.ต่อสัปดาห์ ส่วนตุ๊กตา น่าจะครึ่ง ๆ เพราะมีงานที่ได้รับมอบหมายอื่น ๆ น่าจะนับได้ประมาณ 18 ชม.ต่อสัปดาห์ และสุดท้ายสำหรับผม น่าจะเสี้ยวเดียวของตุ๊กตา น่าจะนับได้ประมาณ 2 ชม.ต่อสัปดาห์ ซึ่งต่อไปจะได้กำหนดบทบาทภารกิจ JOB DESCRIPTION ให้ชัดเจนจริง ๆ ต่อไป และจะได้กำหนดเป้าหมายความสำเร็จเป็นระยะด้วย
รายละเอียดการทำงาน
ด้านที่ 1 การบริหารเวชภัณฑ์ในบทบาทของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พบว่าสถานภาพการทำงานมี 2 ภารกิจใหญ่ ๆ ได้แก่
1.1 ภารกิจด้านการทำแผนจัดซื้อระดับจังหวัด วัตถุประสงค์ของภารกิจนี้คือ การจัดทำแผนและจัดทำเอกสารแจ้งให้โรงพยาบาลชุมชนทราบ
ข้อมูลจากการพูดคุยพบว่า
ภารกิจเท่าที่คุยกันมีกระบวนการและช่วงเวลา รวมทั้งระยะเวลาการทำงาน ที่ไม่เกี่ยวกับการรอลงนามในเอกสารของผู้บังคับบัญชามีลำดับการทำงานดังนี้
- ให้แต่ละโรงพยาบาลส่งแผนเข้ามาโดยมารูปแบบเดียวกัน (ใช้ไฟล์เดียวกัน) กำหนด 2 สัปดาห์
- ติดตาม (จิกตาม) ให้โรงพยาบาลส่งแผนเข้ามา (สำหรับโรงพยาบาลที่ยังไม่ส่ง) อีก 2 สัปดาห์
- นำมาแรงกิ้ง RANGING (ก๊อปปี้ เพสท์) ใช้เวลาประมาณ 1 วัน
- ส่งแผนให้โรงพยาบาลอุดรธานี
- รับผลและสำเนาส่งต่อให้โรงพยาบาล 20 แห่ง
- รายงานให้กรมทราบ (ประมาณเดือน กพ.)
ช่วงเวลาที่ทำเริ่มจาก ตค – มีค ซึ่ง เวลาที่ใช้จริงประมาณ 35 ชม.โดยผู้รับผิดชอบคือพี่ต้อย
โรงพยาบาลที่เป็น BEST PRACTICE คือ สร้างคอม , ทุ่งฝน 2 รพ.นี้ เล็กดี รสโต คนน้อย ทำงานดี)
1.2 ภารกิจด้านการจัดหาและกระจายยาและเวชภัณฑ์ สำหรับงบประมาณที่โอนมายังสำนักงาน ตอนแรก 2 คน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เป็นงานจร” แต่พอฟังว่าระยะเวลาการทำงานประมาณ 2 เดือนต่องบประมาณที่โอนมา เช่นงบจัดหาวิตามินของกรมอนามัย ผมมองว่าเป็นภารกิจที่ต้องบรรจุลงไปเป็นภารกิจหลัก เพียงแต่น้ำหนักจะน้อยเท่านั้นเอง เป้าหมายหลักของภารกิจนี้คือ การบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในการจัดหาเวชภัณฑ์ (ซื้อของดีราคาเหมาะสม)
ข้อมูลจากการพูดคุยพบว่า
กระบวนการเริ่มดังนี้
- ทำแผนจัดซื้อ
- จัดทำเอกสารเพื่อการสอบราคา
- ดำเนินการสอบราคา
- รับเข้าคลัง
- กระจายเวชภัณฑ์
ทุกขั้นตอน รวมทั้งการรอการลงนาม ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โดยรวม
ด้านที่ 2 การเป็นพี่เลี้ยงเพื่อสนับสนุนการทำงานบริหารเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล ซึ่งเภสัชกรรับผิดชอบ จากการที่ปีนี้ตุ๊กตาได้ออกเดินสายประเมินหน่วยบริการคู่สัญญา (โรงพยาบาล) ก็มีความเห็นว่า (ความเห็นนี้เป็นเหมือน ๆ นิโรธ – ทางออกของทุกข์ เป็นเหมือนส่องซอด VISION หรือใครจะเอาไว้ทำ MISSION ก็ดีนะ) ความเห็นที่ว่าคือ การที่จำเป็นต้องมีเภสัชกร (ขอย้ำว่าเภสัชกร) ลงไป MONITOR การบริหารเวชภัณฑ์เต็มตัว แต่ไม่ต้องเต็มเวลา หมายถึงช่วง RUSH HOUR ของการจ่ายยา โดยเภสัชกรคนนั้นต้องเข้าถึง เข้าใจ และมีความสุข (มีเภสัชทำงานเป็น OUTPUT ทำงานอย่างมีความสุขเป็น OUTCOME)
ข้อมูลจากการพูดคุยพบว่า
สถานภาพการทำงานบริหารเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลที่ทำงานได้ดี (ในมุมมองของคนที่มาคุยกันนั้น) คือถ้ามองเป็นภาพโรงพยาบาลก็คือกลุ่มโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ส่วนที่ยังทำได้ไม่ประทับใจ (พระเจ้าจอร์จ) เท่าไรก็เป็นกลุ่มโรงพยาบาลเล็ก ๆ ที่มีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานบ่อย ๆ (ปัญหาโลกแตก) เราคุยกันว่าอาจมีสมุทัย (สาเหตุ) มาจากการย้ายบ่อย ๆ , การไม่ส่งมอบงานอย่างจริงจัง , การไม่รับมอบงาน , หรือรับมอบมาแต่ทำตามใจตนเอง
จึงมีคำถามว่า “ทำอย่างไรให้ กระบวนการจัดการด้านเวชภัณฑ์ ในบทบาทของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี” กับการสนับสนุนการทำงานบริหารเวชภัณฑ์ของระดับอำเภอ จะมีส่องซอดอย่างไร
ตรงนี้ผมของถอดความจาก ผศ.ดร.ธวัช สุทธิกุลสมบัติ พูดถึงปัญหาที่นำไปสู่การไม่เรียนรู้ ดังนี้
n ขาดการประเมินสมรรถนะ (Organization assessment)
n องค์กรขาดวัฒนธรรมการเรียนรู้ (Learning culture)
n ขาดเครื่องมือแนวทางที่ทำให้เกิดความจริง (Tool)
n ขาดแผนจัดการให้สิ่งดี ๆ ที่พูดกันเกิดขึ้นจริง (Say and do gap)
n ขาดการบริหารจัดการเชิงวิชาการ (Academic management)
n ขาดการพัฒนาคนที่มีความรู้จำนวนมากพอ (Critical mass)
n องค์กรขาดความสนใจ จริงจังในเรื่องแผนและนโยบาย
n บุคคลขาดความผูกพันในภารกิจ
n บุคคลขาดแรงจูงใจในงาน
n ทำงานตามแบบแผนที่คุ้นเคย ขาดการปรับเปลี่ยนในทันสมัย
n ขาดการใฝ่รู้ (Curiosity)
สรุปความคิด
1.ถ้าเป็นภาพอย่างนี้แล้ว คงมีคำถามต่อไปว่า ถ้าเป็นเพียง COLLECT และ ANALY หรือเป็น STOCK KEEPER แล้วจะสอดคล้องหรือเหมาะกับคำว่า “กระบวนการจัดการด้านเวชภัณฑ์ ในบทบาทของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี” และเหมาะกับตำแหน่งซีสูง ๆ ที่วิชาชีพกำลังผลักดันให้โรงพยาบาลอยู่นี้อย่างไร หรือเราจะมองเป็นเพียงการบริหารเวชภัณฑ์กับบทบาทในฐานะ คงเป็นเพียงความเห็นของเภสัชกรคนหนึ่งที่มีความต้องการเห็นวิชาชีพเป็นหลักชัย เป็นโยงใย เป็นสะพานเชื่อมร้อย เชื่อมสัมพันธ์ เหมือนตอนเป็นนักศึกษาเราร้องกันนักว่า เขียวไม่กอกไม่เคยหลอกลวงใคร.............................
2.ถ้าดีอยู่แล้ว จะให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป จะทำอย่างไร แต่เราคงมาต้องกำหนดเป้าหมายร่วมกัน เช่น
“กระบวนการจัดการด้านเวชภัณฑ์ ในบทบาทของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี สามารถเป็นตัวอย่างในระดับภาคได้ภายใน 2 ปี ระดับประเทศภายใน 4 ปี ”
6 สิงหาคม 2551 ไปเยี่ยมโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี พบว่าการทำงานของเภสัชกรมีข้อสังเกตจากคนนอกวงการคือ ทำใมยาที่ชาวบ้านกินในชุมชนแรงขึ้นทุกวัน อันนี้ไม่เกี่ยวกับยาที่จ่ายไปจากโรงพยาบาลนะ แต่เป็นยาที่ซื้อหากันในท้องตลาด ถ้าเป็นอย่างนั้นคำถามคือ เภสัชกรในระบบทั้งหมดมีการวางกรอบการทำงานกันอย่างไร เพื่อมวลชน เพื่อมวลชน และอีกประเด็นคือการใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยงานคลังนั้น ช่วยได้เต็มที่หรือเป็นภาระที่ต้องแบก ช่วยกันคิดดูนะครับ
สมชาย ชิน.ภ.09610
เมื่อวันศุกร์ 22 สิงหาคม 2551 มีโอกาสพูดคุยกับหัวหน้า (พี่มะโนตร์) ได้เปิดประเด็นเกี่ยวกับการจัดทัพจัดทีมในการพัฒนาระบบงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเอาไว้ ซึ่งทำให้เกิดไอเดียว่า
1.ให้จัดทัพและมอบหมายงานให้ชัดเจน
2.แต่ละทัพ ให้มีเป้าหมายที่ท้าทาย กำหนดเข็มมุ่งที่ชัดเจน
3.ให้มีวอร์รูมสำหรับได้พูดคุยนำเสนอเป็นประจำ
4.ประชุมสรุปนำเสนอเป็นครั้งคราว เช่นก่อนพิจารณาขั้นเงินเดือน
5.ให้มีการเก็บและเสนอผลการทำงานแต่ละช่วง ในบล๊อก โดยผู้นำทีมนั้น ๆ
ภาระงานหนักหน่วงใช่ไหมคะพี่ พอดีว่าต้องมานั่งเขียน Job description เหมือนกันค่ะ เกิดอาการนึกไม่ออก บางงานคงต้องขอก๊อปปี้พี่ไปบ้างนะคะ อยู่ที่ สสจ. น่ะค่ะ เรางานคุ้มครองเหมือนกันค่ะ อิอิ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ